มีเกือบ 40 ศิลปินที่ทาง Alternative Press ได้ออกไปถามเรื่องราวเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับเรื่องการเหยียดเพศ มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่ตอบกลับ บางคนก็ไม่มีเวลาตอบ บางคนก็ไม่มีประสบการณ์มาแชร์ หรือที่แย่กว่านั้นก็คือศิลปินผู้หญิงยังคงรู้สึกกลัวที่จะพูดเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเอง

ในกลุ่มที่ความเป็นเอกภาพและการยอมรับเป็นสิ่งที่ต้องเคารพนั้น มันง่ายมากที่จะปัดเอาประสบการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นซ่อนไว้ใต้พรมเพื่อทำให้ดูเหมือนว่าสังคมพังก์ร็อกยังคงเป็นดินแดนชวนฝันน่าหลงใหล แต่การฝังประสบการณ์เหล่านั้นของศิลปินผู้หญิง (หรือผู้หญิงในสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม) มันมีผลกับพวกเรามั้ยน่ะเหรอ? มันเจ็บปวดเลยล่ะ

สมาชิกจาก Candy Hearts, Dangerkids, Perfect Pussy, War On Women และ Crystalyne ร่วมเล่าถึงประสบการณ์และมุมมองของพวกเธอ

แมเรียล เลิฟแลนด์ นักร้อง/มือกีตาร์ Candy Hearts

10616665_10152609543486041_8972061708203124007_n (1)

การเหยียดเพศในวงการดนตรีเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับชั้น โดยปกติแล้วชั้นก็พยายามที่จะไม่โมโหนะ เพราะชั้นรู้สึกว่าคนเค้าก็ไม่แยแสหรอกว่าผู้หญิงสามารถเล่นดนตรีได้จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มในป็อบพังค์ที่ผู้ชายมีอิทธิพลสูงสุด

หนึ่งในประสบการณ์ที่ชวนปวดหัวคือชั้นเคยโดนขวางจากการขึ้นบนเวทีโดยยาม ถึงแม้ชั้นจะกำลังหอบอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ก็ตาม ชั้นเดินตรงไปหาเบาวเซอร์แล้วถามเขาว่า “นี่ชั้นจะขึ้นไปบนเวทีได้ยังไงอะ” แล้วเขาก็แบบ “ทำไมเธอต้องขึ้นไปด้วยอะ” ชั้นบอก “ก็ขึ้นไปร้องเพลงไง” แล้วเขาก็ยังไม่ให้ชั้นขึ้นไปบนเวทีจนกระทั่งชั้นพูดว่า “ได้ เราจะรอตรงนี้แหละจนกว่าเราจะได้เห็นว่าไม่มีวงขึ้นเล่น เพราะชั้นไม่ได้ขึ้นไปซักทีไงล่ะ” จนสุดท้ายเขาถึงให้ชั้นขึ้นไปบนเวที

เมริสสา เดทโทลี่ นักร้อง Crystalyne

10580229_758187804238937_169379586234709072_n

การเป็นผู้หญิงคนเดียวในวงดนตรีนั้นเป็นความใฝ่ฝันของชั้นมาตลอด ชั้นจำได้ถึงการเป็นเด็กสิบขวบแล้วจินตนาการถึงชีวิตอันสมบูรณ์แบบที่ทุกคนอยากรู้จักว่าเราคือใคร ได้แต่งตัวสวยๆ ทุกคืน ได้รับการปรนบัติอย่างวีไอพี และแสดงโชว์ที่สนามกีฬากว้างๆ ที่มีคนดูเป็นพันๆ คน แต่พอยิ่งโตขึ้น ชั้นก็ยิ่งตระหนักได้ว่ามันเป็นสิ่งโหดร้ายที่จะเติบโตมาในแวดวงดนตรี วงคริสตัลลีนได้เริ่มต้นเส้นทางนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน และชั้นก็ไม่คิดว่าเราจะได้เตรียมรับมือกับอุปสรรคที่เราเคยมีจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่น่าตกตะลึงมากที่สุดสำหรับชั้นคือการที่หลายๆ คนนั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยพวกเหยียดเพศ

หนึ่งในประสบการณ์การเปิดหูเปิดตาสำหรับชั้นเกิดขั้นเมื่อโชว์ครั้งล่าสุดของพวกเรา เมื่อตอนที่เราเพิ่งเสร็จจากการซาวนด์เช็กแล้วก็กำลังจะไปทานข้าวเย็นกัน แต่เราก็พบว่าเราไม่ได้ถูกเขียนไว้ว่าเราคือหนึ่งในวงดนตรีที่เล่นคืนนั้น เราหาคนจัดงานไม่เจอก็เลยเดินไปหายามพร้อมกับผู้ชายในวงแล้วอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟัง ยามเลิกคิ้วไปมาแล้วก็บอกว่า “นี่เธออยู่ในวงจริงๆ เหรอ?” ชั้นแบบอึ้งไปเลยว่านี่มันอะไรกัน นี่เขาคิดจริงๆ เหรอเนี่ยว่าชั้นเป็นพวกสาวกรุ๊ปปี้ที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ พยายามจะเข้างานฟรีๆ ชั้นหัวเราะใส่แล้วชี้ไปที่โปสเตอร์ที่ติดอยู่ที่ผนังด้านหลังเขาที่มีรูปของวงเราอยู่ในนั้น แล้วเขาก็ไม่ได้ขอโทษหรืออะไรด้วย แค่เอาข้อมือชั้นไปเขียนตัวอักษร B แล้วก็ทำเหมือนกันที่ข้อมือของจอร์ช จัสติน แล้วก็สก็อตตี้ มันเป็นเรื่องที่ทำให้ชั้นรำคาญมาก ว่านี่มันปี 2014 แล้วนะ แต่ทำไมคนยังใช้เวลานานกว่าจะคิดได้ว่าผู้หญิงก็เป็นนักดนตรีได้เหมือนกัน

เคที โคล มือกลอง Dangerkids

10425137_610004599117821_3667419254267964179_n

ชั้นว่าการเหยียดเพศนั้นยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในวงการดนตรีนะ ในขณะเดียวกัน ชั้นรู้สึกว่าคนก็เริ่มยอมรับเพศหญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ชั้นไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่รบกวนชั้นเป็นการส่วนตัว แต่ชั้นเคยต้องรับมืออย่างมากกับทัศนคติเหล่านี้ คนมักตั้งข้อสันนิษฐานเรื่องผู้หญิงในวงดนตรี แต่ชั้นว่าเราเข้าใจในเรื่องที่ว่าดนตรีมันก็คือดนตรี

มีหลายครั้งที่คนมักคิดว่าชั้นก็เป็นแค่จุดขายของทางวง หรือไม่ก็คิดว่าชั้นไม่มีทางจะเป็นมือกลองที่ดีได้หรอกเพราะชั้นเป็นผู้หญิง มันค่อนข้างแย่ที่ได้ยินแต่เรื่องพรรนั้น แต่มันก็ทำให้ชั้นอยากจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นไม่มีความหมายอะไร ชั้นเป็นผู้หญิงคนเดียวในวง ดังนั้นชั้นจึงเคยได้เจออะไรแบนี้ในงาน: “เธอเป็นสาวขายเสื้อวงรึเปล่า?” “พวกเขาขึ้นเล่นกันกี่โมงอะ?” “เจ๋งอะเขามืเจ้าหน้าที่เทคนิคกลองเป็นผู้หญิงด้วย” หรืออะไรก็ตามที่ชั้นคิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากชั้นเป็นผู้ชาย มันถึงเวลาที่ทุกคนต้องตระหนักแล้วว่าพวกเราทุกคนเท่าเทียมกันในเรื่องนี้ การเหยียดเพศไม่ควรจะเกิดขึ้น และชั้นหวังว่าสักวันนึงการเห็นเพศหญิงในวงการดนตรีจะกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครมาคอยตั้งคำถามอีก

เมเรดิธ เกรฟส์ นักร้องนำ Perfect Pussy

ตอนแรกชั้นอยากทำบทความเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ชั้นมีกับการเหยียดเพศ แต่พอชั้นลองนั่งลงเขียน ชั้นก็พบว่ามันมีประสบการณ์เยอะเหลือเกินที่ชั้นอยากจะเขียน ทั้งของตัวชั้นเองแล้วก็ของคนอื่นๆ ชั้นเคยผ่านและก็เคยเห็นเพื่อนชั้นผ่านเรื่องพวกนี้มา หลากหลายเหตุการณ์ความน่ารังเกียจและน่าตกใจที่พวกเขาเคยตกเป็นเหยื่อของความเกลียดชังผู้หญิง และเรื่องการเกลียดชังผู้หญิงก็ไม่ได้มามือเปล่านะ มันขึ้นอยู่กับบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อ มันรวมไปถึงพวกเกลียดชังเพศที่สามด้วย มันทั้งเหยียดเพศ เหยียดชนชั้น พวกที่กีดกันสภาพทางร่างกาย หรืออะไรก็ตามที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง กลายเป็นข้ออ้างของพวกที่ชอบรุกรานทางเพศที่บ่อยครั้งรุนแรงถึงชีวิต

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การถูกโจมตีทางเพศของวัยรุ่นสาวผิวสีส่งผลให้เกิดมุกตลกที่นำมาล้อเลียนในอินเตอร์เน็ตแพร่หลายไปทั่ว; ทางด้านศูนย์การค้าอย่าง Hobby Lobby ก็ออกมาพิสูจน์อย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าทางพนักงานของพวกเขาไม่มีการถูกให้คุมกำเนิดแต่อย่างใด; มันถูกเผยผ่าน Tumblr ว่าลัทธิความถูกต้องของผู้ชายในอินเตอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นเป็นแผนการการต่อต้านกลุ่มสิทธิสตรี เหยียดสีผิว และพยายามที่จะทำลายกลุ่มสิทธิสตรีบนโซเชียลมีเดีย ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น อิลเลียต โรเจอรส์ ออกไปดื่มเหล้าจนเมาหัวเราน้ำหลังจากที่ถูกบอกให้คบกันฉันเพื่อนหลายต่อหลายครั้ง ชั้นเฝ้าดูเหตุการณ์การยื่นฟ้องหลังจากการจำคุกของ ซีซี่ แมคโดนัลด์ (สาวประเภทสองชาวแอฟริกันอเมริกันที่ถูกตัดสินจำคุก 41 เดือนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา) และการถูกฆาตรกรรมอันน่าโหดเหี้ยมของ อีสลิน เนทเทลส์ (สาวประเภทสองที่ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต) มันเกิดขึ้นทุกที่ ที่ที่เราอาศัยอยู่นี่แหละ และมันไม่ก็จบไม่สิ้น

สำหรับชั้นแล้วการนั่งลงเขียนบทความสองสามย่อหน้าเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัวดูเหมือนจะมันจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับของคนอื่นๆ ที่ชั้นสามารถทำได้ก็เพราะว่าชั้นรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรสำหรับชั้น เรื่องนี้หรืออะไรพวกนี้เกิดขึ้นกับทุกคนในวงที่ไม่ใช่เพศชาย มากกว่าหนึ่งครั้งด้วย และนี่ก็คือเรื่องล่าสุดที่ชั้นเจอมา

ด้วยชื่อวงของเรา หลายๆ คนจึงคิดว่ามันไม่เป็นไรที่จะล้อเรื่องเพศในใบปลิวโชว์ของเรา เมื่อถ้าเราเห็นว่ามันเกินงามเราก็ห้าม แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราไม่สามารถจะเห็นมันได้ก่อนทุกครั้ง มันน่าผิดหวังมากที่เรามาถึงและพบว่าชื่อวงของเราตัดแปะอยู่บนรูปหน้าอกและอวัยวะเพศหญิง มันเลวร้ายมาก และที่สำคัญมันคือการดูถูกเพศตรงข้ามอย่างมาก พวกเราเคยกล่าวตั้งแต่แรกแล้วว่าชื่อวงของเราไม่ใช่เครื่องหมายแทนอวัยวะสืบพันธุ์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ยังมีรูปของผู้หญิงอยู่บนใบปลิวของเราอยู่ดี

นอกจากนั้นในโชว์สุดท้ายของพวกเราที่ดัลลัสก็มีอีกหนึ่งใบปลิวที่เลวร้ายมาก: รูปผู้หญิงกับรองเท้าส้นสูงของเธอที่ไม่ใส่อะไรเลยนอกจากกางเกงใน ถูกผูกไว้ ไร้ซึ่งการช่วยเหลือ ที่แย่ไปกว่านั้นคือมีแทบเซ็นเซอร์บางๆ คาดอยู่บนหน้าอกของพวกเธอ ประหนึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อเห่ยๆ ที่ว่าลักษณะเฉพาะทางเพศนั้นเป็นเรื่องน่าขำมากกว่าการแสดงถึงความรุนแรงที่มีต่อผู้หญิง มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจและทำให้ชั้นรู้สึกถูกคุกคามและไม่สบอารมณ์มาก ชั้นพูดออกไมค์ตอนที่พวกเราเล่นเสร็จว่ามันไม่โอเคเลยที่จะทำเรื่องอะไรแบบนั้น

เหตุผลที่ชั้นพูดเรื่องใบปลิวขึ้นมาก็เพราะชั้นรู้ว่าเรื่องพวกนี้มันก็เกิดขึ้นกับวงที่ไม่ได้มีคำว่า Pussy อยู่ในชื่อ แต่มันเกิดขึ้นกับวงที่มีผู้หญิงเป็นหนึ่งในสมาชิกวง คนพวกนี้จ่ายเงินมาดูเราก็จริง แต่ก็ยังไม่วายที่จะสร้างเรื่องความรุนแรงพวกนี้ ส่วนผู้ชายคนอื่นๆ พอเห็นเรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้พยายามที่จะหยุดมัน การขาดความรับผิดชอบหรือการยอมรับว่า ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ คือการที่เด็กหนุ่มวัยรุ่นพูดจาหยาบคายใส่เด็กสาววัยรุ่นในโชว์ จนพวกเขากลายเป็นชายวัย 20 วัย 30 ที่ไม่ชอบให้ชั้นพูดเรื่องการเหยียดชนชั้น และใช้มันเป็นโอกาสที่จะพูดหมาๆ หรือข่มขู่ชั้นด้วยความรุนแรงทางด้านร่างกาย บางคนก็มีภรรยามีลูกแล้ว บางคนก็มีประวัติเรื่องการล่วงละเมิดทางร่างกายหรืออารมณ์ต่อผู้หญิง

ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่ เรื่องนี้มันเป็นเพียงแค่เรื่องมดกัดเล็กๆ ที่ 99% ของเมื่อเวลาที่ผู้ชายเริ่มหัวเสียเรื่องผู้หญิงอย่างนั้นสิทธิสตรีอย่างนี้ ชั้นจะหันหน้าหนีและเดินออกมาทันที แต่มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับพวกเรา มันอาจจะเป็นครั้งที่ 10 หรือ 20 แล้วก็ได้ มันแพร่กระจายอย่างรวดเร็วอย่างกับโรคระบาด ทั้งในเมืองเอย ชนบทเอย หรือกระทั่งในรั้วมหาวิทยาลัย ในบาร์หรือพื้นที่ส่วนตัวอื่นๆ ชั้นรู้สึกว่าในทุกๆ ครั้งที่เราโชว์ ชั้นจะได้คุยกับพวกผู้หญิงที่พวกเธอบอกกับชั้นเรื่องการถูกคุกคามทางเพศในโชว์ มากกว่าหนึ่งครั้งที่มีผู้หญิงร้องไห้บอกกับชั้นเรื่องที่พวกเธอคบหากับผู้ชายในวงการนี้และโดนทำร้ายหรือโดนแอบติดตามถึงแม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้ว พวกเธอบอกชั้นว่าสิ่งที่ชั้นเขียนหรือพูดว่ามันเกิดขึ้นกับชั้นนั้นก็เกิดขึ้นกับพวกเธอเหมือนกัน พวกเธอรู้สึกปลอดภัยที่จะมาในโชว์ของเรา แต่ไม่รู้สึกเช่นเดียวกันเมื่อเวลาไปดูโชว์ทั่วๆ ไปที่อื่น

และนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมชั้นจึงต้องพูดอะไรออกไปบ้างหลังจากโชว์จบลง เพราะชั้นไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเดียวที่ไม่มีเรื่องของ

ชอนน่า พอตเตอร์ นักร้องนำ War On Women

10301114_758644650840722_5208334917254851724_n

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพวกเราได้เล่นที่ Echoplex ในแอลเอ มันเป็นโชว์สั้นๆ เพื่อเล่นเปิดให้กับ Propagandhi และ the Flatliners มันเป็นโชว์สุดท้ายและทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี สำหรับวงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างวงเราถือได้ว่ากระแสตอบรับดีมากทีเดียว ขณะที่พวกเราเล่นผ่านไปได้ครึ่งเซ็ท มีเสียงผู้ชายคนนึงตะโกนขึ้นมากลางเพลงดังมากว่า “ผมชอบก้นคุณจัง!” เขาตะโกนดังมากจนจะทำเป็นไม่ได้ยินไม่ได้ ชั้นก็เลยพยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยมุกตลกโดยการพูดออกไมค์ใส่มือกลองของเราว่า “ได้ยินมั้ยอีวาน หนุ่มคนนั้นชอบก้นนายอะ” แต่ชายผู้นั้นคงไม่เข้าใจมุก ตะโกนกลับมาว่า “ไม่ใช่ซะหน่่อย ก้นเธอต่างหาก แม่นักร้องนำ” ในขณะเดียวกัน แนนซี่ มือกีตาร์ของเราอีกคน ก็กำลังรับมือกับไอ้งั่งที่ยืนอยู่ตรงด้านล่างของเธอตะโกนใส่เธอตอนเธอกำลังเล่นอยู่ว่า “ช่ายเลย!” “สาวน้อย!” “ก้นเด้ง!”

บางคนอาจพูดว่า ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เธออยู่บนเวทียังไงเธอก็ต้องโดนแซว ต้องเจอเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ชั้นจะบอกว่าถ้าหากคุณคือหนึ่งในคนพวกนั้น คุณอาจไม่กลัวการถูกเล่นงานเพราะเพศของคุณ นี่ไม่ใช่แต่พวกที่ชอบตะโกนโหวกแหวกธรรมดาๆ นะ แน่นอนว่าบนเวที พวกเราสามารถควบคุมได้ เรามีไมค์โครโฟนสามารถพูดใส่ไมค์เรียกให้ผู้ชายคนนั้นออกไปจากงานได้ แต่ลองคิดดูถ้าชั้นเดินอยู่บนถนน แล้วอยู่ๆ มีคนแปลกหน้ามาพูดกับชั้นแบบนั้น สั่งให้ชั้นสนใจเขา มันไม่ยากหรอกที่จะลองจินตนาการดู เพราะทั้งผู้หญิงหรือเพศที่สามอย่าง ตุ๊ด เกย์ กะเทย ทอม ดี้ เลสเบี้ยน ส่วนใหญ่มันก็คือสภาพความเป็นจริงในทุกๆ วัน ชั้นรู้สึกอึกอักที่จะออกไปเจอคนดูหลังจากที่เราเล่นเสร็จ เพราะถ้าหากชั้นเจอเขาล่ะ? หรือถ้าหากเขาพยายามจะเข้ามาแตะต้องตัวชั้นล่ะ? ความรุนแรงและการถูกคุกคามมันไม่ได้หายไปเมื่อโชว์จบลงหรอกนะ มันเกิดอยู่อยู่ตลอดเวลานั่นแหละ มาในรูปแบบที่ทำเป็นแฝงไปด้วยคำพูดคำชมต่างๆ และถูกมองข้ามเนื่องจากคิดว่าเป็นปฏิกิริยาการแสดงออกเกินจริงของผู้หญิง แน่นอนว่าพวกเรากังวลกับสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยอะไรพวกนั้น เพราะเมื่อเวลาเราลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง พวกที่ชอบตามรังควาญก็เริ่มแสดงท่าทีก้าวร้าว แล้วพอพวกเขาเอาความก้าวร้าวมาลงที่พวกเรา พวกเราก็โดนประนาม ดังนั้นทางที่ดีที่สุดเราจึงพยายามเลื่ยงที่จะแสดงปฎิกิริยาไม่ว่าต่อใครก็ตามในที่สาธารณะ ถ้านั่นฟังดูแล้วไม่เหมือนการควบคุมผู้หญิง ชั้นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแล้วแหละ

ความคิดที่ว่าร่างกายของผู้หญิงมีเพื่อไว้ให้ผู้ชายได้ใช้นั้น มนุษย์อย่างพวกเราคือพวกที่ตัดสินจากระดับความน่ามีเพศสัมพันธ์ด้วย แพร่หลายไปกระทั่งที่ว่าแม้แต่คนที่อยู่บนเวทีพร้อมไมค์โครโฟนและเครื่องขยายเสียงก็ไม่สามารถหนีพ้น

เรื่องราวทั้งหมดอาจะสิ้นสุดภายในสองสามนาทีและจบลงที่ชั้นโวยวายเรื่องที่ว่าผู้หญิงไม่ได้ต้องการทำให้ใครพึงพอใจเวลาที่พวกเธอแต่งตัวสวยออกจากบ้านในทุกๆ วันนอกจากตัวเอง และถ้าหากคุณจะทำตัวเป็นไอ้งั่ง อย่างน้อยๆ คุณควรช่วยซื้อเสื้อพวกเรานะ ช่วยออกค่าน้ำมันรถนิดนึง โชว์จบลงแต่ชั้นยังคงคิดถึงแต่เรื่องพวกนั้นอยู่ หนึ่งในประสบการณ์การถูกคุกคามเมื่อไหร่ก็ตามที่ชั้นเดินผ่านชายแปลกหน้าตามท้องถนน

ที่มา – Alternative Press