charlie.G หรือ กันส์เสฐพงษ์ เอวสุข คือหนุ่มน้อยวัย 17 ปี กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กสายศิลป์-คำนวณ จากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ผู้เข้าแข่งขันรายการ The Rapper ลูกทีมของ กอล์ฟ-ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ที่ผ่านด่านรอบออดิชันจนเข้าไปถึงรอบเพลย์ออฟโดยในรอบนี้กันส์ได้เลือกเพลง “เช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง” ของวง Bodyslam มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์แร็ป/ร็อก และร่วมทำงานกับวง The Darkest Romance ผลลัพธ์ที่ได้คือการแสดงสดสุดเดือดจนเวที The Rapper ลุกเป็นไฟ และทำให้คนดูทั้งประเทศเซอร์ไพรส์ไปตาม ๆ กัน

แม้จะไม่ได้ผ่านเข้ารอบแต่ก็ประทับใจผู้ชมจนถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผม ที่เริ่มสงสัยว่าจริง ๆ แล้วกันส์เป็นแฟนเพลงสายหนักอยู่ด้วยหรือไม่ จึงทำให้ผมตัดสินใจติดต่อกันส์ไป และนัดสัมภาษณ์กันที่ Blox B บาร์คูล ๆ ชิก ๆ ย่านวังหิน ซึ่งไม่ไกลจากบ้านกันส์เท่าไหร่ เพื่อมาไขข้อสงสัยและรู้จักตัวตนให้มากขึ้นกว่าเดิม

เรื่อง: ธนเจต วินัยกุลพงค์
ถอดเทป: ธาริณี สกุลจิตประเสริฐ


เข้ามาร่วมรายการ The Rapper ได้อย่างไร

ส่งเพลงเข้าประกวดครับ เป็นคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นเพลงที่ผมแต่งเองกับบีตที่เค้ามีมาให้ เขียนเกี่ยวกับช่วงเวลากลางคืน เพราะความคิดของเราทั้งวันจะไปตกผลึกในช่วงกลางคืนครับ แล้วก็ตอนแรกไม่ได้คิดเหมือนกันว่าจะผ่าน แต่ปรากฏว่าทางทีมงานเข้าติดต่อกลับมาบอกว่าเข้ารอบ เราก็ดีใจมาก หลังจากนั้นจะมีการคัดตัวรอบสอง เป็นการเล่นสดให้กรรมการซึ่งเป็นทีมงานของโปรดิวซ์เซอร์เวิร์กพอยต์ชมครับ ซึ่งรอบนี้มีคนเข้ามาออดิชันเป็นร้อยเลยครับ ตอนแรกไม่คาดหวังว่าจะผ่านเข้าไปด้วย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ กรรมการเค้าชอบผมตรงที่ผมมี flow กับลูกเล่นที่แปลก แล้วผมเอากีตาร์ไปเล่นด้วย มันก็เลยมีความแตกต่างจากผู้เข้าประกวดคนอื่นครับ

เข้ามาสู่รอบออดิชันบนเวที The Rapper

ก่อนจะถึงรอบนี้ผมซ้อมที่บ้านหนักมากครับ ได้เพลง “Please” ของ อะตอม-ชนกันต์ มาเป็นโจทย์ พอไปถึงตอนขึ้นเวทีรู้สึกตื่นเวทีมาก ๆ ครับ สั่นมาก แต่ผมก็รวบรวมความกล้า และคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้โชว์ให้ทีมงานและโปรดิวซ์เซอร์ให้เห็น เราก็เลยกดความตื่นเต้นตรงนั้นไว้ พอตอนโชว์เราก็ทำได้อย่างเต็มที่ ก็มีพี่กอล์ฟ-ฟักกลิ้ง ฮีโร่ กับพี่โต้ง Twopee เหยียบคันเร่งให้ก็ดีใจมาก ๆ แต่พอเล่นเสร็จมาสัมภาษณ์ก็กลับมาตื่นเต้นเหมือนเดิมครับ

ความรู้สึกตอนเหยียบเวที The Rapper ครั้งแรกในชีวิต

โห ตอนนั้นตื่นเวทีมากครับดูจากคลิปแรกนี่คือรู้เลย แบบผมตัวสั่น ๆ เลย แต่ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตเราที่จะได้โชว์ต่อหน้าศิลปิน ทั้งโค้ชทั้งโปรดิวเซอร์ ก็คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด กดความตื่นเต้นเอาไว้แล้วก็ใส่เต็มในโชว์ และก็ตกใจมากเหมือนกันครับที่พี่กอล์ฟเหยียบคันเร่งให้ แต่พอเสร็จโชว์ก็กลับมาตื่นเต้นใหม่ตอนสัมภาษณ์ครับ

หลังจากผ่านรอบออดิชันมาเรียบร้อย พี่กอล์ฟได้เทรนอะไรบ้าง

พี่กอล์ฟก็เข้ามาพูดคุยเรื่องโชว์รอบแบทเทิลครับ อยากทำเพลงแนวทางไหน สุดท้ายพี่กอล์ฟก็เลยจัดให้ผมแบบไปแร็ปเกี่ยวกับสิ่งที่มันเกินเด็ก สิ่งที่มันอยู่เหนือกำแพงของผม พี่กอล์ฟบอกว่าผมกั้นตัวเองว่าผมสร้างกำแพงว่าผมต้องมาแนวแบบ ร้องแร็ปอะไรแบบนี้ครับ แร็ปเป็นแบบเมโลดี้ พี่กอล์ฟก็เลยบอกครั้งนี้ห้ามใช้ ให้ทำลายกำแพงของตัวเอง มาแร็ปเป็นโอลสคูลเล่าเรื่องเกี่ยวกับชาติพันธุ์ ว่าเราจะไม่ต้องแบ่งแยก

บรรยากาศในการซ้อมระหว่างเพื่อนร่วมทีม

ทุกคนรักกันดีมาก คือเป็นทีมที่รักกันมากที่สุดทีมนึงในรายการ ทุกคนแบบไม่คิดว่ามันเป็นการแข่งขัน ก็คิดว่าเราจะสร้างโชว์ให้ดีที่สุด

ความรู้สึกตอนที่ต้องแบทเทิลกับเพื่อนร่วมทีม

ก็ได้เจอกับแชมป์ของ Rap is Now เราก็แบบ โอ้โห พี่กอล์ฟจัดอะไรมาให้ ฮ่า ๆ ก็กดดันครับ แล้วก็เจออีกคนคือพี่เปเล่ พี่เปเล่นี่เค้าเป็นแร็ปโอลด์สคูลจ๋า ๆ เลยครับ เก่งมากตอนแรกก็กดดันตัวเองว่าเราจะไปทำให้โชว์เค้าเสียไหม แต่พี่ทั้ง 2 คน พี่เค้าก็เทคแคร์ดีมาก สอนอะไรเราหลาย ๆ อย่างครับ และไม่คิดเลยว่าจะผ่านรอบนี้ไปได้ เพราะตั้งแต่รู้ว่าเจอกับแชมป์ Rap is Now คือก่อนนั้นผมแบบป่วยหนักมาก ตอนที่จะแข่งเจ็บคอแล้วก็แบบแค่พูดก็ยังไอ หายใจเข้าไปก็ไอ ก็เลยนอนไม่ได้เลย 2-3 คืน ก่อนแข่งคือนอนไม่ได้เลย ก็คือพอมันไอก็ซ้อมไม่ได้เลยเหมือนกัน ก็ต้องขึ้นเวทีในขณะที่ยังไอ กดไอเอาไว้แล้วก็แร็ปคือมันแบบค่อนข้างกดดันมาก แต่พอสุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี ฮ่า ๆ

ความรู้สึกที่ได้เจอไอซ์ อภิษฎา

อันนี้ก็ดีครับ ฮ่า ๆ

การเลือกใช้เพลง “เช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง” ของ Bodyslam ในรอบเพลย์ออฟ และการร่วมงานกับ The Darkest Romance

ตอนแรกพี่กอล์ฟเค้าเหมือนกับค่อย ๆ ถามประวัติ ไล่ขึ้นมาว่าแบบมีประเด็นอะไรในชีวิตเราที่จะสามารถมาเล่าได้บ้าง ผมก็เคยเล่าให้พี่กอล์ฟฟังว่ามีปัญหาในครอบครัวตามที่เหมือนกับในโชว์ครับ พี่กอล์ฟก็เลยหยิบประเด็นนี้ขึ้นมา และพี่กอล์ฟก็รู้ว่าผมเป็นคนที่เล่นกีตาร์ได้ พี่กอล์ฟก็เลยถามว่าเนี่ยอยากเล่นกีตาร์ไหมเป็นวงร็อก ผมก็เลยบอกว่าอยากมาก พี่แม็ก The Darkest Romance กับพี่กอล์ฟนี่เค้าทำงานร่วมกันอยู่แล้วครับ พี่กอล์ฟก็เลยบอกว่าถ้าจะเอาเรื่องของความเดือดเนี่ยก็ต้อง The Darkest Romance ครับ และผมกับวงก็ซ้อมกันครับ ไปห้องซ้อมแล้วก็ซ้อมมาประมาณ 2-3 ครั้ง

เห็นอะไรในวง The Darkest Romance บ้าง

โห ก็เริ่มจากพี่เต้ (มือกีตาร์) เลยครับขนาดตอนซ้อมยังแบบเหวี่ยงเลยครับ ฮ่า ๆ พี่เต้นี่ก่อนที่จะขึ้นเวที ผมบอกพี่เต้ว่าผมตื่นเต้นมากผมกลัวโซโล่กีตาร์พลาด พี่เต้ก็เลยบอกว่า “กัน ร็อกแม่งไม่สมบูรณ์”

เสียงตอบรับจากครอบครัว

เค้าก็ถาม คือเราเคยเคลียร์เรื่องปัญหานี้กันอยู่แล้ว จบจากโชว์นี้เค้าก็มาถามว่าความรู้สึกแบบนี้ยังมีอยู่ข้างในไหม ผมก็ตอบว่า “ไม่มีแล้ว” ทางแม่ก็ไม่ได้อะไรนะครับ พ่อก็เข้าใจเช่นกันครับ

เสียงตอบรับจากเพื่อน ๆ

เพื่อน ๆ รอบตัวทุกคนก็ช็อกเลยครับ ทุกคนก็ไม่คิดว่าผมจะออกมาเดือดได้ขนาดนี้ ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเดือดได้ขนาดนี้เหมือนกัน ทุกคนก็ตกใจครับ

เสียงตอบรับจากแฟน ๆ

ดีมากครับ ผมแบบไม่คิดว่าคนจะมาอินกับเรื่องราวส่วนตัวของเราได้ขนาดนี้ ตกใจมากเหมือนกัน

ความรู้สึกหลังจากที่ไม่ผ่านรอบเพลย์ออฟ

ก็ไม่เสียใจเลยครับ เพราะตัวเองก็ปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาเต็มที่แล้ว รู้สึกว่าอิ่มตัวแล้วตอนนั้น

ปกติแล้วชื่นชอบเพลงร็อกขนาดไหน

ก็เริ่มร็อกมาก่อนแร็ปอีก ตั้งแต่เด็ก ๆ เลยครับประถมได้ ตอนประถมพ่อชอบเปิด System of a Down ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ป.2-3 ตอนขับรถไปโรงเรียนคือพ่อจะเปิดอัลบั้ม Hypnotize กับ Mezmerize ให้ฟัง แล้วผมก็เรียกวงนี้ว่าวงปกคนป่า ฮ่า ๆ มันจะเป็นปกคนป่า ฟังมาตลอดแล้วมันก็อินเข้าไปในหัว นอกจากนั้น พ่อก็เปิดและแนะนำเพลงวง Korn, Incubus, Limp Bizkit ด้วยครับ

พอช่วงเข้าม.1 ก็เริ่มหันมาสนใจดนตรีครับ เพราะชอบ X Japan มาก ดูโยชิกิใส่เฝือกคอตีกลอง ผมก็เลยไปขอพ่อว่า “ผมอยากเรียนกลอง” ซึ่งคุณพ่อโอเคเลยครับ พ่อบอกว่าอยากให้เป็นกิมมิกในตัวเอง อยากให้ผมมีอะไรมีงานอดิเรกทำ คือพ่อก็ไม่คิดว่าเราจะจริงจังขนาดนี้ แค่อยากให้มีอะไรทำเวลาว่าง ๆ แล้วผมก็ได้ไปเรียนกลองที่ชุมชนดนตรีแถวอมรพันธ์ 9 เรียนกันอาจารย์เมี้ยวครับ จำชื่อจริงได้ว่าชื่อภูชิตครับ

เพลงที่แกะกลองยากที่สุด

ตอนนี้รู้สึกว่าเพลง Take the Time” ของ Dream Theater และผมมี Mike Portnoy (อดีตมือกลอง Dream Theater) เป็นไอดอลด้วยครับ

เริ่มเล่นกีตาร์ตอนไหน

เริ่มจับตั้งแต่ตอนประมาณขึ้น ม.4 ครับ เรียนกับอาจารย์เอ วงนานา คือผมอยากแต่งเพลงเป็น เลยอยากเล่นดนตรีที่มันเป็นคอร์ดได้ มีแกะเพลงของ System of a Down ด้วยครับ

มาเริ่มสนใจเพลงแร็ปและฮิพฮอพตอนไหน

มันมาจากการฟังนูเมทัลมาก่อน ซึ่งผมแบบบังเอิญไปรู้จักวง Hollywood Undead ตอนนั้นฟังชุด Swan Songs แล้วก็ชอบมากก็เลยคิดว่าอยากจะแร็ป ก็เลยเขียนเพลงเองครับ

จุดเริ่มต้นการฝึกแต่งเพลง

ฝึกแต่งเพลงตั้งแต่ตอนประมาณ ม.2 ครับ ม.2 นี่คือเริ่มเขียนแร็ปแล้ว

สิ่งที่ได้รับจากการร่วมงานกับกอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่

อ่อ ได้แนวคิดคือพี่กอล์ฟเค้าเป็นคนที่มีความคิดดีคือแบบเค้าจะมองสิ่งต่าง ๆ มีแง่มุมอะไรดี ๆ เสมอ ได้ซึมซับสิ่งดี ๆ จากเค้ามา พี่กอล์ฟตอนนี้มีพระคุณต่อผมมากครับ ช่วยสอนทุกอย่างช่วยพาไปดูงาน พาไปแนะนำคนนู้นคนนี้ครับ รักพี่กอล์ฟมากครับ

หลังจบรายการ The Rapper ได้กำลังใจจากแฟนเพลงมากขนาดไหน

โห เยอะมากเลยครับ คือตั้งแต่โชว์ออกไปแล้วก็มีคนทักเข้ามาให้กำลังใจ บอกว่าเคยเจอปัญหานี้มาเหมือนกันก็อยากให้สู้ ๆ ครับ บางคนก็ทักเข้ามาเล่าเรื่องปัญหาชีวิต ก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นเสียงนึงที่ได้พูดเรื่องนี้ออกไปครับ

แผนการทำงานต่อจากนี้

ตอนนี้ก็ทำเพลงครับผม เขียนมาให้เยอะมากที่สุดปลดปล่อยมันออกมา คือเปิดเทอมแล้วไม่ค่อยมีเวลาทำเพลง ก็คือในช่วงปิดเทอมนี้ทำมาเยอะ ๆ แล้วก็ค่อยไปปล่อยตอนเปิดเทอม

5 ศิลปินที่ชื่นชอบ

มีพี่ กอล์ฟ-ฟักกลิ้ง ฮีโร่, System of a Down, Korn, Rage Against the Machine แล้วคนนี้เป็นนักดมีตรีแจ๊สที่ผมชอบมาก Chet Baker ส่วนวงเมทัลไทยจะชอบ Bomb at Track กับ Annalynn ครับ

วงที่หนักที่สุดที่ชอบฟัง

จะเป็นวง Behemoth ครับ แล้วช่วงนี้ก็ตามวง Ghost อยู่ด้วยครับ

ดนตรีเมทัลให้อะไรกับเรา

ผมว่ามันให้อารมณ์ฟีลลิ่ง มันให้ความชัดเจนความหนักแน่นครับ

คอมเมนต์จากโลกโซเชียล “ทำไมเอาร็อกมาอยู่ในรายการแร็ป?”

ก็คิดว่าแบบ… ดนตรีไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกถึงขนาดนั้นครับ คือยังไงต้นกำเนิดมันก็มีจากที่เดียวกัน แร็ปร็อกนี่มันคือความชัดเจนเหมือนกัน พอเอามารวมกันก็ได้อะไรใหม่ ๆ ขึ้นมา ไม่อยากให้แบ่งแยกร็อกต้องเป็นร็อก แร็ปต้องเป็นแร็ป

มีอะไรอยากจะฝากถึงคนที่มองว่าเพลงเมทัลเป็นเพลงที่รุนแรง

ผมคิดว่ามันต้องเปิดใจฟังครับ คือไม่ไม่ได้มีแค่ความรุนแรงอย่างเดียวในเพลงร็อกเพลงเมทัล คือผมว่าทุกอย่างมันมีแบบความหนักแน่นความชัดเจน ไม่แบบกับแร็ป บางคนฟังแร็ปก็ชอบไปบอกว่าชอบแยกแร็ปกับร็อกให้มันต่าง ทั้ง ๆ ที่มันคือการเสนอความชัดเจนความหนักแน่นเหมือนกัน แค่ออกไปคนละแบบครับ

ช่องทางติดตามผลงาน

ก็ผลงานจะปล่อยที่ช่อง Gun Setthapong บนยูทูบ ส่วนอินสตาแกรมก็ @gunsetthapong เหมือนกันครับเข้าไปฟอลได้ครับ


คำว่าดนตรีไม่มีเส้นขีดกั้นคงใช้ได้ดีกับ charlie.G ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทัศนคติที่ดีของบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่าศิลปิน ยิ่งเราเปิดรับเราก็ยิ่งได้กลับมา กลับกันยิ่งเราปิดกั้นเราก็ยิ่งตัน สิ่งเหล่านี้สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเองครับ

ขอขอบคุณน้องตัวเล็ก ที่สละเวลามาถ่ายภาพให้กับ Headbangkok และขอบคุณพี่เอ็มเดย์ มือกีตาร์วง Stray Wolves ที่เอื้อเฟื้อสถานที่สวย ๆ อย่างร้าน Blox B ให้ใช้สัมภาษณ์ด้วยคร้าบ!