เป็นเวลากว่า 6 ปีที่วง Sweet Mullet ศิลปินจาก genie records ไม่ได้ปล่อยซิงเกิลที่เป็นเพลงช้า หากมองจริง ๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากโดยเฉพาะกับโลกธุรกิจดนตรี แต่ล่าสุดพวกเค้าก็ส่งซิงเกิลเพลงช้าที่หลายคนรอคอยกับเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)” ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก จนทำให้ยอดวิวทะลุล้านไปเป็นที่เรียบร้อย

กว่าจะได้เพลงนี้มากลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันเป็นเพลงที่เกือบถูกลบไปจากความทรงจำของทางวง แต่สุดท้ายทำไมถึงกลับมาได้ และทำไมเพลงนี้ถึงได้ Beau Burchell มือกีตาร์วง Saosin มารับหน้าที่มิกซ์และมาสเตอร์ให้ ไปพบกับคำตอบทั้งหมดได้ในบทสัมภาษณ์ที่ทั้งมีทั้งสาระและความฮากันได้เลยครับ


ความรู้สึกที่ได้กลับมาปล่อยเพลงข้าอีกครั้งในรอบเกือบ 6 ปี

เต๋า: รู้สึกตื่นเต้นครับ ไม่ได้ปล่อยเพลงช้ามานานมากแล้ว จริง ๆ แทบจะลืมความรู้สึกอารมณ์การปล่อยเพลงช้าซักช่วงใหญ่ ๆ

หมู: ถ้านับเพลงช้าอย่างเดียว ซิงเกิลล่าสุดคือ “เจ็บทุกลมหายใจ” คือเกือบ 6 ปีที่แล้ว และระหว่าง 6 ปีที่แล้ว เรียกได้ว่ามีแต่ซิงเกิลเพลงเร็ว ตั้งแต่ “นิทานหลอกเด็ก”, “I (ไอ)”

เต๋า: จริง ๆ มีเพลงประกอบเกมส์ Fifa Online คือเพลง “We Are One” และเพลงใน Play 2 Project คือ “คืนนี้อยากได้กี่ครั้ง” ครับ

แป๊ป: ช่วงนั้นก็เลยมีแต่งานอันเดอร์กราวด์ 6 ปีที่ผ่านมา

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: 4 เพลงเร็วล้วนครับ

จุุดกำเนิดเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

เต๋า: เป็นผมเริ่มแต่งเป็นเดโมอัดร้องกับเล่นกีตาร์ใส่โทรศัพท์ ตอนนั้นคิดว่าเขียนมาจากเรื่องแฟนเก่า เป็นช่วงเลิกกับแฟนเก่า เรามานั่งคิดอีกทีว่า ตอนคบกันเราได้ยินประโยคดี ๆ จากเค้ามากมาย ทั้งเค้าจะดีกับเราให้มาก ๆ นะ เค้าจะรักเราตลอดไป มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วมีความสุขมาก ๆ พอคบไปซักพักมันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เพราะเค้าไม่ได้ทำอย่างที่พูดไว้ ทุกอย่างมันตรงกันข้ามหมด พอเลิกกันผมก็มานั่งคิดว่าทำไมประโยคเดียวกันทำไมมันให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ประโยคมันทำให้ผมเจ็บมาก เหมือนเราโดนโกหกมาตลอดเวลา ก็เลยรู้สึกว่าอย่าพูดเลยดีกว่า ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้

ความรู้สึกของคนอื่นในวงหลังจากที่ได้ฟังเดโมจากเต๋า

หมู: ความรู้สึกแรกคือจำไม่ได้ว่ามีเพลงนี้ครับ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

เต๋า: เรื่องราวมันเป็นอย่างงี้ คือผมอัดร้องพร้อมกีตาร์โปร่งไป

แป๊ป: ปกติถ้าเพลงช้าพี่เต๋ามีไอเดีย เราจะให้ร้องนำ ก็ให้พี่เต๋าอัดร้องพร้อมกีตาร์โปร่งมาเลย

เต๋า: แล้วก็ส่งเมล์ให้หมู หมูเหมือนเป็นศูนย์กลางของวง

หมู: พอผมได้รับเมล ผมก็ทำเหมือนเคยครับ ก็ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: ประมาณ 3-4 ปีที่แล้วที่ได้รับเดโมตัวนี้ เป็นช่วงที่เรากำลังทำเพลงเร็วซะเยอะ เป็นช่วงที่มีไอเดียเพลงเร็วกระฉูดมาก จริง ๆ เพลง “นิทานหลอกเด็ก” เหมือนเป็นทิศทาง เป็นหัวเชื้อของวง ทุกคนในวงก็เลยโฟกัสกับการทำเพลงเร็ว แต่ระหว่างนั้นบางทีพี่เต๋าเค้าจะมีมู้ด เวลาอยู่บ้านคนเดียวเค้าก็จะแต่ง จะอัดมาให้ บางคลิปมา 15 วิเอง

เต๋า: คลิปอะไรวะ

หมู: คิดเองนะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: ส่งไปอีกแบบกันเลี่ยนไรงี้ไง

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: จริง ๆ พี่เต๋าส่งมาเยอะมาก ถ้าไปเปิดดูมีเพลงเยอะแยะทั้งแบบจบบ้างไม่จบบ้าง ฮุกเดียวก็มี เมโลดี้อย่างเดียวก็มี

เต๋า: คิดอะไรได้ก็ส่งไป คิดอะไรได้ก็ส่งไปก่อน

หมู: และเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)” ก็คือหนึ่งในนั้น

เต๋า: ก็คือส่งมาแบบจบเพลงเลย มีเนื้อครบ

หมู: แต่ช่วงนั้นเราสนใจแต่เพลงเร็ว เพลงนี้ก็เลยยังไม่เป็นที่น่าสนใจในตอนนั้น

เต๋า: ก็โดนลืมไป แม้แต่ตัวผมเอง

ตี่: เหมือนไปเข้าคิวรอทำ แต่ลืมกดบัตรคิว

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

แป๊ป: ไปนั่งรอมันอยู่ตั้งนาน

หมู: พอ 4 ปีผ่านไป เอ้าบัตรมา

เต๋า: อันนี้เรื่องจริงเลย

ระยะเวลาในการทำเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

แป๊ป: ถ้าตัวเพลงอย่างเดียวแก้นู่นนี่ก็น่าจะ 3 เดือนได้ ถ้าช่วงทำเพลงเอาเข้าจริงทางวงจะเจอกันอาทิตย์นึงครั้งนึง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่ค่อยว่างกันด้วยไง ทุกคนก็ไปทำหน้าที่กันมาแล้วก็มาเจอกันใหม่ โชคดีอย่าง ช่วงนี้ผมก็ทำโปรแกรมในคอมเป็นบ้างแล้ว ไม่รู้จบมาทำเตี้ยอะไร เพิ่งทำโปรแกรมคอมเป็น

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

แป๊ป: บางทีคิดอะไรออกก็เลยจะจิ้ม ๆ ลงไปก่อน งานก็จะโฟลวขึ้นหน่อยกว่าเมื่อก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องรอหมูมา เพราะหมูทำเป็นคนเดียว

อัดเพลงท่อนไหนยากที่สุด

แป๊ป: แหม ผมชอบคำถามนี้จัง ไม่คิดว่าใครจะมาถามคำถามนี้

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: สำหรับผมก็ยากทุกท่อนนะ เพราะเพลงช้าต้องถ่ายทอดอารมณ์ เน้นอารมณ์มาก ๆ

หมู: ถ้าภาคดนตรีจริง ๆ ผมมองว่ามันก็เหมือนทุก ๆ เพลง ไม่มีอะไรยากเป็นพิเศษ

แป๊ป: ยาก ๆๆ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: แป๊ปจะบอกเลยว่าลืมการอัดกีตาร์โปร่งไปนานมาก

แป๊ป: จริง ๆ ท่อนโซโล่ตอนนั้นคิดประมาณวันเดียว แต่ท่อนพรีฮุกก่อนฮุก 2 ประมาณ 2 อาทิตย์ คือโปรดิวซ์เซอร์ของเรากับที่ปรึกษา เค้าอยากให้ท่อนนี้มีอะไรเด่น ๆ ขึ้นมา

ตี่: อย่างเบสฟังเหมือนไม่ยาก แต่ยากหน้างาน

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

ตี่: พี่โปรดิวซ์เซอร์บอกให้ลองเล่นแบบนี้ มันไม่ได้ยากหรอก แต่เราชินกับอีกอย่างไปแล้วไง แล้วพอมาลอง ๆ ปุ๊ปมันก็จะแบบนานกว่าที่คิดไว้ แต่โดยรวมก็มาลองดู ก็เลือกเอา แบบที่คิดมากับหมู

เต๋า: การเปลี่ยนหน้างานนรกเสมอ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

การร่วมงานกับ Beau Burchell แห่ง Saosin

เต๋า: เรื่องมันเกิดจากว่ามันถึงวันที่เราหาคนมิกซ์เพลงนี้อยู่ แต่ทีนี้มันอยู่ในช่วงคนที่เราเลือกบางคนก็ไม่ได้ตอบเมลเรากลับ บางคนก็ยังไม่ถูกใจเรา คืนนั้นผมก็เลยเกิดอะไรก็ไม่รู้ คือดึกมาก ผมก็เลยทัก Beau Burchell ไปแบบหน้าด้าน ๆ เลยในอินสตาแกรมแบบตรงไปตรงมา

หมู: ไฺฮ แอม เต๋า (แซว)

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆๆ

เต๋า: ใช่ ๆ ทักไปแบบนี้เลย บ้าน ๆ แบบนี้เลย ซึ่งในความคิดคือ ณ ตอนนั้น กะว่าไม่ได้ให้มิกซ์เพลงนี้กะให้เป็นเพลงต่อไป

หมู: คือตอนนั้นมันมีกำหนดส่งเดดไลน์แล้วว่ามาสเตอร์ต้องเสร็จเมื่อไหร่ มันเร่งมาก มีเวลาน้อยมาก เราก็เลยคิดว่า Beau จะว่างหรือเปล่า

เต๋า: แต่วันนั้น Beau เค้าตอบเร็วมาก คุยกันไปคุยกันมา เค้าบอกให้ส่งเพลงไปให้ฟัง จริง ๆ คืนนั้นกลับจากห้องอัดก็ตี 3 แล้ว ปรากฎว่า Beau เค้าตอบตกลงมา ก็เลยโทรหาหมูตอน 6 โมงเช้าเลย เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมาก บอกหมูว่า “เค้าสนใจงานเรา” หมูก็แบบจริงหรอพี่

หมู: ผมก็ลุกขึ้นพรวดเลย

เต๋า: ไปขี้

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: ก็เลยเริ่มคุยกับเค้าต่อจากพี่เต๋า เกี่ยวกับรายละเอียด

เต๋า: ก็ให้ไปคุยกันว่าจะส่งไฟล์ยังไง อยากได้ไฟล์อะไรบ้าง ให้คุยกับหมูต่อ แล้วก็ Beau เค้าไนซ์และเฟรนด์ลี่มาก

หมู: ข้อดีที่สุดคือเค้าจำพวกเราได้ตอนที่เราเป็น opening act ให้ Saosin ตอนมาเล่นไทย ก็เลยเป็นเรื่องโชคดี

เต๋า: พอหมูทักไปเค้าก็บอกว่ามีเวลามิกซ์ให้ได้นะ ทุกอย่างมันพอดี ก็เลยเป็น Beau Burchell

หมู: สำคัญที่สุดเค้าบอกผมมาว่า “เค้าชอบเพลงนี้” ผมแคปเก็บไว้เลย

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

แป๊ป: แต่จริง ๆ ถ้าใครตาม Beau ในอินสตาแกรมก็น่าจะรู้อยู่แล้ว

หมู: พี่ Beau เค้าชอบโชว์อะไรงี้

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: โชว์อะไร

หมู: โชว์ผลงานตอนมิกซ์เพลงเราอยู่

เต๋า: ใครเข้าไปก็น่าจะเห็นตั้งแต่ตอนแรก

ความรู้สึกตอนที่ได้ฟังเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

หมู: จริง ๆ เราแก้กันน้อยมาก ประมาณ 2 ครั้ง เหมือน Beau เค้าเสพยามา ฮ่า ๆๆๆ ส่งไวมาก ขยันทำงานมาก

ตี่: มืออาชีพมาก

แป๊ป: เหมือนเค้าตั้งใจทำเพลงนี้มาก พอเรารู้สึกดีแล้ว ฟังอะไรมันก็รู้สึกดีไปหมด ฮ่า ๆ

เต๋า: แต่มันดีจริง ๆ แล้วก็แก้น้อยมาก เค้าเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารและต้องการทั้งหมด

แป๊ป: จริตใกล้กัน จริง ๆ เราชอบซาวด์อัลบั้มเค้าอยู่แล้ว เราเคยหาเป็นเรฟเลย อยากได้ซาวด์แบบนี้ แล้วมันเป็นวงของเค้าไง สิ่งที่เค้าทำก็เลยถูกจริตเราด้วย

ความประทับใจต่อวง Saosin ตอนที่มาเล่นที่กรุงเทพ

แป๊ป: ตรงที่เค้าไนซ์นี่แหละครับ เค้าให้เกียรติเรามากเลยนะ ตอนแถลงข่าว เหมือนเค้าก็อวยเราไปด้วย ตอนกล่าวทักทายคนไทยเค้าพูดว่า “แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการได้เล่นกับ Sweet Mullet” แล้วก็เรียกพวกเราไปถ่ายรูป พวกเราก็ตัวเท่าหัวนมเค้าอ่ะ ตัวอย่างกับตึก เหมือนเราเป็นลูก เอาจริง ๆ ไม่ต้องเรียกมาถ่ายก็ได้กูอาย กูเขิน

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

ตี่: เหมือนนักฟุตบอลเดินลงสนามแล้วจูงเด็กอ่ะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: จริง ๆ เราชื่นชอบ Saosin อยู่แล้ว แล้วยิ่งไปเล่นงานเดียวกัน เห็นเค้าาเล่นกันแบบสด ๆ หรือแม้แต่ตอนซาวด์เชคก็ได้เห็นการทำงานของพวกเค้า

การบันทึกเสียงเครื่องสายในเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

หมู: เรียกว่าได้ Mr. Sample Library มาช่วยครับ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

เต๋า: ไม่ใช่คนอัดนะครับ

หมู: เล่นดีมากครับ ตรงเป๊ะเลย ผมเป็นคนเขียนเองครับ ใช้ sample library จากน้องแกรนด์ เจ้าของแกรนด์ สตูดิโอ เพราะว่า sample library ที่ผมมีอยู่คือพื้นฐาน ก็เลยอยากได้อย่างที่มันดี ๆ พูดง่าย ๆ คือยืม sample เค้ามาใช้เลย อยากได้เสียงนี้

ตี่: ไม่รู้จะปฎิเสธยังไง

บทบาทโปรดิวซ์เซอร์ของ หมู ในเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

หมู: มันเป็นการโปรดิวซ์เพลงครั้งแรกในชีวิตเลย แต่ถ้าพูดถึงการทำงานจริง ๆ ผมรู้สึกว่ายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแตกต่างไปมาก

เต๋า: ใช่ เพราะว่าโดยปกติเวลาเราไปอัดเพลงกัน หมูจะเป็นคนคอยกดบันทึก คอยกดอัดอยู่หน้าคอม

แป๊ป: คือหน้าที่คือคนหน้าคอมอ่ะ สังเกตว่าเวลาทำเพลงจะมีคนเล่นเบส คนเล่นกีตาร์ แล้วก็จะมีคนนึงนั่งอยู่หน้าคอม นั่นแหละคือหมู

หมู: นั่งหลังคอมมันก็คงแปลก ๆ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

เต๋า: หมูก็จะได้ฟังชุดงานที่ครบทุกอย่าง จะเป็นคนมองภาพรวมออกว่าตรงไหนควรเสริม ควรเพิ่ม ควรแก้อะไร ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าจะให้พูดจริง ๆ หมูก็เหมือนเป็นโปรดิวซ์เซอร์มาพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่เพิ่งมาลงเครดิตเอาใจ ให้เป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป

หมู: แต่เงินเท่าเดิมอยู่นะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: หารรวมด้วย หารรวมทุกที

แป๊ป: พี่หมูเค้ามีหน้าที่แทบจะเป็นโปรดิวซ์เซอร์มาอยู่แล้ว แต่เพิ่งมาชัดเจนเพลงนี้

หมู: จริง ๆ ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟ Big Ass มาก ๆ พี่อ๊อฟเป็น executive producer พี่เค้าให้คำแนะนำเยอะมาก จริง ๆ แม้ทำแบบนี้มาตลอดแต่ไม่รู้ขอบเขตหน้าที่ ก็ปรึกษาพี่อ๊อฟว่าอะไรควรทำ และอีกคนที่สำคัญมาก ๆ ที่เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจคือพี่โน่ ก็เป็นโปรดิวซ์เซอร์ของเรามาตลอดอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ ผมเรียนรู้การทำงานจากพี่โน่มาโดยตลอด ก็ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟกับพี่โน่ครับ

การบันทึกเสียงที่ Kandee Studio

หมู: พี่อ๊อฟดูแลเราดีทุกอย่างครับ ตั้งแต่เครื่องดื่ม

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: น้ำผลไม้อะไรงี้

แป๊ป: คอแห้งเป็นยื่น

หมู: ไมค์กลิ้งเลย

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: เรื่องอุปกรณ์ห้อง เค้าก็จะดูเรื่องเสียงเราแบบนี้จะใช้ไมค์ตัวไหนที่เหมาะสม จะได้เข้ากว่า

หมู: แล้วก็ซาวด์ดีมาก ๆ ครับ

สมาชิกในวงดื้อไหม ในฐานะที่หมูเป็นโปรดิวซ์เซอร์

หมู: ไม่ดื้อครับ จะเรียกว่าดื้อดีไหม ก็ไม่มีใครดื้อนะ แต่เอาทีละคนเลยดีกว่ามันดี

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: นั่งยางเผากันเลย

หมู: ส่วนมากไม่ดื้อครับ เรียกว่าเหมือนเราคุยกันตลอด รู้ทางกันอยู่แล้ว ถ้าเสนอแบบนี้ไปไม่เล่นแน่ ๆ ถ้าไม่ใช่ทางเขา บางทีก็เสนอไปรู้ว่าเค้าไม่เล่น แต่ผมก็ดื้อ ในวงที่ดื้อก็น่าจะเป็นผมนี่แหละ “ก็กูจะเอาอะ”

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: แต่ผมว่ามันสนุกดีครับ เพราะว่ามีหลาย ๆ เพลงพูดเลยว่าบางครั้งผมมีไอเดียแค่มีเสียงในหัวอย่างเดียวเลย (ฮัมเมโลดี้เสียงกีตาร์) แล้วแบบพี่แป๊ปเล่นดิ เหมือนโยนขี้ไปเลย แบบสิ่งที่คิดมันน่าจะดีนะ

แป๊ป: ก็อย่างท่อนพรีฮุกก่อนฮุก 2 เพลงอย่าพูดเลย (ดีกว่า) หมูอยากได้แบบวงนี้ให้ผมไปฟัง ผมก็แบบให้พ่อใครมาเล่นก็ไม่ได้แบบนี้ ถ้าจะเอาในวันพรุ่งนี้ เข้าใจป่ะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: บางครั้งตอนอัดอยู่ผมก็บอกพี่แป๊ป เอาแบบนี้ดิ (ฮัมเมโลดี้กีตาร์) แล้วผมก็พูดแบบนี้แต่เค้าเข้าใจนะ

แป๊ป: บางทีมันก็เกิตอารมณ์กันแหละครับ เพราะทำงานกันมานาน เรารู้ว่าสไตล์ที่เค้าคิดจะเป็นแบบนี้ บางทีเราทำเพลงเป็นเดโมมาแค่โครงสร้าง หมูก็จะมานั่งอีดิต เราก็พอเข้าใจไอเดียว่าควรจะดีไซน์สไตล์นี้

ขั้นตอนการทำเพลงที่เปลี่ยนไปเมื่อไม่มีอั๋น

ทั้งวง: เปลี่ยนมากเลยครับ

เต๋า: จริง ๆ ที่มีผลคือแป๊ปโดยตรง

แป๊ป: แน่นอน!

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

แป๊ป: ขาดอั๋นก็เหมือนขาดเพื่อนคู่คิดครับ มันคือคนเล่นตำแหน่งเดียวกัน เสน่ห์ของ Sweet Mullet ต้องบอกว่าถึงแม้จริง ๆ ลักษณะผมกับอั๋นถึงจะเล่นแนวเดียวกัน แต่ออกมาคนละแบบ คนละธรรมชาติกัน ธรรมชาติมือซ้ายมือขวาผมกะอั๋นก็คนละเรื่องกัน ตื่นเช้ามาเปิดเพลงอะไรฟังก็คนละอย่างแล้ว เท่ากับสิ่งที่อั๋นคิดออกมาผมจะเล่นไม่ได้ ฝืนธรรมชาติ ลูกที่ผมเล่นอั๋นก็ไม่ถนัดที่จะเล่นเหมือนกัน อย่างแบบบางลูกสมมติเพลงเก่า ๆ ที่ผมต้องแกะ ผมต้องไปอัดฮาร์ดดิสใหม่ เพราะต้องวางลักษณะซาวด์ซิสเตมใหม่เวลาโชว์ บางลูกที่เอามาเล่นต้องเล่นลูกของอั๋นบ้าง หรือเอามารวมกันไรงี้ บางทีจะเล่นลูกของอั๋นต้องวิดีโอคอลไปหาเลยว่ามึงกีตาร์อยู่ใกล้ ๆ มึงไหมไปหยิบมา เล่นยังไงวะ เราไม่เข้าใจทำไมต้องวางนิ้วแบบนี้วะ ต้องขอบคุณแอปไลน์ที่ทำให้ผมติดต่ออั๋นได้นะครับ ฮ่า ๆ ก็อย่างเพลงใหม่ก็ถือว่าเป็นเพลงโปรโมทเพลงที่ 2 ที่มีผมเล่นกีตาร์คนเดียว เพลงแรกคือ “คืนนี้อยากได้กี่ครั้ง” เพลงนี้ออกแนวทำให้ชัดเจนเหมือนกันว่าเป็นกีตาร์ตัวเดียว ให้ชัดเจนปล่อยริฟฟ์สไตล์ผมเลย ถ้าอั๋นอยู่ด้วยก็จะมีซาวด์เฉพาะตัวของมัน ลูกกุ๊กกิ๊กของมัน

หมู: ถ้าผมมองในฐานะคนฟัง รู้สึกว่าวงเราไม่ได้มีกีตาร์คู่ แต่จะมีกีตาร์เดี่ยวสองคน เพราะเล่นคนละทางกันเลย อย่างในเพลง “นิทานหลอกเด็ก” ต้องลองไปฟังดูชัดเจนมาก มันเล่นคนละแบบกันเลย แต่อยู่ด้วยกันได้ มันก็ถือว่าเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของ Sweet Mullet

การสื่อสารภาคริธึมระหว่างเบสและกลอง

ตี่: จริง ๆ สมมติว่าตอนเล่น บางทีหมูจะตีไม่เหมือนมาก บางทีเล่นสดอยู่ดี ๆ ก็เติมท่อนเข้ามา มันก็ท้าทายเหมือนกัน ต้องคอยตาม ได้บ้างไม่ได้บ้าง ฮ่า ๆ ส่วนมากผมจะคอยตาม มันไม่ได้ตั้งใจตามนะ มันเป็นธรรมชาติแบบได้ยินเสียงกระเดื่องแบบนี้ต้องเล่นตามยังไง

หมู: ก็เป็นธรรมชาติผมว่า 100 โชว์เล่นไม่เหมือนกันเลย แล้วแบบตามอารมณ์ผมเลย

ตี่: เพลง “หลับข้ามวัน” ตรงฮุก ไม่เหมือนกันซักครั้ง ต้องดูว่าเล่นเหมือนรอบแรกหรือเหมือนรอบหลัง

หมู: ตามฟีล ผมแก้ความจำเจ บางทีไม่ได้แกะเพลงตัวเองด้วย ฮ่า ๆๆ

ตี่: ผมว่ามันก็สนุกดีนะ เพลงบางเพลงก็เล่นกันมานานหลายปี เล่นเหมือนเดิมทุกวันก็น่าเบื่อ เล่นไปนาน ๆ ไม่ได้ฟังเพลงตัวเองนาน ๆ มันเปลี่ยนนะ

หมู: ใช่ อารมณ์กับความรู้สึกต่อเพลงบางทีก็เปลี่ยน อย่างล่าสุดผมฟังเพล “ลั่น” ยังแปลกใจเลยว่ามีท่อนแบบนี้อยู่ในท่อนด้วยหรอ

ตี่: บางทีสิ่งที่เราเล่นสดตอนนี้กับแผ่นจะไม่เหมือนกัน บางทีก็กลับไปฟังที่อัดแล้วรู้สึกว่าเราเล่นไว้แบบนี้หรอวะ

คอนเซปต์ของ MV “อย่าพูดเลย(ดีกว่า)”

หมู: คอนเซปต์ของเอ็มวีที่หลาย ๆ คนได้ดูแล้วว่ามีคนเต้นลีลาศ และมีวง Sweet Mullet เล่นดนตรีในงานลีลาศ ที่มาจริง ๆ แล้วตอนเด็ก ๆ ผมชอบดูประกวดเต้นลีลาศในทีวี ถึงแม้ดูไม่รู้เรื่องก็ดู ชุดมันวับ ๆ แวม ๆ ดี

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

หมู: แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือมันเป็นกีฬาที่ต้องเต้นคู่กัน ชายกับหญิง ความหมายของมันก็น่าจะสื่อถึงความเป็นคู่รัก เพราะสองคนต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ แล้วการแสดงออกจะแสดงออกถึงความรักแบบโอเวอร์มาก จะต้องยิ้ม สีหน้ามีความสุข มองกันตาเยิ้มหวาน ผมก็สงสัยมาตลอดว่าถ้าเป็นแฟนกันก็คงง่ายมั้งที่ต้องแสดงออก แต่ถ้าเค้าไม่ใช่คู่รักกันแหละ แต่สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันทุกคู่คือการแสดงความรักออกมาได้ ผมก็เลยมองว่าโอ้โห คนที่ไม่รักกันจริง ๆ ก็แสดงออกมาได้ ผมเลยนึกถึงเพลงนี้เพราะมันมีความหมายเหมือนกัน การที่พูดว่ารักแต่ไม่รักจริง ๆ มันก็คือคำโกหก อย่างในเอ็มวีก็จะมีความชัดเจนอีกอย่างคือถ้าเกิดเป็นคู่ที่เคยรักกันแล้วเลิกกัน แล้วดันต้องมาเต้นกันอีก ต้องแข่งด้วยกัน อาจจะเกลียดกันไปแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่ท้าทายของเค้า เพราะต้องทำให้กรรมการและคนดูเชื่อ

เต๋า: เค้าต้องฝืนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และถ้าสังเกตดี ๆ ว่าเพลงนี้พูดถึงการโกหกกัน เหมือนในทีเซอร์ที่เห็นวงเล่นเป็นแนวแจ๊สกัน นั่นก็คือตั้งใจหลอกด้วยเหมือนกัน หลอกว่าจะมาไม้ไหนกันนะ

แป๊ป: ไม่ใช่เล่นหลอกนะ ไอ้ตอนเล่นก็หลอก

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: โจทย์ทุกอย่างมันตั้งอยู่กับคำว่าหลอกลวง คำว่าโกหก

เต๋า: หลอกทุกอย่างอ่ะ แม้ในวันถ่ายยังถ่ายในวัน April Fool’s Day เลย บังเอิญมาก

หมู: ถ่ายจบยังคิดเลยว่าถ่ายจริงป่ะวะ หลอกกูเปล่าเนี่ย หลอกมาถ่ายหรือเปล่า

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

นักแสดงลีลาศในมิวสิกวิดีโอคือใคร

หมู: นักแสดงเป็นนักเต้นลีลาศจริง ๆ ครับ พี่ยุ่นผู้กำกับตอนแรกเอานักแสดงมาแคสต์หลายคนมาก แต่เราลงมติว่าอยากได้นักเต้นลีลาศจริง ๆ อยากให้ทุกคนเห็นการเต้นลีลาศจริง ๆ ด้วยว่ามันสวยงาม มีท่วงท่าอย่างไร ก็เลยได้น้องแม็คกับน้องโอปอล ซึ่งทั่งคู่เคยลงแข่งลีลาศมาจริง ๆ ด้วยครับ

ถ่ายเอ็มวีกันเหนื่อยไหม

หมู: พวกผมสบายมากครับ

แป๊ป: ไม่ได้โยกหัวกันเลยแม้แต่นิดเดียว เหงื่อไม่ออกเลย

ตี่: สบายที่สุดในชีวิต

เต๋า: ใส่สูทเหงื่อยังไม่ออกเลย ที่เหนื่อยจริง ๆ คือน้องนักเต้นลีลาศ นั่นเค้าหมุนกันเป็นพันรอบเลย ดมยาดมกันแทบอ้วก

หมู: ได้ยินว่าน้องโอปอลตอนซ้อม น้องเค้าหมุนจนเข้าโรงพยาบาล

เต๋า: แม้กระทั่งตอนถ่ายจริง ๆ ก็ต้องมีพัก น้องเค้าขอพัก มีอาการมึน เพราะถ่ายหลายเทคมาก

หมู: เรื่องหมุน ๆ ในเอ็มวี มีทั้งภาพย้อนหลัง ภาพย้อนกลับ และภาพปกติจริง ๆ คอนเซปมันคือการโกหกซ้ำ วนลูป หมุนกลับมาอยู่ที่เดิมครับ

เนื้อหาเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)” มีตรงกับชีวิตใครอีกหรือไม่

หมู: (หันไปถามตี่) เคยทำคนอื่นเปล่า เคยสัญญากับใครเปล่า

ตี่: อย่าหันมาดิ

หมู: ไม่มีกล้องนะ

ตี่: มีแต่คนสัญญาแล้วไม่ยอมใช้เงินครับ อย่าพูดเลยดีกว่า

เต๋า: แหม ดริฟต์เลยนะ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

ความรู้สึกหลังจากยอดวิวทะลุล้าน

แป๊ป: ดีใจครับ ดีใจที่มีคนรอเรา มีคนชอบเพลงแบบที่เราตั้งใจทำมา เพราะฟีดแบ็กมันดีจนตกใจเหมือนกัน

เต๋า: ก็หายเหนื่อยครับ เพราะตอนทำก็เหนื่อยกันมากเหมือนกัน หลายขั้นตอนกว่าจะเสร็จมาเป็นเพลง กว่าเอ็มวีจะเสร็จ ตอนรอปล่อยก็ลุ้นมาก ๆ ตอนนี้พอเห็นคนชอบกันก็ดีใจครับ

หมู: ผมก็หายเหนื่อยนะพอเห็นยอดวิวว

เต๋า: จริง ๆ คุยกับหมูตลอด หมูบอกว่าเพลงนี้ไม่มีติดค้างอะไรเลย ชอบหมดทุกขั้นตอนครับ ผมเองก็เช่นกัน ดีใจมากครับ

ซิงเกิลต่อไป

แป๊ป: ก็อยากให้มีตามมาให้ไวที่สุดครับ จริง ๆ วัตถุดิบเราก็มีครับ แต่เราคุยกันแล้วว่าอยากคิดใหม่ทำใหม่ไปก่อน ของสดน่าจะดีกว่าครับ

ตี่: อยากให้ต่อเนื่องเหมือนกันครับ

หมู: มีเริ่มพูดคุยกันแล้วครับว่าเพลงใหม่จะออกมาเป็นแบบไหน

อัลบั้มใหม่ของ Sweet Mullet

หมู: มีแน่นอนครับ อย่างเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)” ก็ถือว่าเป็นเพลงในอัลบั้มใหม่ อัลบั้มที่ 3 เรานับเพลงแรกคือเพลง “นิทานหลอกเด็ก”, “I (ไอ)” กับเพลงประกอบ Fifa Online “We Are One” รวม ๆ กันนี่ก็เกือบครึ่งทางแล้วครับ

แป๊ป: ถ้ารวมวัตถุดิบที่มีก็ 2 อัลบั้มครึ่งแล้วครับ ฮ่า ๆ

เต๋า: ในคอมหมูยังมีอีกเยอะเลยครับ

หมู: ใช่ มีอีกเยอะเลยครับ

เต๋า: ไม่ใช่เพลงนะครับ เป็นหนัง หนังรางวัล

ตี่: หนังรวงข้าว

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

คอนเสิร์ตใหญ่ของ Sweet Mullet

แป๊ป: จริง ๆ เรามีคอนเสิร์ตใหญ่จัดในที่เล็กตลอดนะครับ

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

เต๋า: ถ้าใครติดตามมาตลอดน่าจะรู้นะครับว่าคอนเสิร์ตอะไร

แป๊ป: ก็อยากมีครับ เป็นหนึ่งในฝันของเราเหมือนกัน

ผู้สัมภาษณ์: ต้องกดดันทางค่ายครับ

แป๊ป: ค่ายจะกดดันเราทำเพลงก่อน

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆๆ

หมู: พวกมึงนี่ช้าเหลือเกิน เราไม่สิทธิ์ไปกดดันใคร ฮ่า ๆๆ

เต๋า: ตอนนี้เราไม่มีปากมีเสียง

หมู: ถ้าเรามีเต็มอัลบั้มแล้วคงเดินยืดได้นิดนึง

เต๋า: ยกเว้นเพลงนี้จะได้ถึง 300 ล้านวิวค่อยว่ากัน

ธุรกิจเสริมของแต่ละคน

แป๊ป: ร้าน เตาถ่าน Yakiniku Paradise ร้านปิ้งย่างสไตล์ยากินิคุนะครับ อยู่ระหว่างซอยเอกมัย 12 และ 14 โครงการ Park Avenue แฟนเพจ เตาถ่าน Yakiniku Paradise (@Taotaanyakinikuparadise)

ตี่: ตอนนี้มีแบรนด์เสื้อผ้าชื่อ Into Another นะครับ เข้าไปดูได้ที่เพจ Into Another – IA (@iaintoanother) ครับ มีทุก ๆ อย่างให้ดู และจะมีแชร์ข่าวสารของวงด้วยครับ

หมู: ของผมครับ แน่นอน มือกลองทุกคนผมมีไม้กลองคุณภาพดี ราคาไม่แพง ยี่ห้อ Butcher นะครับ ไม้อิมพอร์ตมาอย่างดี ฝีมือคนไทย 100% เพราะคนไทยคนนั้นคือผมเอง เข้าไปดูสินค้าได้ที่เพจ Butcher Drums (@butcherdrums) ครับ

เต๋า: ทั้งโรงงานมีมันคนเดียวเนี่ย นั่งสกรีนคนเดียวด้วยนะ ผมเองก็เคยเป็นพนักงานโรงงานเค้าหนึ่งวัน

หมู: วันไหนผมทำงานไม่ทันก็ชอบโทรชวนเค้า

เต๋า: วันนั้นดันหลงกลมึงไง รถติดเลยแวะไปบ้าน ไปถึงโดนเลย “พี่ช่วยแยกไม้กลองหน่อย” ทำจนถึง 3-4 ทุ่ม ค่าโอทีก็ไม่ได้

ทั้งวง: ฮ่า ๆๆ

เต๋า: ของผมมีแบรนด์เสื้อผ้า Horror Skin ครับ เข้าไปที่ Horror Skin clothing (@horrorskincltg) มีอินสตาแกรมด้วยครับ ใครชอบธีมหนังสยองขวัญ หนังฆาตกรโรคจิต ล้อเลียนหนังสยองขวัญเก่า ๆ ราคาไม่แพง ก็ฝากด้วยครับ

ฝากซิงเกิล “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)”

เต๋า: ฝากเพลง “อย่าพูดเลย (ดีกว่า)” เป็นซิงเกิลล่าสุดของพวกเรา เป็นเพลงช้าที่ไม่ได้ปล่อยมานานมาก กว่าจะหามันจนเจอ

หมู: ของบางอย่างมันต้องใช้เวลานะ

เต๋า: อารมณ์เหมือนหยิบเสื้อผ้าดันไปเจอแบงค์พันอยู่ในนั้น ถึงจะเป็นเพลงที่เป็นเดโมที่เขียนไว้นานแต่ยังรู้สึกกันอยู่ แต่ผมรู้สึกว่าเพลงนี้น่าจะมีอะไร อย่างแรกคือมันกระทบจิตใจพวกเราก่อน และน่าจะไปสะกิดใครอีกหลาย ๆ คยที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มา ก็ฝากด้วยแล้วกันครับ มีให้ฟังทั้งทางยูทูบ รีบเข้าไปกดกันนะครับ ใครมีคอม 3 เครื่องก็เปิดเลยวนไป ปั่นวิว ฮ่า ๆๆ

แป๊ป: คนเล่นเกมส์อยู่ก็เปิดวนไป

เต๋า: มีทาง Spotify, Joox มีทุกช่องทางสตรีมมิ่งเพลงนี้ตั้งใจทำกันมาก ๆ ลงมือกันเองแทบทุกขั้นตอน ใส่ไอเดียทุกอย่างลงไปให้มันดีที่สุดอย่างที่เราตั้งใจ อยากให้คอมเมนต์กันเข้ามาเยอะ ๆ จะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ แฟนเพลงของ Sweet Mullet ก็น่าจะถูกใจกัน หรือใครไม่เคยฟังพวกเรามาก่อนก็อาจจะชอบก็ได้ ก็ลองเปิดใจกันดูครับ

ตี่: บางทีการรอคอยก็เป็นเครื่องพิสูจน์เหมือนกันว่า ณ เวลานั้นเรารู้สึกดีกับมัน จนเวลามันผ่านมาก็ยังคงรู้สึกดีกับเพลงนี้ไปได้เรื่อย ๆ ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอด อายุวงเราก็มาไกลพอสมควรแล้ว ไกลจนมองย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นไม่เจอ แต่ก็ยังไม่สิ้นสุด ก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็อยากให้ทุกคนเดินไปกับเราเรื่อย ๆ แล้วกัน จะพยายามสร้างผลงานออกมาให้ทุกคนฟัง เชื่อเถอะว่าเราตั้งใจจริง ๆ ครับ

เต๋า: ขอบคุณ Headbangkok ด้วยครับ ที่สนับสนุนเรามาตลอดครับ

ฝากถึง Headbangkok

ตี่: ตอนแรกที่เห็นก็นึกว่าเขียนผิดหรือเปล่า ต้องเป็น ‘headbanger’ หรือเปล่า บางทีก็สับสน แต่ดูไปดูมาเออไม่ผิดนี่หว่า ก็ยินดีที่มีสื่อสำหรับพื้นที่ของดนตรีร็อก ซึ่งอาจจะมีคนกลุ่มน้อยในตอนนี้ ก็ยังยืนหยัดอยู่ทั้ง ๆ ที่รู้แหละว่าสื่อไม่ได้มีผลตอบแทนอะไรมากมาย ก็นับถือใจทีมงามทุกคน ขอให้ Headbangkok ทำงานต่อไปเรื่อย ๆ ครับ

เต๋า: ขอให้ Headbangkok มีข่าวสารและอยู่คู่ชาว headbanger อยู่กับคนไทยไปนาน ๆ นะครับ


จริง ๆ นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์วง Sweet Mullet ต้องบอกเลยว่าทุกคนยังคงน่ารักและเป็นกันเองเหมือนเดิม ทั้งนี้ทาง Headbangkok ต้องขอขอบคุณทางวง Sweet Mullet ที่สละเวลามาพูดคุยกับเรา ขอบคุณพี่ฝน จาก genie records ที่ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งสถานที่ (ห้องประชุม genie) และเวลาสัมภาษณ์ให้กับทาง Headbangkok เป็นอ่ย่างดี ขอบคุณแชมป์ (@p_chpz_p) ที่ยอมสลับวันทำงานมาถ่ายรูปสวย ๆ ให้ด้วยครับ