สิ่งหนึ่งที่เมทัลเฮดพากัน hype มากในช่วงต้นปี ค.ศ. 2019 คืออัลบั้มใหม่ของวง Slipknot ที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งเป็นผลมาจากการให้สัมภาษณ์แบบเล่นใหญ่ของ Corey Taylor นักร้องนำของวงที่เคยบอกไว้ในการให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งว่างานชุดนี้จะกลับไปหนัก (heavy) แบบอัลบั้มสร้างชื่อในวันวานและขึ้นหิ้งเรียบร้อยแล้วอย่าง Iowa

ผลงานของ Slipknot ในช่วงหลัง ทั้ง All Hope is Gone และ .5: The Gray Chapter ไม่ถึงขั้นแย่ และมีเพลงฉบับมันสะใจมากระแทกหูเหล่า Maggots หลายต่อหลายเพลง แต่ถ้าให้เทียบกันแล้ว เพลงอย่าง “All Hope is Gone” หรือ “A.O.V.” ก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับเพลงชาติของการระบายอารมณ์อย่าง “People = Shit” หรือเพลงโคตรกระแทกกระทั้นอย่าง “The Heretic Anthem” จากอัลบั้มดังแห่งปี 2001 ได้อยู่ดี

เมื่อวันฮัลโลวีนปีก่อน (2018) Slipknot เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการปล่อย “All Out Life” ออกมาในรูปแบบ standalone single ให้ได้เฮกัน แม้เพลงนี้จะมีความหนัก มัน และทำให้สัมผัสได้ถึง brand DNA แห่งความหนักหน่วงในสไตล์ของ Slipknot แต่ก็ยังจัดว่าเป็นซาวด์แบบงานชุด .5: The Gray Chapter ชุดก่อนหน้า มากกว่าที่จะเป็นงานโคตรทำลายล้างแบบที่ Corey เคยขายไว้ในการให้สัมภาษณ์ครั้งก่อน


1. สแนร์เปื้อนเลือดของ Jay Weinberg

แต่จากเบาะแสล่าสุดที่ทวิตเตอร์ของ Jay Weinberg มือกลองคนใหม่วัยกระเตาะผู้มารับช่วงต่อจาก Joey Jordison มือกลองตีนผีของวง ก็ทำให้เราเริ่มสัมผัสได้ถึงความโหดของงานใหม่ชุดนี้ เพราะภาพที่เขาทวีตออกมาเป็นภาพสแนร์ที่เต็มไปด้วยเลือด แบบที่ดูแล้วทำให้นึกถึงการฝึกฝนกลองอันเข้มข้นของ Andrew และ Fletcher แห่งภาพยนตร์เรื่อง Whiplash เมื่อปี 2004 ขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้เหล่าสาวกสายหนักแอบหวังขึ้นมากันอีกระลอกว่า ไม่แน่อัลบั้มเต็มลำดับที่หกของ Slipknot อาจสมราคาคุยของ Corey Taylor ก็เป็นได้


2. บทสัมภาษณ์สุดหม่นของ Corey Taylor

ล่าสุดในการสัมภาษณ์กับ Music Week ฟรอนต์แมนคอหนาของเราถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงให้กับ Slipknot และเจ้าตัวก็ตอบไว้ว่า เขาใช้ความมืดมนของชีวิตในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เป็นเชื้อเพลิงในการสร้างผลงานใหม่ให้กับวง Slipknot ในตอนนี้:

“ผมลงรายละเอียดลึกนักไม่ได้หรอกนะครับ เพราะมันเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวผมเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสสำหรับผมมาก ๆ เพราะนอกจากลูก ๆ และวงดนตรีของผมแล้ว เวลาที่เหลือนอกจากนั้นมันมืดมนมาก ๆ ผมไม่ได้ทรุดลงหรืออะไรหรอกนะครับ แต่ไอ้อาการซึมเศร้าและความโกรธที่ผมต้องเผชิญหน้าน่ะมันกัดกิดผมอยู่ ผมจำเป็นต้องเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้นให้ได้ และเนื้อเพลงที่ผมเขียนให้กับอัลบั้มใหม่ของ Slipknot ก็เกี่ยวกับช่วงเวลาเหล่านั้นทั้งหมด ที่จริงแล้วในช่วงห้าปีที่ผ่านมาของชีวิตผม มันเป็นการพยายามทำความเข้าใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง และการมุ่งไปหาความสุขที่ผมยังสามารถจดจำไว้ได้”

และก่อนหน้านี้ไม่นาน Corey เพิ่งให้สัมภาษณ์ในรายการ Zane Low’s World Record ว่างานชุดนี้จะเป็นอัลบั้มที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Slipknot:

“มันจะเป็นหนึ่งในบทที่มืดมนที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของ Slipknot — มันจะออกมาเจ๋งขั้นนั้นเลย มันซับซ้อน มืดมน หนักหน่วง มีเมโลดี้ ดุร้าย เกรี้ยวกราด และมันเป็นของจริง มันเป็นงานที่โคตรสด และมันจะพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังจะเป็นที่ต้องการของผู้คนมากมายในช่วงเวลานี้

ซึ่งสำหรับเหล่า Maggots คงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จะสามารถสร้างสรรค์เพลงให้กับ Corey Taylor ที่กำลังโมโห – จากบทสัมภาษณ์ชิ้นล่าสุดก็ทำให้เริ่มมีแนวโน้มมากขึ้นว่างานชุดใหม่จะออกมาหนักเหมือนที่เจ้าตัวว่าไว้จริง ๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะ ‘หนัก’ ได้ถึงขั้นเดียวกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ตัวเองทำไว้ และให้สัมภาษณ์ไว้หรือไม่ อีกไม่กี่เดือนได้พิสูจน์ด้วยหูคุณเองแน่นอนครับ ระหว่างนี้ก็ฟัง “All Out Life” รอกันไปพลาง ๆ เด้อ!