“พี่ยศ” เจ้าของนามปากกา “Leesic” แห่งคอลัมน์ Let’s Rock ในนิตยสาร The Guitar Magazine – ผู้ชายคนนี้นอกจากจะมีความสามารถในการเขียนที่ไม่ธรรมดาแล้ว เขายังเป็นนักจัดคอนเสิร์ตสายอันเดอร์กราวด์ตัวยงของบ้านเราอีกด้วย (จัดร่วมกับคุณคริส) โดยการจัดงานแต่ละครั้งของเฮียแกก็ขาดทุน/เข้าเนื้ออยู่บ่อยครั้ง ไล่ตั้งแต่ดึงวงอย่าง Himsa (สมัยยังไม่ดังมาก), Die Young, R.A.M.B.O. ฯลฯ มาเล่นที่เมืองไทย จนกระทั่งได้มีงานคอนเสิร์ตของตนเองว่า “Yos Fest” ออกมาถึงสามครั้ง วันนี้มาย้อนรำลึกบรรยากาศแห่งความสนุกเหล่านั้นกันหน่อยดีกว่าครับ

Yos Fest ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ร้านบางรัก รัชดาฯ ซอย 4 เมื่อวันที่ 9 กันยายนปี 2006 โดยในครั้งแรกมีวง กล้วยไทย, Rccentric Toilet, Chair in the Silence Room, Satyr, BrandNew Sunset, Oblivious, Voiceless of Fear รวมไปถึงวงจากมาเลเซียอย่าง Love Me Butch ด้วยและก็ยังมีวงดนตรีที่ไม่ได้เอ่ยถึงอีกมากมายที่มาร่วมกันมอบความมันอย่างอัดแน่น เวทีถูกแบ่งเป็นสองฝั่งสลับกันเล่นตลอดวัน งานเริ่มช่วงเที่ยงและสิ้นสุดลงในเวลาราวหนึ่งทุ่ม มีผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่าร้อยคน ถือว่าเริ่มต้นได้สวยเลยทีเดียวสำหรับงานนี้ถ้าเทียบกับงานอื่นในระดับเดียวกัน

10407417_10153044427646768_5888671635293942592_n

(โปสเตอร์งานครั้งแรก)10991180_1597472633799489_2431854778637509055_n

(BrandNew Sunset)11006377_1597471850466234_7721200112540255151_n

(Oblivious)10998882_1597473093799443_1989422816772095187_n

(พี่เอส กล้วยไทย เซิร์ฟกับคนดู)Yos Fest ครั้งที่สองจัดขึ้นที่สตูดิโอ 125 ย่านเหม่งจ๋ายเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมปี 2006 จัดห่างกับครั้งแรกเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น เรียกว่าเป็นยุคที่แวดวงอันเดอร์กราวด์เฟื่องฟูอย่างแท้จริง เป็นช่วงที่ดนตรีแนวอีโมกำลังบูมสุด ๆ รวมไปถึงกระแสแฟนเพลงของวง Retrospect ที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘เรโทรเรียน’ ก็กำลังมาแรงอีกด้วย มีผู้ชมเข้าร่วมงานในวันนั้นไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ก้าวกระโดดสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับครั้งแรก งานเริ่มกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงเช่นเคยแต่ไปจบเอาเที่ยงคืน มีวงมาร่วมแสดงประมาณ 30 วง ทั้ง Sweet Mullet, G6PD, Housetrap, BrandNew Sunset, Oblivious, Born from Pain, Zabulatal, Tazzmanian, Annalynn รวมไปถึงวงต่างชาติอย่าง Inside Process จากอิตาลี, My Proof จากญี่ปุ่น, King Ly Chee จากฮ่อง, Mortal Combat จากอินโดนีเซีย, Second Combat จากมาเลเซีย และวง The Melanie Murder จากสิงคโปร์ เห็นวงคุณภาพมากมายอัดแน่นขนาดนี้แต่บัตรราคาเพียงแค่ 130 บาท แถมยังมีโคโยตี้มาเซอร์ไพรส์คนดู บอกได้เลยว่าโคตรคุ้ม งานนี้เรียกได้เต็มปากว่าเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการอันเดอร์กราวด์ไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากครับ

10986946_10153044427961768_6011158400806252885_n

(โปสเตอร์งาน Yos Fest 2)1972449_1524865444393542_7434862857792733398_n

10410357_1524857267727693_2176597501054858863_n

10372092_1524881187725301_1359387134282278606_n

(คนดูในวันนั้น)10543608_1524856334394453_7791876692305889711_n

(วง Tazzmanian)10006186_1524872994392787_1132473425122732146_n

(โคโยตี้!)และก็มาถึง Yos Fest ครั้งที่สามซึ่งยังคงใช้สตูดิโอ 125 ในการระเบิดความมันเช่นเคย วงในงานครั้งนี้มีความหลากหลายทางดนตรีมากขึ้น มีทั้งวงอย่าง Abuse the Youth, 8th Floor, Empty Glass Means Nothing, Housetrap, Plastic Surgery, Grason, Psychoslip รวมไปถึง Silly Fools และวง Love Me Butch ด้วย ถึงแม้งานครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าครั้งที่แล้วแต่ถือว่ามันไม่แพ้กับงานครั้งก่อน ๆ แถมได้ความหลากหลายในการเสพดนตรีอีกด้วย

10984230_10153044428136768_8790235794261906762_n

(โปสเตอร์งานครั้งที่สาม)68941_1543833029163450_233747922134900762_n

(พี่หรั่ง มือเบส Silly Fools)247641_1543848505828569_2474831885396379478_n

(พี่พอล Housetrap / ปัจจุบันอยู่วง Ugoslabier)10645333_1543830709163682_6215654489272313306_n

(พี่พล Plastic Surgery)และหลังจากที่เทศกาลแห่งความมันอย่าง Yos Fest ห่างหายจากวงการไปถึงเกือบสิบปี ก็ถึงเวลาแล้วที่ประวัติศาสตร์เหล่านั้นจะหวนกลับมาให้ทุกคนได้สัมผัสกัน ซึ่งมันก็คือ “YOS FEST 4” นั่นเองครับ รายละเอียดเพิ่มเติมจะอัพเดตเข้ามาเร็ว ๆ นี้แน่นอน รับรองได้เลยว่าระดับพี่ยศไม่ธรรมดา มีอะไรมาเซอไพรส์คนดูแน่นอนครับ เป็นความมันที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สามารถติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับงานนี้ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก YOS FEST 4

ขอบคุณพี่ยศสำหรับภาพประกอบด้วยครับ