อันนี้ไม่ได้เขียนเองนะครับ เป็นการอ่าน, สรุปและเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับชื่อ Why There Will Never Be Another Metal Band as Big as Metallica เขียนโดยวินซ์ นีลสทีน จากเว็บไซต์ MetalSucks

ก่อนอื่นมาพูดถึงจุดเริ่มต้นก่อนว่าบทความนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เจ้าของบทความแกบอกว่ามักจะได้ยินคนในอุตสาหกรรมดนตรีพูดกันอยู่ตลอดว่า วงดนตรีวงไหนจะขึ้นมาเป็น “the next Metallica” เพราะตลอดมาวงดนตรีแนวเมทัลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาดเมนสตรีมถึงมีแค่เมทัลลิก้าวงเดียว (พิสูจน์ได้ง่าย ๆ ให้ไปถามคนที่ไม่ได้ฟังเพลงเมทัล ว่าวงดนตรีไหนเป็นเมทัล เชื่อว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องตอบเมทัลลิก้า)

และก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมคนในอุตสาหกรรมดนตรีถึงอยากให้มีวงดนตรีที่เทียบชั้นกับเมทัลลิก้าได้วงต่อไปเกิดขึ้นมาบนโลก นั่นก็เพราะว่าหากมีวงดนตรีเมทัลที่สามารถเปิดตลาด ‘เมนสตรีม’ ได้แบบที่เมทัลลิก้าทำ มันจะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจให้กับสังคมและผู้คนอีกจำนวนมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น ในระยะสั้น ถ้าเมทัลลิก้าออกทัวร์ สตาฟทุกคนได้เงิน, ทั้งผู้จัดการวง, เอเจนต์, คนคุมเวที, คนคุมซาวด์, บริษัทขายเสื้อ, โปรโมเตอร์, สื่อ, เว็บข่าว ฯลฯ รวมไปถึงบรรดาเจ้าของสถานที่ห้างร้านที่ให้จัดงาน คนขายเบียร์ ฯลฯ ด้วย และถ้าในระยะยาว ความป๊อปปูลาร์ของวงอย่างเมทัลลิก้าก็เปิดโลกให้เด็กรุ่นใหม่ได้เข้ามาสนใจดนตรีเมทัลมากขึ้น แม้คนจำนวนมากจะหยุดที่เมทัลลิก้า ไม่ได้ฟังวงอื่นต่อ แต่ก็มีคนอีกเป็นพัน ๆ ที่เอาจริงเอาจังกับวงการนี้ ลงลึกในรายละเอียด ซื้อผลิตภัณฑ์ของแท้เพื่อนสนับสนุนวงต่อไป เมื่อมีเม็ดเงินหมุนเวียนก็จะมีการลงทุน ทำให้วงดนตรีรุ่นหลังมีกำลังใจที่จะพัฒนาผลงานต่อไปอีก

ที่นี้ก็มาเข้าเรื่องว่าทำไมโลกนี้มันถึงไม่มี “เมทัลลิก้าวงต่อไป” ซักทีนะครับ

เหตุผลข้อแรก “ทุกวันนี้โลกนี้มีวงดนตรีมากเกินไปแล้ว” พอด้วยวงดนตรีที่มีอยู่เป็นจำนวนมากกกกกกกกกกกกกกกกก (ลาก ก. ไก่ยาวเพื่อขยายความเยอะ) มากจนไม่รู้จะเริ่มต้นฟังจากตรงไหนดีเพราะแนวเพลงมันก็กระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง การมีวงดนตรีบนโลกนี้มากเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้ช่วยกันขับเคลื่อนวงการเพลงนี้ต่อไป แต่ปัญหาก็คือ มันมากไป แฟนเพลงเมทัลรุ่นหลังก็มีตัวเลือกที่มากขึ้น พอพวกเขามองหาวงดนตรีมาฟังซักวงมาฟัง มาทำความรู้จักเพื่อจะได้เสียเงินซื้อหรือให้ความสนใจ ก็ไม่รู้จะเริ่มฟังจากวงอะไรดี ก็เลยขึ้นอยู่กับ…

“อินเทอร์เน็ต” ปัจจัยที่สองที่ทำให้วงรุ่นหลังไม่มีวันขึ้นไปเทียบชั้นเมทัลลิก้าได้ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาไม่ต้องมาคอยฟังเพลงใหม่ ๆ จากวิทยุหรือโทรทัศน์อีกต่อไป ชอบแนวซับซ้อนแค่ไหนมันก็มีคนทำออกมาให้ฟังจนได้ เดี๋ยวนี้วงปล่อยเพลงในเน็ตก่อนโทรทัศน์เสียอีก พอมีวงดนตรีมากและคนฟังสามารถค้นหาแนวที่ชอบเองได้ ฐานแฟนเพลงก็แตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง ไม่เหมือนสมัยที่เมทัลลิก้ากำลังมาแรง ที่ตัวเลือกในการฟังเพลงเมทัลไม่ได้มีมากนัก (ถึงมากก็ไม่มากเท่าทุกวันนี้)

คนเขียนบทความนี้เปรียบวงการเพลงในอินเทอร์เน็ตไว้เหมือนกับเว็บไซต์หาคู่ คือกำหนดสเป๊กได้แล้วว่าชอบฟัง/อยากเจอแบบไหน ที่ต้องทำคือคลิกและหาสไตล์ที่ชอบ/คนที่ใช่ให้เจอนั่นเอง

ปัจจัยต่อมา ข้อที่สาม ก็คือ “สถานีวิทยุไม่ซัพพอร์ตดนตรีเมทัล” ข้อนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากครับ วิทยุว่าน้อยแล้ว โทรทัศน์ยิ่งน้อยลงไปอีก ข้ามไปข้อที่สี่กันเลย

“การแหกปากโวยวาย” หรือเรียกกันแบบเท่ ๆ ว่า ‘screaming’ — แน่นอนว่าโลกภายนอก (ที่ไม่ใช่โลกของดนตรีเมทัล) ยังหลงไหลในเสียงร้องที่มีเมโลดี้ และพวกเขายังคงต้องการเข้าใจเนื้อเพลงได้โดยไม่ต้องอ่านเนื้อเพลงประกอบไปด้วยอยู่ วงดนตรีอย่างออล แดต รีเมนส์, อเวนจ์ เซเวนโฟลด์ และไฟฟ์ ฟิงเกอร์ เดธ พันช์ สามารถส่งเพลงไปเปิดในคลื่นวิทยุได้เพราะพวกเขามีท่อนร้องแบบคลีนโวคัลส์ในเพลง หรือไม่ก็ไม่มีการสครีมในเพลงเลย แต่นั่นก็เหมือนเป็นการหันหน้าเข้าหาเพลงที่ ‘คนอยากฟัง’ มากกว่าเพลงที่ ‘ตัวเองอยากร้อง’ นั่นแหละครับ จากการที่เคยโวยวายเปลี่ยนมาเป็นการร้องชัด ๆ ให้เบาลง ให้มันขายง่ายขึ้นถึงจะไปรอด

แต่ถึงกระนั้นวงดนตรีอย่างมาสโตดอน, คิลสวิตช์ เอ็นเกจ ฯลฯ ก็สามารถสครีมหนัก ๆ แต่สร้างฐานแฟนเพลงจำนวนมากได้ด้วยการยัดท่อนคลีนลงไปในเพลง ทำให้ดนตรีเมทัลฟังง่ายขึ้นมาก วงดนตรีที่ดูจะเป็นข้อยกเว้นของเมทัลกระแสหลักทุกวันนี้ก็คงมีแต่แลมบ์ ออฟ ก็อด ที่ไม่เคยร้องคลีนเลยแต่ประสบความสำเร็จมาก แต่ถึงวงที่เอ่ยถึงมาในย่อหน้านี้จะประสบความสำเร็จ ดัง แฟนเพลงเพียบ แต่การทัวร์ของพวกเขาก็ไม่เคยได้เล่นในสถานที่ที่จุคนดูได้มากกว่า 3,000-5,000 คน (ถ้าไม่นับเทศกาลดนตรี) ซึ่ง … มันก็เทียบชั้นกับการทัวร์ของเมทัลลิก้าไม่ได้นั่นแหละนะทั้ง ๆ ที่ถ้าเทียบอายุแล้วกันแล้ว เมทัลลิก้าในวัยประมาณนี้ก็มีคนดูจำนวนมากกว่าแล้ว

ก็นั่นแหละครับ วงเมทัลสมัยนี้เกิดยาก เพราะสายป๊อปเค้ามาแรงกว่า สื่อไปให้ความสนใจกับพวกนั้นหมด บาย ♪

เหตุผลข้อสุดท้ายที่ทำให้วงดนตรีสมัยนี้ไม่มีทางเทียบชั้นเมทัลลิก้าได้ “ดนตรีมันไม่ได้สำคัญมากเท่าสมัยก่อนแล้ว” นั่นก็เพราะว่าเด็กสมัยนี้มีปัจจัยอื่นให้สนใจมากกว่าดนตรีอย่างเดียว ทั้งเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, วิดีโอเกมส์, เซ็กส์, ยา, ฯลฯ และเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่แค่พวกเด็ก ๆ แต่พวกผู้ใหญ่ก็ด้วยเช่นกัน คนเขียนเค้าตั้งคำถามกับคนอ่านเลยว่า คุณจำได้มั้ยว่าคุณนั่งอยู่หน้าเครื่องสเตอริโอแล้วฟังเพลงตั้งแต่ต้นจนจบอัลบั้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? — สรุปก็คือ ทุกวันนี้ดนตรีมันไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของมนุษยชาติมากเท่ายุค ’80s, ’90s อีกต่อไปแล้ว ผู้คนให้ความสนใจกับอย่างอื่นไปแทบหมดสิ้น

และจากปัจจัยทั้งห้าที่เล่ามาก็น่าจะครอบคลุมพอแล้วว่าทำไมวงดนตรีรุ่นใหม่ถึงไม่มีใคร ‘ยิ่งใหญ่’ เทียบรุ่นกับเมทัลลิก้าได้เลย ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ผิดที่วงดนตรี ถ้าให้ผมสรุปง่าย ๆ ก็คือ … โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ได้มีเพียงแค่สถานีวิทยุ ร้านซีดี และวงดนตรีเมทัลเพียงไม่กี่วง แต่มันกลายเป็นโลกขนาดใหญ่ที่มีวงดนตรียิบย่อยมากมาย

ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับการที่มีคนคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จนั่นแหละครับ เสร็จแล้วผู้คนจำนวนมากก็จะแห่กันมาทำบ้าง ทำมากจนมันเกินความต้องการ สุดท้ายก็ไม่มีใครเกิดซักคนเพราะจุดเด่นมันถูกกลบไปหมด ก็คงต้องมาลุ้นกันต่อแหละครับว่า ในช่วงชีวิตของเรา ๆ ท่าน ๆ ที่นั่งอ่านกันอยู่ตอนนี้จะมีโอกาสได้เห็นวงดนตรีที่ได้รับการขนานนามว่า “THE NEXT METALLICA” หรือไม่?