ในวันที่เพลงร็อกไม่ได้คึกคักในบ้านเราซักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปไหน ยังคงมีวงดนตรีผลิตผลงานเพลงออกมาให้ฟังอย่างต่อเนื่อง และวง Blues Tape วงร็อก ที่โดดเด่นเรื่องไอเดียการทำเพลง ก็คือหนึ่งในนั้น วงดนตรีร็อกจากค่ายสนามหลวง ที่ซิงเกิลล่าสุด “ชิมก่อน” ทะลุล้านวิวไปเป็นที่เรียบร้อย แต่กว่าพวกเค้าจะมาถึงวันนี้ได้ พวกเค้าเติบโตมาอย่างไร เจออะไรมาบ้าง เรามารู้ไปพร้อม ๆ กันกับบทสัมภาษณ์นี้ครับ

จุดเริ่มต้นของ Blues Tape ?

ขวัญ : เริ่มจากผมกับออฟ รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนที่ศิลปากรครับ ผมก็ไปเรียกผักบุ้งมาตีกลอง ตอนนั้นก็เล่นกลางคืนกัน มีเล่นที่คอสมิคคาเฟ่ ตอนแรกนักร้องไม่ใช่คิวนะครับ เป็นนักร้องผู้หญิง สมัยนั้นก็เล่นเพลงคัฟเวอร์เป็นหลัก เล่นพวก Yeah Yeah Yeahs, Incubus, Nirvana แล้วก็เน้นที่เป็นพวกนักร้องผู้หญิงครับ

ขวัญ กีตาร์

คำว่า “ชิมก่อน” ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ?

คิว : เริ่มจากที่ผมไปเที่ยวน้ำตกมา นี่คือต้องเล่าแบบไม่เท่เลยนะ ฮ่า ๆๆๆ ไปเจอร้านขายของพวกของฝากข้างทางแถวน้ำตก ทุกร้านลองไปเดินดูครับ จะมีคนเอาอาหารมาให้ชิมทุกร้าน แล้วจะพูดว่า “ชิมก่อน” มันจะฝังหัวไปซักพักใหญ่ ๆ กับคำนี้ครับ เพราะมันค่อนข้างใช้เวลาระหว่างที่เดินมาที่จอดรถเจอชิมก่อนไม่ต่ำกว่า 10 คน ตอนขับรถกลับมาก็เลยได้คำนี้กลับมา ตอนแรกจริง ๆ ผมคิดเนื้อเพลงไม่ออก แต่งไม่คมซักที ก็เลยหาเวลามาพักผ่อนจนได้เป็นเนื้อเพลงนี้มาครับ

ขวัญ : จริง ๆ ผมเป็นมือกีตาร์ แต่เพลงนี้เบสมาก่อน ก็ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เติมเต็ม จนเต็มเพลง ก็ส่งให้เพื่อนฟังต่อว่าชอบกันไหม เอายังไงกันต่อ แล้วปกติพวกเราก็ทำเพลงกันที่บ้านผมครับ เราจะใช้การทำเพลงสมัยใหม่คือหน้าคอมกัน จบเดโม่กันที่บ้านเลยครับ

บรรยากาศในการอัดเพลง “ชิมก่อน”

ขวัญ : อัดกันที่สตูดิโอ 28 ครับ

คิว : เพลงนี้มันแตกต่างจากการอัดเพลงอื่น ๆ เพราะว่าเรามีโปรดิวซ์เซอร์จริงจังเป็นเพลงแรก คือพี่บอล วงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ครับ ซึ่งเราอยากร่วมงานกับพี่เค้ามานานแล้ว แล้วพี่เค้าก็โอเคจากการฟังเดโม่ที่พี่ขวัญส่งให้ไป พี่บอลรู้ว่าจริตเราเป็นยังไง เราอยากได้ซาวด์แบบเรทโทร ซึ่งเราทำกันเองไม่ได้ พอเจอพี่บอลก็เหมือนเค้ามาเติมเต็ม เค้าโทรไปปรึกษาเพื่อนเค้าที่เป็นซาวด์เอนจิเนียร์ว่าทำซาวด์ยังไงให้มันเหมือน Led Zeppelin

ผักบุ้ง : พี่บอลก็นั่งบนโต๊ะอยู่ แล้วเค้าก็ยกหูหาเพื่อนว่าทำยังไงบ้างนะ แล้วอีกวันก็นัดเข้าห้องอัดเลย

ขวัญ : การอัดกลองเพลงนี้มีแค่ไมค์จ่อกระเดื่องกับโอเวอร์เฮด ไม่มีเจาะอย่างอื่นเลย การที่อัดต่อกับกลองที่อัดแบบนั้นมันจะยากมากครับ จะไม่มีอีดิท

ผักบุ้ง : พี่บอลจะเข้าใจว่าความกรูฟเป็นยังไง ถึงไม่ตรงแต่แบบดีแล้วก็จบ

คิว : เค้าจะเน้นฟีลลิ่งเป็นหลัก ถ้าฟีลมันได้คือเอาเลย ก็มีหลายเทคถ้าเป็นเราทำกันเองก็อาจจะรู้สึกไม่พอ ใช้เวลานานมาก แต่พี่บอลจะเร็ว ฟีลได้เอาเลยครับ

เรื่องการอัดร้อง

คิว : มีพี่แก๊ปมาช่วยครับ เราอยากจะสื่อสารให้เข้าใจชัดเจน เรามีข้อความที่เราต้องการสื่อสารซึ่งพวกเราฟังกันเองมันจะชิน อยากได้มุมมองจากคนอื่นมองด้วยครับ

ขวัญ : เพลงนี้เป็นเพลงเร็ว แน่นอนอยู่แล้วมันจะสื่อสารยากกว่าเพลงช้าครับ

คิว ร้องนำ

ปัญหาที่เจอในห้องอัด

ผักบุ้ง : รอบนี้ไม่มี สนุกมาก และก็เสร็จงานไวมากค่ะ

ขวัญ : ก็มีเรื่องกีตาร์เอฟเฟคที่แบบจะใช้ตัวไหนดี เลือกไม่ถูกครับ ฮ่า ๆๆๆ

ออฟ : ถ้าเป็นเมื่อก่อนด้วยความเป็นเพื่อนกันเราก็จะถามไปเรื่อย ๆ ว่าอันนี้โอเคหรือยัง โอเคไหม ไม่มีใครกล้าตัดสินใจ

ขวัญ : ของผมจะมีปัญหาที่ไม่รู้จะจบลงตรงไหน เราก็จะเล่นไปจนกว่าจะพอใจที่สุด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพอใจที่สุดของเราคือตรงไหนครับ

มาร่วมงานกับ “บอล อพาร์ตเมนต์คุณป้า” ได้อย่างไร

ผักบุ้ง : พอเราเข้ามาอยู่ในสนามหลวงเต็มตัว แล้วก็มีทีมงานคอยถามว่าอยากได้โปรดิวซ์เซอร์คนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ซึ่งเราก็นึกถึงพี่บอลคนเดียวมาตลอดค่ะ

ออฟ : ถ้าเราอยากทำซาวด์อะไรแบบนี้เราก็นึกชื่อใครอื่นไม่ออกแล้วในประเทศ นอกจากพี่บอลเลยครับ

ไอเดียของ MV เพลง “ชิมก่อน”

คิว : ผู้กำกับเลยครับ ผู้กำกับเค้าคุยกับทีมงาน ซึ่งเราก็อยู่ด้วย เราก็อยากให้เล่นกับคำว่าชิมก่อน เค้าก็เลยเอาคำนี้มาตีความเป็นอาหาร เค้าก็มาเลือกว่าอาหารประเภทไหนจะเข้ากับวงเรา แต่ผมชอบี่ MV มันเป็นแบบนี้นะครับ เพราะมันดูขัดแย้งกับ MV ดี ถ้าลองฟังเพลงอย่างเดียวเราอาจจะตีความภาพเป็นขาวดำ ฮ่า ๆๆๆ

ขวัญ : มันมีอีกจุดหนึ่งคือเราไม่ได้อยากเป็นวงเรทโทรครับ เราแค่ชอบซาวด์แบบนี้เฉย ๆ ถ้าภาพเป็นแบบขาวดำอีกจะกลายเป็นว่าเราจะหนีจากเรทโทรไม่ได้เลยครับ

ผักบุ้ง กลอง

บรรยากาศในการถ่ายทำ MV

ขวัญ : มันจะเหวอ ๆ หน่อยครับ ฮ่า ๆๆๆ เพราะเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย เราต้องทำตามคำสั่งอย่างเดียว ฉากข้างหลังก็เป็นกรีนสกรีนด้วยครับ

ผักบุ้ง : แล้วก็เพลงนี้ถ่ายทำวันเดียวเสร็จเลยค่ะ ประมาณ 8 ชั่วโมง

คิว : เพลงนี้ที่หนักคือจะเป็นการตัดต่อครับ ต้องให้เครดิตผู้กำกับเลยครับ ทำงานหนักจนสลบเข้าโรงพยาบาลเลยครับ ต้องขอบคุณเค้ามาก ๆ ครับ

ผักบุ้ง : ซึ่งมันเป็นผลดีนะคะ เพราะถ้าปล่อย MV ตามกำหนดเดิมมันจะไปตรงกับวันที่ Blackpink ปล่อย MV เพลง Ice Cream พอดี ซึ่งเพลงเราจะหายไปแน่นอนค่ะ ฮ่า ๆๆๆ

กับการร่วมงานกับสนามหลวง

ผักบุ้ง : เริ่มทางที่เราส่งเพลงเข้ามาในโปรเจกต์ Music Play Time ก็มีการคุยรายละเอียดกันแล้วตรงจริตกัน

ขวัญ : เค้าเลือกเราไปเล่นเปิดให้วงอพาร์ตเมนต์คุณป้า และ Greasy Cafe หลังจากนั้นเค้าก็เรียกเราเข้าไปคุยว่าอยากทำงานด้วยกันไหม ตอนแรกก็ทำซิงเกิลกัน จนมาตอนนี้ก็ได้เซ็นสัญญาแล้วครับ

แผนการทำอัลบั้มเต็ม

ผักบุ้ง : อาจจะเป็นแค่ EP. ค่ะ

ขวัญ : ตอนนี้อยู่ที่โปรดิวซ์เซอร์เจรจากับค่ายอยู่ครับ

อิทธิพลทางดนตรีของแต่ละคน

คิว : ของผมร้องเพลงเพราะ Alex Turner วง Arctic Monkey ครับ พอเริ่มสนใจจริงจังก็เริ่มกระจายไปเป็น The Beatles, Suede, The Kills ก็จะแชร์กับพี่ขวัญตลอด แต่จริง ๆ สากลแรก ๆ ที่ฟังเป็นสายป๊อปพังก์ครับ จะเป็น Blink 182, We The Kings, Sum 41, Fall Out Boy แต่ที่ทำให้สนใจจริง ๆ คือซาวด์ของฝั่งโพสต์พังก์ คือเรารู้สึกว่านี่มันซาวด์อะไรวะเนี่ย อะไรประมาณนี้ครับ

ขวัญ : ของผมจะเป็นปีต่อปีเลยครับ แต่ที่เปลี่ยนมาฟังสากลเลยคือ Eric Clapton กับ Led Zeppelin ครับ พอเราเบนความสนใจของการเล่นกีตาร์ไปทางสาย Composer แทน เป็นคนเติมเต็มเพลง จะมี Johnny Marr, The Smith, The Stone Roses, Suede, Arctic Monkey, The Kills รวมถึงวงที่ทำเพลงดี ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับกีตาร์เลย อย่างวง The Last Shadow Puppets แต่หลัง ๆ ที่อินจะเป็น David Bowie คือไปสักเลย แล้วก็พวกเพลงป๊อปยุค 70’s ด้วยครับ ผมจะไม่ค่อยฟังเพลงหนักเลยครับ

ผักบุ้ง : จะโตมากับ Led Zeppelin, UFO, Deep Purple พอมาเล่นกับพวกพี่ ๆ เค้าจะมี Nirvana คือความเข้าใจดนตรีเราเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย มีการสร้างเข้าใจแบบเล่นเยอะ ๆ หรือเล่นน้อย ๆ บางคนชอบคิดว่าวง Nirvana ไม่ได้สกิลสูงอะไร แต่จริง ๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น มันมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้วงเข้าดังได้ แล้วก็มี Incubus, Muse เป็นคนชอบฟังอะไรก็จะฟังซ้ำ ๆ ค่ะ แล้วก็ชอบ

ออฟ : ของผมจะคล้าย ๆ คิวครับ ขวัญเค้าจะเอาเพลงมาให้ผมฟัง ตอนนั้นผมกับขวัญเล่นกลางคืนด้วยกัน จริง ๆ ผมเรียนดุริยางค์ไง ทางนั้นก็จะเป็นสายแจ๊ซ พอมาเล่นกลางคืนที่ผับจะเล่นพวกร็อกอังกฤษกัน ผมก็จะมาชอบ Arctic Monkey, The Kooks, The Killers พอตั้งแต่เล่นแนวนี้มาก็ทิ้งแจ๊ซไปเลย ฮ่า ๆๆๆ ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่เรามาเล่นแนวนี้ไปเลย เพลงมันใช้ฟีลลิ่งเป็นหลัก ใช้ความมันส์เป็นหลัก

ผักบุ้ง : ทุกวันนี้พี่ยังเล่นแจ๊ซได้ไหม

ออฟ : ก็เล่นได้นะ แต่นิ้วจะแข็ง ๆ ฮ่า ๆๆๆ

ออฟ เบส

วงดนตรีที่หนักสุดที่ฟัง

ออฟ : ของผมไม่ได้ฟังเลยครับ

ผักบุ้ง : ฟังค่ะ มี Avenged Sevenfold, Dream Theater

ขวัญ : วงหนักสุดของผมนี่คือ Muse กับ Led Zeppelin ครับ มีฟัง Avenged Sevenfold บ้าง บางเพลงครับ

คิว : ของผมมี Lamb of God, Trivium ครับ

ไอดอลในการเล่นดนตรี

คิว : ของผมมันตลกมากครับ ผมเล่นเบสมาก่อน ผมไปนั่งรอเพื่อน ไปก่อกวนอาจารย์ แล้วช่วงนั้นเค้าจะทำวงกัน เค้าก็เลยให้ผมไปเล่นเบส แต่ผมเล่นไม่เป็น ฮ่า ๆๆๆ แต่เค้าบอกว่านี่แหล่ะมือเบส ช่วงนั้นผมก็เรียนดนตรีกับอาจารย์คนนี้ที่ Music Factor เรียนตั้งแต่ 15 มีวันหนึ่งช่วงประมาณ 16 ปี พี่ขวัญมา ตอนนั้นไม่รู้จัก Blues Tape ยังไม่ได้อยู่วงนี้เลย เค้าก็เอาเพลง “Teddy Picker” ของ Arctic Monkey มาให้แกะ ผมก็ฝึกแกะ เหมือนพี่เค้าเอาเมล็ดพันธุ์มาเพาะไว้ในตัวผม ผมก็ฝึกร้องเพลงตาม Alex Turner ไปเรื่อย ๆ จนร้องได้ แล้วก็มาเจอพี่ขวัญอีกทีหลังจากหายไป 5 ปี ก็เลยได้รวมวงกัน เลยกลายเป็น Blues Tape ถ้าพี่ขวัญไม่เอาเพลงนี้มาให้ผมฟัง ผมก็อาจจะเป็นสายป๊อปพังก์อยู่ก็ได้ ตลกมาก มันเหมือนแบบข้ามเวลาเอาเพลงนี้มาให้ 5 ปีผ่านไปตั้งวงแล้วไม่มีนักร้อง แล้วไอเด็กนั่นที่ไปป้ายยาไว้ก็พร้อมใช้งานพอดีครับ ฮ่า ๆๆๆ

ขวัญ : ของผมจะเป็น Eric Clapton นี่แหล่ะครับ ต้องย้อนกลับไปช่วงหัดเล่นกีตาร์ใหม่ ๆ ก็ฟังเพลงของ Clash, Bodyslam ประมาณนี้ จนพ่อผมมาเห็นว่าเล่นกีตาร์ได้ พ่อก็ข้ามขั้นเลย มีวันหนึ่งพ่อกลับมาบ้านพร้อม DVD ของ Steve Vai วันนั้นผมดูเสร็จเลิกเล่นกีตาร์ไปเลย เพลงแรกที่มาคือ Steve Vai ปิดตาขึ้นเวทีเล่นกีตาร์เลย ผมเลิกเล่นกีตาร์ไปเกือบปี ฮ่า ๆๆๆ จนอีกเกือบปีพ่อผมซื้อ DVD ของ Eric Clapton มาให้ดู รู้สึกจะเจอเพลง “Old Love” ก็แบบนี่แหล่ะเล่นกีตาร์มันต้องแบบนี้สิวะ ฮ่า ๆๆๆ คือตอนนั้นมันเด็กมากครับ คือเรารู้สึกว่าการเล่นกีตาร์ของเรามันต้องจบลงวันนี้หรอ เราไม่มีซิกแซกไปทางอื่น ๆ เลย มันเหมือนข้ามขั้นเลย เรารู้จัก Clash แล้วไป Steve Vai เลย

ผักบุ้ง : จริง ๆ ตัวผักไม่มีแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเล่นดนตรีเลยค่ะ คือโตมากับ Britney Spears คือเป็นเด็กที่ได้เรียนดนตรี พอเรียนแล้วเราก็เล่นได้ เล่นตามเพลงที่เปิดในวิทยุ แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่ชีวิตเราต้องมีแนวเพลงต่าง ๆ ก็มีพวกพี่ ๆ นี่แหล่ะ เราก็มีโอกาสได้ไปเล่นตามอีเวนต์ต่าง ๆ เจอคนพาไปฟังเพลง ได้ไปงานแฟตคือแบบเปิดโลกให้กับเรามาก

ออฟ : ผมไม่ค่อยมีเหตุผลเลยครับ ฮ่า ๆๆๆ จริง ๆ ผมไม่เคยคิดจะเล่นดนตรีสากลเลยด้วยซ้ำ ผมเล่นดนตรีไทยมาก่อน เล่นตะโพน

ผักบุ้ง : อ่าว จริงหรอ ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยเนี่ย

ออฟ : แต่ผมก็เหมือนมือเบสทั่วไป คือเพื่อนขาดมือเบส ผมก็เป็นตัวสำรองแล้วก็มาเล่นแทนเพื่อนที่ไปเล่นต่างประเทศครับ

คิว : ไม่มีใครเล่นเพราะผู้หญิงเลยหรอครับ

ออฟ : น่าจะของคุณแหล่ะครับ

คิว : ไม่มี ผมไปรอเพื่อนที่ห้องซ้อมจริง ๆ ครับ

ผักบุ้ง : เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย

คิว : ผู้ชาย! ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่พอมาสนใจก็ไม่เห็นได้เลย เลยไม่สนใจแหล่ะ ฮ่า ๆๆๆ

ทำไมถึงควรมาทำความรู้จักกับ Blues Tape

คิว : ผมว่ามันเหมือนแบบว่าขนาดเราคนในวงเองยังรู้สึกถึงทุกคนในวงมีเลเยอร์ มีมิติในตัวเองสูง มันก็เหมือนเพลงที่ออกมา ถ้าคุณได้ลองชิมคุณก็จะ ได้สัมผัสเลเยอร์ของแต่ละคนในเพลงของ Blues Tape ที่ผมว่ามันยูนีค ก็เลยอยากให้ลองฟังดูครับ

ขวัญ : ผมว่าในช่วงปีสองปีนี้ เราได้เพลงฮิพฮอพ เพลงอาร์แอนด์บี เพลงลูกทุ่งอินดี้ ได้รับความนิยมมาก มันเลยทำให้เพลงร็อกซบเซา เราก็พยายามจะเป็นวงร็อกอีกหนึ่งวงที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนได้เสพครับ

ออฟ : ผมรู้สึกว่าแนวดนตรีปัจจุบันมันก็ดีของมันอยู่แล้ว มันก็ดังของมัน แต่เราก็เชื่อว่าเพลงของเราก็ดีเหมือนกัน แต่ไม่ได้อยากจะให้มาฟังเพลงของเราไปเลยนะ อยากให้แวะมาฟัง มาชิมแก้เลี่ยน อยากให้รู้ว่ามีแนวดนตรีแบบนี้เหมือนกัน แซม ๆ ไปครับ

ความคาดหวังต่อวง Blues Tape

ออฟ : อยากให้ไปได้ที่สุดครับ อยากให้มาฟังเราเยอะ ๆ อยากให้คนรู้จักเรามากขึ้นมากกว่าแฟนคลับเดิม ๆ ครับ

คิว : คือมันมีความหมายกับเราการที่มีคนชอบเรา ถ้าวันหนึ่งเราเป็นเราแล้วไปอยู่จุดเดียวกันกับวง Bodyslam, Potato คนวงกว้างยอมรับ มันก็จะมีความสุขมาก

ฝากถึง Headbangkok

ขวัญ : Headbangkok เป็นอีกหนึ่งสื่ออยู่กับวงการเพลงไทยมาซักพักแล้ว มันเลยกลายเป็นว่าซึมมาอยู่กับวงการดนตรีมาซักพักใหญ่ ๆ แล้ว อยากให้ช่วยเหลือเกื้อกูลในวงการดนตรีต่อไปครับ

ฝากผลงานและช่องทางการติดตาม

ผักบุ้ง : ฝากทุกช่องทางของ Streaming ทาง Facebook, Youtube ของทาง Blues Tape และของสนามหลวง รวมถึง Twitter และ Instagram ด้วยค่ะ

ขอบคุณวง Blues Tape, ค่ายสนามหลวง และทีมงานทุกท่าน ที่ให้โอกาส Headbangkok ได้มาสัมภาษณ์ และขอบคุณรูปภาพจากเพจวง Blues Tape ด้วยครับ