สำหรับอุตสาหกรรมดนตรีในปัจจุบันนี้ก็ดูไม่ค่อยจะโอเคนัก เพราะข่าวเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งรายงานไปว่ายอดขายรวมของตลาดเพลงในอเมริกาลดลงต่ำที่สุดเป็นครั้งแรก ยอดขายจากตลาดเพลงดิจิตัลที่ใหญ่ที่สุดอย่าง iTunes ก็ลดลงเช่นกัน เพราะพฤติกรรมการเสพดนตรีของผู้คนเปลี่ยนไป หันไปหาบริการสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Spotify กันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ทาง Spotify ก็ยังทำเงินให้กับศิลปินได้ไม่มากพอที่จะหาเลี้ยงชีพตัวเองกัน แล้วใครกันนะที่ยังคงซื้อแผ่นซีดี อุดหนุนศิลปินกันโดยตรงอยู่?

พอเกิดคำถามนี้ขึ้น Reggie Ugwu (นามสกุลอ่านว่าอะไรฟะ!?) นักเขียนจากเว็บไซต์ Buzzfeed ก็เลยได้ทำการวิจัยของต้นเองขึ้นมาหนึ่งชิ้น และพบว่ากลุ่มคนที่ยังสนับสนุนแผ่นซีดีแท้อย่างเหนียวแน่นคือกลุ่มคน ‘วัยกลางคน’ (midlde-aged) ในช่วงอายุราว 36 ปีขึ้นไป

“จากการประมาณของ MusicWatch ที่ออกมาล่าสุดนั้น 61 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มคนที่ซื้อแผ่นซีดีคือคนวัย 36 ปีขึ้นไป เมื่อสิบปีที่แล้วนั้น ตัวเลขมันก็อยู่ที่ราว 36% เท่านั้น และย้อนไปในปี 2004 กลุ่มคนอายุมากกว่า 50 ก็เป็นเพียงแค่ 19% ของประชากรที่ซื้อแผ่นซีดี แต่ทุกวันนี้มันเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าแล้ว”

และที่น่าสนใจก็คือกลุ่มวัยรุ่นอายุน้อย กลุ่มที่น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนวงการดนตรีได้มากที่สุด กลับมีส่วนแบ่งในตลาดซีดีแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ และในตลาดดิจิตัลดาวน์โหลดแค่ 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ในกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุราว 13 ถึง 17 ปีนั้นยอดก็ตกลงไปต่ำลงเหลือเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ซื้อซีดี ตกลงมาจาก 14.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2004 และส่วนแบ่งของพวกเขาในตลาดเพลงดิจิตัล รวมทั้งแบบซิงเกิลเดี่ยวและอัลบั้มเต็ม ก็ตกลงไปถึงสิบสองหน่วย – ลงมาอยู่ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ – ทั้ง ๆ ที่การดาวน์โหลดนั้นได้กลายมาเป็นกระแสหลักท่ามกลางผู้คนไปแล้ว”

ซึ่งจากผลการศึกษายอดที่ตกต่ำลงของวัยรุ่นยุคใหม่นี้ก็สอดคล้องกับรายงานที่ว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคหันไปหาบริการเพลงแบบสตรีมมิ่งกันออนไลน์อย่าง Spotify มากขึ้นนั่นเองครับ ก็ต้องมาดูกันว่าอนาคตของวงการเพลงที่ฝากไว้กับเด็กรุ่นนี้จะเป็นยังไงกันต่อไป แล้วคนยุคเก่าที่อุดหนุนซีดีแท้จะซื้อกันไปได้อีกนานแค่ไหน?

แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ ซื้อหรือโหลด หรือฟังออนไลน์มากกว่ากัน พูดคุยกันได้ครับ?

ที่มา – Alternative Press