แน่นอนว่าชื่องานก็บอกถึงจุดประสงค์ได้อย่างชัดเจนว่าทาง What the Duck ได้ตั้งใจจัดงานเพื่อที่จะมอบความสุขเป็นของขวัญสุดพิเศษแทน คำขอบคุณให้กับแฟนเพลงที่ได้สนับสนุนกันมาโดยตลอด ซึ่งในปีหน้า 2562 นั้น ทางค่าย What the Duck ก็กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 อีกด้วย จึงได้จัดงาน What the Duck Thank You Party ขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561 ณ ลานกิจกรรม Groove ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ได้ยกทัพศิลปินกันมายกค่ายถึง 17 วง 35 ชีวิต

นอกจากนั้นก็ยังได้จัดทำปฏิทินปีใหม่ “What the Duck Calendar 2019” ซึ่งเป็นเซ็ทภาพศิลปินในค่าย ให้แฟนเพลงได้จับจ่ายซื้อสอยกัน ต้องขอบอกเลยว่างานนี้ปฏิทินได้ขายหมดเกลี้ยงกันเลยทีเดียว และได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงเป็นอย่างดี ส่วนใครที่ไม่ได้ไปหรือไม่ได้ซื้อปฏิทินนั้น ต้องพูดคำว่าเสียดายกันอย่างแน่นอน เพราะยังมีความยังพิเศษกว่านั้น ที่ทางค่ายนั้นได้มีกิจกรรมแจกลายเซ็น เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้ขอลายเซ็นกับศิลปินทั้งค่ายด้วยตัวเองกันแบบใกล้ชิด บอกเลยว่าใครได้ไปงานนี้มาคุ้มจริง ๆ ถือว่าเป็นการมอบของขวัญเป็นความสุขให้กับแฟนเพลงส่งท้ายปีเลยก็ได้ว่าได้ค่ะ

แต่งานยังไม่จบเพียงเท่านี้ นอกจากกิจกรรมแจกลายเซ็นแล้ว ยังส่งท้ายงานด้วยมินิคอนเสิร์ตโชว์สุดเอ็กคูลซีฟ จากศิลปินที่ได้นำมาให้ได้ชมกันกันแบบพิเศษสุด ๆ กันถึง 6 โชว์ด้วยกัน ที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน ที่เป็นการนำศิลปินในค่ายนั้นขึ้นมาแจมด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แฟนเพลงนั้นได้รอคอยกันเป็นอย่างมาก และได้เปิดเวทีด้วยโชว์แรกด้วยวง 2Pcs. และ ชาติ สุชาติ ที่ได้นำเอาเพลง “การเรียนรู้” จาก ชาติ สุชาติ และเพลง “ของขวัญ” จาก Musketeers ศิลปินร่วมค่ายนั่นเอง มาส่งมอบความสุขให้กับแฟนเพลง เรียกรอยยิ้มและความสุขของแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี

คราวนี้มาต่อด้วยโชว์ที่ 2 ของงานกันแบบต่อเนื่อง ด้วยโชว์จาก Whal & Dolph และ Plastic Plastic ถือว่าเป็นวงที่กำลังมาแรงน่าจับตามองเช่นกัน ซึ่งก็ได้หยิบนำเอาผลงานเพลงสุดไพเราะ มามอบให้กับแฟนเพลงในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Summer Hibernation” และเพลง “เมื่อวาน” ผลงานเพลงจากวง Plastic Plastic ที่ได้นำมาร้องร่วมกันกับ Whal & Dolph ในงานนี้ ถือว่าพิเศษสุด ๆ ที่เชื่อว่ายังไม่เคยได้ดูที่ไหนมาก่อน

เมื่อโชว์จาก Whal & Dolph และ Plastic Plastic จบลงแล้วก็ไม่รอช้าที่จะส่งมอบความสุขด้วยโชว์จาก De Flamingo, Chanudom และ Pae Arak เป็นโชว์ที่ศิลปินแน่นเวทีกันเลยทีเดียว และก็สร้างความสนุกและความสุขให้กับแฟนเพลงได้เป็นอย่างมาก โดยได้หยิบนำเอาเพลง “แค่อีกครั้งเดียว” จาก De Flamingo ต่อด้วยเพลง “คนบาป” จาก Chanudom ที่ได้นำมามอบให้กับแฟนเพลง พร้อมกับลีลาอันเซ็กซี่และสุดแซ่บของ พัด ชนุดม (ร้องนำ) เรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายโชว์ด้วย Pae Arak ที่นำเอาเพลง “ฉันออกไปเต้นกับเพลงที่ไม่คิดจะฟัง” เพลงที่จังหวะชวนโยกชวนเต้น มาโชว์บนเวทีนี้สร้างความสนุกได้ไม่น้อย ก่อนที่จะลงเวทีทาง De Flamingo ก็ได้บอกกับแฟน ๆ ว่าพวกเขาจะทำอัลบัมเต็มกันอีกด้วย

ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีโชว์ให้ได้ชมกันแบบจุใจ ด้วยโชว์ของสาว ๆ สุดน่ารักที่มีเสียงอันไพเราะอย่างวง Hers, BOWKYLION และ Pango ก็ได้นำเพลงมาสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง “ยังคงคอย” จากวง Hers ตามด้วยเพลง “แขนซ้าย” จาก BOWKYLION ปิดโชว์ด้วยเพลง “พระจันทร์” จาก Pango สาวสวยเสียงใสสุดน่ารัก ถือว่าเป็นโชว์อีกหนึ่งโชว์ของงานที่ฟังแล้วละมุนจริง ๆ

จบจากโชว์ของสาว ๆ กันแล้วก็กลับมาที่โชว์ของหนุ่มหล่อกันบ้าง ต้องขอบอกอีกว่าเรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ เป็นอย่างมาก นั่นก็คือวง Ten Two Twelve และ mints ที่ได้หยิบนำเอาเพลง “ยังไงดี” ผลงานเพลงของ mints โดยที่มีวง Ten Two Twelve มาแจมด้วย ตามด้วยเพลง “โลกยังไม่แตก” ของ Ten Two Twelve และแน่นอนว่า mints ก็ได้ร่วมแจมกับวงรุ่นพี่อีกด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นโชว์แรกที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนเลย ที่ทั้งสองจะได้มาโชว์ร่วมกันแบบโชว์นี้ แถมทางวง mints ก็ยังได้บอกอีกด้วยว่าในปีหน้าว่าจะทำอัลบัมกันอย่างแน่นอน ใครที่เป็นแฟนเพลงของ mints ก็รอติดตามกันได้เลยนะคะ

และแล้วก็มาถึงโชว์สุดท้ายของงาน คาดว่าน่าจะเป็นโชว์ที่แฟนเพลงนั้นรอกันเป็นอย่างมาก แฟนเพลงแน่นทั้งลาน Groove กับโชว์จาก ฟักกลิ้ง ฮีโร่ และ The Toys วัยรุ่นหนุ่มสุดหล่อหน้าตาดีมากความสามารถ ที่กำลังมาแรงในตอนนี้เป็นอย่างมาก ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตไม่ว่าจะเป็นเพลง “นอนได้แล้ว” และเพลง “ลาลาลอย (100%)” ทำเอาแฟนเพลงพากันร้องตามกันเสียงดังฟังชัดไปทั่วงาน เป็นโชว์ปิดที่ดีมาก ๆ ถึงจะเป็นโชว์ที่มีเพียงแค่สองเพลง แต่เต็มไปด้วยความสุขและความสุขของแฟนเพลงที่มารอได้เป็นอย่างมาก

งานนี้ได้สร้างความสุขให้กับแฟนเพลงเป็นอย่างมาก ทุกคนมีความสุข ความสนุก กลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม สมกับที่ทางค่าย What the Duck ได้ตั้งใจที่จะมอบความสุขให้กับทุกคนเป็นการขอบคุณและตอบแทน ที่ได้สนับสนุนทางค่ายกันมาโดยตลอดเวลา แถมยังเป็นของขวัญส่งท้ายปีได้ดีอีกด้วย