“แล้วใครเล่าที่ต้องนอนร้องไห้ ถ้าไม่ใช่พ่อแม่มึง” ส่วนหนึ่งจากเนื้อเพลงแสนตรงไปตรงมาของ “แดงกับเขียว” ซิงเกิลล่าสุดของ TaitosmitH (ไททศมิตร) วงดนตรีที่ผสมผสานของความเป็นร็อก โฟล์ก และความเป็นเพื่อชีวิตไว้ในบทเพลงได้อย่างลงตัว ด้วยเอกลักษณ์ทางดนตรีที่เฉพาะตัวและเนื้อหาที่ตีแผ่ความป่วยของสังคมได้ถึงพริกถึงขิง ส่งผลให้ยอดผู้ชมมิวสิกวิดีโอเพลง “แดงกับเขียว” พุ่งสูงถึง 3 ล้านครั้งบนยูทูบภายในไม่กี่สัปดาห์ จนเราต้องทักไปหาทีมงานค่าย Gene Lab เพื่อขอนั่งคุยกับวงให้รู้แดงรู้เขียวกันไปเลย

TaitosmitH ประกอบไปด้วยสมาชิก 6 คน คือ จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี และ โฟโมส-ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์ นักร้องนำและกีตาร์, เจ-ธนกฤต สองเมือง มือซินธิไซเซอร์, มีน-ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ มือกีตาร์, เจษ-เจษฎา ปัญญา มือเบส และ ดุ๊ก-พัฒนภูมิ ชอุ่มผล มือกลองและเพอร์คัสชัน

ที่มาที่ไปของเพลง “แดงกับเขียว” ที่มาของชื่อวง และเรื่องราวอื่น ๆ จะมีที่มาที่ไปอย่างไร เราไปทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นกับบทสัมภาษณ์นี้ได้เลยครับ


ความรู้สึกกับเสียงตอบรับซิงเกิล “แดงกับเขียว” ที่ดีเกินคาด

จ๋าย: ตกใจครับ เราไม่ได้คาดหวังไว้ เราแค่คาดเดาไว้คร่าว ๆ เพราะเพลง “แดงกับเขียว” ถูกปล่อยเป็นเวอร์ชันเล่นสดไปเกือบปี ผลตอบรับก็ดีแล้ว ณ ตอนนั้นนะครับ พอมาทำอย่างเป็นทางการ เราก็คาดเดาว่าน่าจะมีคนฟังบ้างแหละ

โฟโมส: คือดูติดภาพแสดงสดไปพอสมควร แต่การได้เสิร์ฟเป็นแบบออดิโอกับมิวสิควิดีโอไป ก็น่าจะเติมเต็มได้พอสมควร เราก็คิดไว้เท่านี้ครับ

จ๋าย: พอปล่อยไปปุ๊ปมันไปเร็วมาก มันขึ้น Trending อันดับ 1 ภายใน 1 วัน แล้วก็ขึ้น 3 ล้านวิวในหนึ่งอาทิตย์ ก็เกินความคาดหมายครับ

เจ: ดีมากครับ

ตุ๊ก: ดีครับ

มีน: เกิดความคาดหมายครับ

เจษ: ดีมาก ๆ เหมือนกันครับ

มีน: มันมาก ๆ ครับ

จ๋าย: ดีมาก มันส์มาก มึงพูดเหมือนเพลงคนอื่นอ่ะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

ความหนักแน่นและความเกรี้ยวกราดที่มากขึ้นกว่าซิงเกิลก่อนหน้านี้

โฟโมส: จริง ๆ โชว์วงเราเป็นประมาณนี้อยู่แล้วครับ เป็นร็อก เพลง 70% เป็นเพลงประมาณนี้ทั้งหมด แต่เพลงที่ปล่อยไปก็เลือกเสิร์ฟให้ชิมก่อน

มีน: ก็เข้าง่ายครับ

ขั้นตอนการทำเพลง “แดงกับเขียว”

จ๋าย: เริ่มจากเนื้อร้องครับ เนื้อมาก่อนอันดับแรก แล้วก็มาแจมในห้องซ้อมกัน ได้โครงมาคร่าว ๆ เราก็ยึดโครงนั้นเล่นสดในโชว์แรก แล้วก็มาเพิ่มเนื้อร้องบางส่วนภายหลัง ระยะเวลาประมาณปีนึง ระหว่างนั้นก็ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ

โฟโมส: เพลงนี้เพิ่งครบ 1 ปีมาหมาด ๆ ครับ แชร์ในเฟซบุ๊ก คลิปที่ซ้อมในห้องซ้อมกัน ดนตรียังเป็นโฟล์กอยู่เลยครับตอนนั้น

จุดที่ยากที่สุดในการทำเพลง “แดงกับเขียว”

จ๋าย: ตอนนี้มันยังไม่มียากที่สุดครับ มันลื่นไหลมาตลอด เราทำอะไรที่มันง่าย ๆ แต่เอาจริง ๆ เวลานั้นมันก็ไม่ง่ายหรอกครับ แต่มันใช้เวลาไม่นาน มันก็เลยรู้สึกว่าผ่านมาอย่างง่ายดาย ตอนนี้ก็เลยยังไม่มีจุดติดขัดตอนทำเพลง เรายังใหม่ ยังไม่ตัน ไอเดียก็จะพรั่งพรูมาเรื่อย ๆ

โฟโมส: เห็นช่องโหว่ตรงไหนปุ๊ปเราก็ช่วยกัน

เจษ: ส่วนใหญ่มันง่ายเพราะมันเกิดจากอิมโพรไวซ์

การวางเนื้อร้องที่มีความหลากหลาย

จ๋าย: เป็นโฟโมสเขียนมาคนแรก จะมีสัดส่วนที่โฟโมสจัดวางไว้อยู่แล้ว

โฟโมส: ส่วนเนื้อร้องที่ไม่ใช่กลอน ผมก็จะคิดมาประมาณนึงแล้ว เรียบเรียงแบบนี้ เล่าแบบนี้ เปิดด้วยอันนี้ ตบด้วยอันนี้ พอมาโยนใส่กันปุ๊ป ก็จะมีแบบท่อนนี้ควรจะใส่ไดนามิกแบบนี้นะ แบบนั้นนะ

จ๋าย: ตอนเขียนเพลงจะหนักที่เรา 2 คน มันก็เลยเป็นการแชร์ไอเดียได้ บางเพลงเราเขียนจบแล้วก็จะโยนให้อีกคน เค้าจะมีอีกมุมที่ใส่เพิ่มเข้ามา มันกลายเป็นเรื่องต่างมุมในเพลงเดียวกัน มีสัดส่วนที่ต่างออกไป มีมิติมากขึ้น มันทำให้บางเพลงมีมุมมองจากบุคคลที่ 1 บุคคลที่ 2 บุคคลที่ 3 มันก็จะกว้างขึ้นกว่าเขียนคนเดียวครับ

ประสบการณ์ตรงของเนื้อหาเพลง “แดงกับเขียว” ของสมาชิกในวง

โฟโมส: เป็นประสบการณ์ตรงของผมเองครับ มันก็ไม่เชิงเกิดขึ้นกับผมเองทั้งหมดครับ เกิดขึ้นกับสิ่งที่พบที่เห็นครับ ผมหยิบหลาย ๆ เหตุการณ์มาโยง มาร้อยเข้าด้วยกัน อย่างในท่อน “ด้วยไอ้แดงมันเป็นนักสู้ มันจึงบู๊ด้วยมือและตีน แต่ไอ้เขียวเป็นแค่นักซิ่ง มันแพ้ แต่ว่าเพื่อนมันยื่นปืน” ผมเคยมีเรื่องโดนกระทืบ แต่ผมต้องยอมโดนกระทืบ เพราะอีกฝั่งเค้ามีมีดมาด้วย กลับบ้านไปหัวแตก ปากแตก แต่ในเนื้อเพลงผมเปลี่ยนจากมีดเป็นปืนแทน เพื่อให้ภาพมันชัดขึ้นครับ

จ๋าย: ใครทำมึงวะ มึงบอกกู!

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

จ๋าย: ก็เป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเคยเจอ ไม่ว่าจะโดยตรง ทางอ้อม ในข่าว ในสังคม เราก็หยิบพวกนี้มาเล่าครับ

ไอเดียการหยิบภาษาอีสานมาใช้ในหลาย ๆ เพลง

จ๋าย: ครึ่งนึงของสมาชิกวงเป็นคนอีสานครับ คนเขียนเพลงคือผมกับโฟโมสก็เป็นคนอีสาน เคยใช้ภาษาอีสานติดตัวอยู่แล้ว อยู่ในสายเลือด สื่อสารได้ตลอด ครึ่งชีวิตก็ใช้ชีวิตอยู่อีสาน เวลาเขียนเพลงจาก 100% ก็จะมี 10 – 20% ใช้ภาษาอีสานติดออกมา ซึ่งเป็นเพลงที่นำเสนอเป็นเพลงแรก ๆ ถึงจะไม่มีทุกเพลง แต่จะต้องมีผสมบ้างแน่ ๆ ครับ

ที่มาของชื่อวง TaitosmitH (ไททศมิตร)

จ๋าย: ตอนแรกมันเกิดมาจากอุดมการณ์ที่อยากจะสื่อสารคนไทยเป็นหลักจริง ๆ ผมกับโฟโมสก็คุยกันว่าคงหนีไม่พ้นแนวเพลงเพื่อชีวิต มันใกล้ที่สุด ก็เลยเริ่มรวบรวมสมาชิก พอรวมเสร็จ เราอยากสื่อสารกับคนไทย ก็เลยได้คำว่า “ไทย” มาเป็นคำแรก แต่เราก็ไม่อยากเคลมว่าดนตรีเรามีความเป็นไทยขนาดนั้น ก็เลยตัด ย.ยักษ์ ออก ให้มันเป็นคำพ้องเสียง เป็นคำว่า “ไท” มีความหมายว่าอิสระ เสรีภาพ

โฟโมส: วันนั้นผมก็ยืนยันจะใช้คำนี้ ชอบคำนี้มาก ไอคำว่า “ไท” มันฟังดูเพราะ ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง สวยงาม แต่ยังคิดต่อไม่ออกว่าไทอะไรดีวะ จนเจพูดขึ้นมาที่ระเบียงต่อว่า

เจ: ชื่อรุ่นผมมันคือชื่อ “ไตรทศมิตร” มันแปลว่าสามสิบ ผมก็พูดขึ้นมาเฉย ๆ ว่า “ไททศมิตร” ได้มั้ย?

โฟโมส: มันใช่เลย

จ๋าย: ผมก็ถามเจว่าแปลว่าอะไร ก็ได้คำตอบว่าทศแปลว่าสิบ มิตรแปลว่าเพื่อน แล้วมันตรงกับเจตนารมณ์ที่คิดไว้ว่าเราไม่ได้มีแค่ 6 คน แต่มันมีคนเบื้องหลังที่ทำงานกับเราตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ได้ตังค์ แล้วก็ทำมาถึงวันนี้ ซึ่งก็มี 10 กว่าคน มันก็เลยตรงกับชื่อวงเรา

โฟโมส: หลังจากที่เจเสนอชื่อว่า แป๊บนึง ผมกับจ๋ายไปนั่งร้านสเต็กกันสองคน สั่งสลัดมา 2 จาน ฮ่า ๆ

จ๋าย: ผมก็มานั่งเขียนชื่อวงภาษาอังกฤษดู ซึ่งถ้าทับศัพท์จริง ๆ มันจะไม่ได้เขียนว่า smith แต่ผมชอบคำว่า smith ที่เราสะกด

โฟโมส: มันดูมีความเป็นผู้ชายอังกฤษเท่ ๆ ร่วมสมัย มีหลายมิติมากขึ้น ช่วงแรก ๆ เราก็ใช้ชื่อภาษาอังกฤษก่อน เพราะมันดูเท่ ฮ่า ๆ

จ๋าย: มันคือความเป็นสมัยใหม่ครับ วันข้างหน้าเราอาจจะใช้โลโก้หรือแบรนด์ภาษาไทยอย่างเดียวเลย แต่ ณ ช่วงแรกเราไม่ใช้เลย มันดูแก่แดดเกินไปสำหรับวงเพื่อชีวิตสมัยใหม่ แล้วก็โชคดีในการออกแบบโลโก้ เราลองเขียนชื่อวงตั้งแต่แรก จะมี T ตัวใหญ่สองตัวเชื่อมกัน แล้วก็มีตัว H เป็นขีดกลาง จะเป็นลักษะเหมือนเสาชิงช้าครับ

โฟโมส: TH มันก็คือไทย มันก็เลยมาตรง ก็เลยยิ่งว้าวกับชื่อนี้

จ๋าย: คือมันไม่ได้เกิดการคิดเนิ่นนานเลย มันทำตอนนั้นเลย แต่มันก็แบบ อุ้ย ใช่ไปหมดเลย ในช่วงเวลากินสลัด

โฟโมส: หน้าหนวด ๆ ไปนั่งกินสลัด ฮ่า ๆ

แล้วทุกคนในวงโอเคกับชื่อหรือเปล่าตอนนั้น

จ๋าย: ก็ยังไม่โอเคครับ แต่ผมบอกกับคนในวงว่า ความจริงชื่อวงมันชื่ออะไรก็ได้ เราแค่ชอบก็พอ ตัวอย่าง เช่น Bodyslam, Metallica หรือ Guns N’ Roses เราก็ไม่รู้หรอกว่าวันนึงจะกลายเป็นวงในตำนาน หรือวงที่ยิ่งใหญ่ สุดท้ายแล้วความหมายของชื่อวงมันอยู่ที่เราจำกัดความ เราทำอะไรกับมันมากกว่าครับ

คนอ่านชื่อวง TaitosmitH ผิดบ่อยขนาดไหน

ทั้งวง: โอ้โห ฮ่า ๆๆๆ

โฟโมส: “ไตโตะสมิตะ” มาก่อนเลย ญี่ปุ่นมาเลยครับ ฮ่า ๆๆๆ

จ๋าย: ผมว่าคนอ่าน “ไททศมิตร” น้อย ไม่น่าจะมีเลย เพราะเราใช้เป็นภาษาอังกฤษครับ

โฟโมส: เต็มที่ก็ “ไทโทสมิธ” ใกล้เคียงที่สุดครับ

จ๋าย: อ๋อ มีมาถามด้วยพี่ใช่วง “เป็นตะลิโตน” หรือเปล่าครับ เอาชื่อเพลงมาเรียกเป็นชื่อวง

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เข้ามาร่วมงานกับ Gene Lab ได้อย่างไร

จ๋าย: การชักชวนจากพี่โอม Cocktail โดยตรงครับ ตอนนั้นโทรมาตอนตี 2 ก็ตกใจครับ คือเค้าติดต่อมาทางน้องกฤษ วง Three Man Down บอกอยากคุยกับวง สนใจวง หลังจากวันนั้นก็ไปคุยกัน อีก 3 เดือนถัดมาก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาครับ

การทำงานเปลี่ยนไปมากแค่ไหนเมื่อเข้ามาทำงานกับ Gene Lab

มีน: เปลี่ยครับ ปกติในส่วนของการอัดเพลงจะอัดแบบโลจิก ไม่ได้มีอะไรอัดสด ค่ายก็เข้ามาสนับสนุนของการอัดเพลงในสตูดิโอจริง ๆ อย่าง “แดงกับเขียว” จะอัดรวมทุกชิ้น ยกเว้นร้องที่อัดแยก มาตั้งเครื่องรวมกัน เล่นพร้อมกัน ตัวตั้งต้นของเพลงจะเป็น live session เราก็ไม่อยากให้น้ำหนักเพลงมันหนีกันมากครับ ก็เลยใช้วิธีนี้ครับ

เทคนิคในการอัดสดรวมกัน

ทั้งวง: ซ้อมเยอะ ๆ ครับ

จ๋าย: อย่างที่บอกครับ เราต้องซ้อมเยอะ ๆ พออัดไปมันจะมีเทคที่ดีที่สุด

ตุ๊ก: ข้อผิดพลาดค่อนข้างน้อย อยู่ที่ว่าในวงพอใจแค่ไหนครับ อย่างตอนอัดเทคแรกมันดีไป สะอาดไป ดูไม่เป็นธรรมชาติครับ

จ๋าย: จุดประสงค์การอัดสดเราไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบครับ คือบางทีความไม่สมบูรณ์ เหลื่อมไปนิดนึงมันเป็นธรรมชาติกว่า

ตุ๊ก: ไม่ได้บอกว่าระบบโลจิกไม่ดีนะครับ มันแล้วแต่งานมากกว่าครับ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในการทำงานกับ Gene Lab

จ๋าย: เรื่องการทำงาน สมัยอินดี้เราจะมองแคบกว่า ทำเพลงแล้วปล่อยเลย ก็ได้มาเรียนรู้ถึงการพีอาร์ เรื่องการรับรู้ เรื่องการรักษาสุขภาพระหว่างทัวร์ เรื่องการพูด เพราะว่าเราถูกจับจ้องมากขึ้น จากที่เคยพูดอะไรตามใจปาก ตามใจคิดได้ แต่ ณ ตอนนี้มันจะกลายเป็นดาบสองคมได้ครับ

ตุ๊ก: ก็มาเรียนรู้เรื่องการปล่อยเพลงของระบบเมนสตรีม ต้องปล่อยเพลงเรื่อย ๆ ไม่ให้ตัวเองหายไปครับ

คาดหวังกับการเดินทางครั้งนี้ขนาดไหน

จ๋าย: เราคาดหวังว่าเราจะไปให้ไกลมากที่สุด เพื่อที่จะได้พูดกับคนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เราพยายามสร้างฐานแฟนคลับให้มากที่สุด พูดกับคนให้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

จะมีโชว์ที่ต่างประเทศด้วยหรือไม่

ตุ๊ก: จริง ๆ ก่อนหน้านี้มีเตรียมไปเล่นที่ไต้หวันครับ แต่มันตรงกับงานที่เชียงใหม่พอดี

จ๋าย: ผมว่ามีแน่ ๆ ครับ ไม่ปีนี้ก็ปีหน้าครับ

ศิลปินที่อยากให้มาร่วมงานกับ TaitosmitH

จ๋าย: ถ้าเป็นไปได้ อยากได้วง Nirvana ครับ ต้องจุดธูปเรียก Kurt Cobain ครับ

โฟโมส: ถ้าเค้า Kurt ผมก็อยากร่วมงานกับ John Lennon ครับ เค้าคือพระเจ้าสำหรับผม แต่ต้องจุดธูปเรียกเหมือนกันครับ ฮ่า ๆ

เจษ: ของผมเป็น Chuck Berry ครับ

มีน: John Mayer ครับ

ตุ๊ก: จอห์น ชาวไร่

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

ศิลปินแนวเมทัลที่ชื่นชอบ

โฟโมส: เมื่อก่อนผมเคยตีกลองมาก่อนครับ ชอบวง Miss May I, Killswitch Engage Avenged Sevenfold, Slipknot, Dream Theater แต่วง Avenged Sevenfold พอฟังแล้วชอบโดนเหยียดครับ บอกว่าการฟังแบบนี้คือตุ๊ด ถ้ามีเสียงคลีนจะโดนบอกไม่ใช่เมทัล แต่ผมก็ฟังครับ เพรากูชอบอ่ะ ฮ่า ๆ

มีน: ผมชอบ Deftones ครับ Metallica, Megadeth แล้วก็ Slipknot ด้วยครับ

ตุ๊ก: ตอนฝึกกลองจะชอบ Slipknot มากครับ ชอบ Joey Jordison ครับ

โฟโมส: ผมนี่ซื้อสแนร์ของ Joey Jordison เลยครับ

ตุ๊ก: มีไม้กลอง Joey ด้วย

โฟโมส: กูซื้อเป็นโหลเลยนะ ไอไม้กลองผสมเลือด Joey อ่ะ ฮ่า ๆ

จ๋าย: ผมชอบ Marilyn Manson ในแง่ของความเป็นอาร์ตครับ รู้สึกว่าเค้าทำงานอาร์ตได้ดีมาก ๆ ทั้งเรื่องโชว์ ออดิโอ แล้วก็เอ็มวีด้วยครับ

กำหนดการของซิงเกิลต่อไป

จ๋าย: ภายในปีนี้ครับ เร็ว ๆ นี้ ก็น่าจะได้ฟังอีกซักเพลงสองเพลงครับ และจะมีแผนทำอัลบั้มเต็มด้วยครับ รอฟังข่าวดี อาจจะปีหน้าครับ

เล็งใครเป็นโปรดิวเซอร์ไว้หรือเปล่า

จ๋าย: ปกติเราจะโปรดิวซ์กันเอง อัลบั้มแรกก็น่าจะทำกันเองครับ เพลงส่วนใหญ่ที่เก็บไว้คือทำจะเสร็จหมดแล้ว กว่า 90% ครับ

ความรู้สึกที่ได้เห็นแฟน Headbangkok ตอบรับเพลง “แดงกับเขียว” ที่ดีมาก ๆ

จ๋าย: รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ครับ ต้องขอบคุณมาก ๆ ครับ เลือดร็อกเรายังอยู่ รอฟังเพลงร็อก ๆ จากเราได้เลยครับ รับรองว่าถูกใจแฟน Headbangkok แน่นอนครับ

ทำไมทุกคนต้องฟัง TaitosmitH

จ๋าย: ผมว่า ณ ตอนนี้ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองและสังคม มันถึงเวลาแล้วที่ดนตรีเพื่อชีวิตต้องกลับมาลุกขึ้นพูดอะไรอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ที่จะทำให้ฟังรู้ว่าคนรุ่นใหม่กำลังคิดอะไร รู้สึกอะไรกันอยู่ครับ

ฝากผลงานและช่องทางการติดตามวง TaitosmitH

โฟโมส: ฝากด้วยนะครับกับซิงเกิล “แดงกับเขียว” ทั้งใน Youtube และในสตรีมมิงต่าง ๆ ทั้ง Joox, Spotify และ Apple Music สามารถไปดาวน์โหลดกันด้วย ส่วนช่องทางการติดตามวง สามารถติดตามได้ที่อินสตาแกรม @taitosmith เฟซบุ๊ก Taitosmith @taitosmithband และทวิตเตอร์ @taitosmith ครับ และอยากขอบคุณทุกคนที่เลือกฟังผลงานของพวกเราครับ ขอบคุณมาก ๆ ที่มองเห็น ขอบคุณทุกกระแสตอบรับครับ


ขอบคุณ Gene Lab และวง TaitosmitH ที่มอบโอกาสสุดพิเศษในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วยครับ รวมถึงขอบคุณร้าน Eve and Adam กรุงเทพนนท์ซอย 8 ของน้อง อาร์ต อดีตนักร้องนำวง Lasthoper สำหรับสถานที่สวย ๆ และขอขอบคุณน้องตัวเล็ก ที่มารับหน้าที่ข่างภาพให้ด้วยเช่นกันครับ


ฟังผลงาน TaitosmitH: