กว่า 20 ปีในวงการเพลง กับอีก 7 สตูดิโออัลบั้ม และการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกที่บางครั้งกินระยะเวลายาวนานร่วม ๆ ปี ชื่อของ Sum 41 ยังคงเป็นวงที่แฟนเพลงสามารถคาดหวังกับผลงานเพลงและการแสดงสดที่ยอดเยี่ยมของพวกเค้าได้อยู่เสมอ 

ด้วยแนวเพลงที่เป็น ‘ป๊อปพังก์’ ของงานชุดแรก (All Killer No Filler) ที่ออกวางจำหน่ายช่วงปี 2001 ทำให้วงเป็นที่รู้จักทั่วโลกอย่างรวดเร็วถึงขนาดที่ตัวศิลปินเองยังบอกว่าตั้งตัวแทบไม่ทัน จนถึงวันนี้กับงานชุดที่ 7 ของวง (Order in Decline) ที่แนวเพลงเปลี่ยนจากงานยุคแรก ๆ ของทางวงไปอย่างสิ้นเชิง ทาง Headbangkok ร่วมกับเพจ Sum 41 Thailand ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับมือเบสของวง Jason “Cone” McCaslin ถึงแนวทางการทำงานในอัลบั้มล่าสุด มุมมองที่มีต่อแนวดนตรียุคนี้ และเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาประทับใจตอนมาเปิดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา ใน 10 คำถามจากเมืองไทย พร้อมแล้วอ่านกันต่อในคอลัมน์ #WazzupRocker ตอนล่าสุดนี้ได้เลย!


บทเรียนสำคัญที่สุดที่คุณได้จากงานชุดที่แล้ว (13 Voices) แล้วนำมาปรับใช้ในอัลบั้มใหม่ (Order in Decline) คืออะไร?

อัลบั้ม Order in Decline ได้แรงบันดาลใจมาจากการทัวร์ของพวกเราตอนโปรโมตอัลบั้ม 13 Voices ครับ การได้เห็นคนดูสนุกไปกับดนตรีที่พวกเขาชอบ คือสิ่งที่เรานำมาเป็นตัวตั้งต้นในการทำอัลบั้มใหม่ชุดนี้

คุณยังแต่งเพลงด้วยวิธีเดียวกันกับที่ทำเมื่อสมัยก่อตั้งวงใหม่ ๆ หรือเปล่า?

ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ คือเราจะเริ่มจากริฟฟ์หรือคอร์ด หรือไม่ก็เมโลดี้จาก Deryck ก่อนเสมอ หลังจากนั้นเราถึงมารวมตัวกันเป็นวง แล้วก็ทำดนตรีกัน หรือมาช่วยกันเรียบเรียงอีกทีถ้าจำเป็น ความแตกต่างระหว่างตอนนี้กับตอนนั้นก็คือพวกเรามีสตูดิโอที่บ้าน เอาไว้สำหรับบันทึกเสียงกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องไปสตูดิโอแพง ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ยกเว้นในส่วนของการอัดกลองครับ

แฟนเพลงคาดหวังอะไรจากอัลบั้ม Order in Decline ได้บ้าง?

มันคือ Sum 41 นี่แหละครับ แต่มันจะทั้งหนักและดุดันด้วยแน่นอน

ในฐานะที่ถูกเรียกเป็นวงพังก์ร็อก ถือว่างานชุด A Death in the Family กับ Out for Blood นี่มันมีความเฮฟวีเมทัลมากเลยนะ อันนี้เป็นซาวด์หลักของอัลบั้มใหม่ด้วยหรือเปล่า?

พวกเราชอบ และเล่นเพลงเฮฟวีแล้วก็พังก์กันมาตลอดอยู่แล้วครับ สิ่งที่เราทำคือเอาอิทธิพลดนตรีเหล่านี้มาผสมกันและนำเสนอออกมา เพราะงั้นผมก็คงตอบได้ว่า ใช่ มันเป็นซาวด์หลัก จะเป็นอัลบั้มที่ทั้งเร็วและหนักด้วย

อัลบั้มโปรดของวง Sum 41 ที่คุณชอบที่สุด

ผมมักจะย้อนกลับไปนึกถึง Does This Look Infected ครับ ผมชอบซาวด์ของอัลบั้มนั้นมาก ๆ และก็มีเพลงโปรดของผมอยู่ในอัลบั้มนั้นเยอะเลย ทั้ง “Still Waiting”, “Over My Head”, “Hell Song”, “My Direction”, “Mr. Amsterdam” ฯลฯ

ปกติใครเป็นคนเลือกเพลงใส่เซ็ตลิสต์คอนเสิร์ต แล้วมีเพลงไหนบ้างที่ห้ามหลุดไปจากโชว์เลย?

Deryck เป็นคนเลือกเพลงครับ ก็จะมีเพลงอย่าง “Fat Lip”, “In Too Deep”, “Hell Song”, “Still Waiting” อะไรพวกนี้ที่ไม่เคยหลุดไปจากเซ็ตลิสต์เลย

นอกจากเพลง “We Will Rock You” ของ Queen แล้ว จะได้เห็น Sum 41 คัฟเวอร์เพลงอื่นอีกไหม

แน่นอน มีโอกาสสำหรับเพลงอื่น ๆ เสมอครับ ตอนนี้เราก็เล่นเพลง “Another Brick in the Wall” ของ Pink Floyd กันบ้างแล้วเหมือนกัน

คิดยังไงกับการที่วงสมัยนี้เอาซาวด์อิเล็กทรอนิก หรือดนตรี EDM มาใส่ในเพลงบ้าง จะมีโอกาสได้เห็น Sum 41 ทำแบบนั้นไหม?

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้นิยมเพลง EDM นักนะครับ และผมก็ไม่คิดว่าพวกเราจะนำมาใช้ในวงของเราด้วย อย่างน้อยก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นครับ…

จำตอนมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยได้ไหม มีความทรงจำดี ๆ ที่นี่บ้างหรือเปล่า?

แน่นอน ผมจำโชว์นั้นได้ดีเลยแหละ มันเป็นครั้งแรกของพวกเราที่กรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาดียอดเยี่ยมเลย เราอยู่ที่นั่นกันหลายวันเหมือนกันครับ แล้วผมก็ออกไปเดินเล่นมาเยอะเหมือนกัน อาหารไทยเป็นหนึ่งในอาหารโปรดของผมเลย เพราะงั้นการได้อยู่ที่นั่นมันเหมือนสวรรค์เลยครับ อยากจะกลับไปที่นั่นใจจะขาด

สุดท้าย ถ้าให้เปรียบอัลบั้ม Order in Decline ของคุณเป็นภาพยนตร์ มันจะเป็นแนวไหน ใครกำกับ แล้วใครควรจะแสดงนำ?

อาจจะเป็นภาพยนตร์แนวคอเมดี้เฮอร์เรอร์ กำกับโดย Mike Judge (Beavis and Butt-Head) แสดงนำโดย Philip Seymour Hoffman ผู้ล่วงลับ กับ Frances McDormand

วันนี้พอเท่านี้ ขอบคุณสำหรับเวลา!

ขอบคุณครับ! – Cone McCaslin


ไหน ๆ วงก็ออกปากว่าคิดถึงไทยแลนด์มาซะขนาดนี้ แฟน ๆ ชาวไทยว่าอย่างไรบ้างครับ (ดู Hopeless ตามชื่อค่ายเลย…)

ท้ายนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้เกิดบทสัมภาษณ์สุด exclusive นี้ได้ ซึ่งในฐานะที่เป็นแฟนเพลงของพวกเขามาอย่างยาวนานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และหากท่านใดอยากติดตามข่าวสารของ Sum 41 อย่างใกล้ชิดแล้วล่ะก็ เรียนเชิญที่เพจ Sum 41 Thailand ได้เลยครับ