การที่ My Chemical Romance ยุติการเดินทางลงไปอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2013 ไม่ได้หมายความว่าถนนดนตรีของสมาชิกแต่ละคนในวงจะต้องหยุดไปด้วย Gerard Way นักร้องนำกำลังไปได้สวยทั้งในฐานะศิลปินเดี่ยว และการวาดการ์ตูน Umbrella Academy ที่ได้ดิบได้ดีจนกลายเป็นซีรีส์บน Netflix ไปแล้ว

สมาชิกอีกหนึ่งคนที่เดินหน้าทำผลงานต่อเช่นกันก็คือ Frank Iero มือกีตาร์ แม้จะมีชื่อเสียงจากการทำวง My Chemical Romance แต่เขาก็เป็นนักดนตรีอีกคนที่อยู่มาแล้วหลายวงมาก ๆ ไล่ตั้งแต่ Pency Prep, Leathermouth, Death Spells เรื่อยมาจนถึงโปรเจกต์เดี่ยวที่เปลี่ยนชื่อวงไปเรื่อย ๆ อย่าง frnkiero and the cellabration, Frank Iero and the Patience และล่าสุดกับ Frank Iero and the Future Violents ที่กำลังจะมีอัลบั้ม Barriers ออกมาวางจำหน่ายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้

ทางเราได้ติดต่อไปยังตัวแทนของ Frank และสัมภาษณ์ความเป็นมาเป็นไปของผลงานใหม่ชิ้นนี้ผ่านตัวแทนของเขาทางอีเมล ซึ่งคำตอบทั้งหมดก็พร้อมให้ทุกท่านได้อ่านกัน ณ คอลัมน์ Wazzup Rocker แห่งนี้แล้วครับ!


สวัสดีครับ Frank ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

หวัดดีครับ ก็ไปได้สวยนะช่วงนี้ ขอบคุณที่ถามไถ่ครับ

อัลบั้มใหม่ Barriers จะออกสิ้นเดือนนี้แล้ว มันเกี่ยวกับอะไรครับ

Barriers มันพูดถึงการคว้าโอกาส มันเกี่ยวกับกำแพงที่เราสร้างขึ้นมาห้อมล้อมตัวเองเอาไว้เพื่อที่จะปกป้องหัวใจของเรา แล้วก็เกี่ยวกับการพังทลายมันออกไปเพื่อการไปให้ถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า บางครั้งเราก็ต้องเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้สึกกลัว เราจำเป็นต้องเติบโตและอยู่ภายนอกพื้นที่ปลอดภัยของพวกเราเองครับ

ซิงเกิลแรก “Young and Doomed” ก็ฟังดูสนุกและคึกคักดีนะครับ นี่เป็นซาวด์หลักของอัลบั้มเลยหรือเปล่า?

น่าสนใจนะครับที่คุณอธิบายว่าเพลงของเรามันสนุกและคึกคัก เพราะผมคิดว่าเพลงของผมเป็นแบบนั้นมาตลอด แต่คนอื่นคิดตรงกันข้ามหมดเลย เพลง “Young and Doomed” มันเกี่ยวกับเรื่องของโชคชะตา ความซึมเศร้าและการเสพติดเป็นสิ่งที่ส่งต่อถึงกันได้ บางครั้งเราก็รู้สึกว่าเลือดที่ไหลเวียนในตัวเราเป็นเหมือนคำสาป แต่ผมชอบที่จะคิดว่าพวกเราทุกคนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แม้ว่าเราจะมี ‘ข้อบกพร่อง’ ในชีวิตกันด้วยก็ตาม ไม่มีใครที่เละเทะในรูปแบบเดียวกับที่คุณเป็น พวกเราทุกคนคือความไม่สมบูรณ์แบบที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ และบางครั้งไอ้ความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นก็คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเราครับ ผมคิดว่า ความรู้สึกที่ส่งผ่านออกมาจากเพลงมันสำคัญมากสำหรับคนที่ได้ฟังเป็นครั้งแรก ที่จริงผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นตัวแทนซาวด์ของงานชุดนี้หรือไม่ มันเป็นแค่หนึ่งในชิ้นส่วนของตัวต่อที่ใหญ่กว่ามากกว่า เป็นชิ้นส่วนสำคัญเลยครับ ส่วนเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มมันก็มีความหลากหลายในแบบของมันอยู่ครับ

แล้วแฟน ๆ สามารถคาดหวังอะไรได้จากงานชุดนี้?

ผมคิดว่าส่วนที่สนุกคือแฟน ๆ จะได้ฟังสิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดหวังจากผมครับ ถ้าคุณติดตามโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่ผมมีส่วนร่วมด้วย คุณจะต้องรู้แน่นอนว่าไม่มีอัลบั้มไหนหรือวงไหนที่ทำซาวด์ในรูปแบบเดียวกันเลย และ Barriers ก็ยังคงตามรอยผลงานเหล่านั้นเช่นเดียวกันครับ

ชื่อวงเปลี่ยนไปอีกแล้วนะครับรอบนี้ ทำไมถึงไม่เลือกใช้ชื่อที่สั้นและจำง่ายกว่านี้ หรือชื่อคุณคนเดียวไปเลยล่ะครับ?

ที่ชื่อวงมันเปลี่ยนไปในทุก ๆ อัลบั้ม นั่นก็เพราะว่ามันคือวงใหม่ครับ นักดนตรีกลุ่มใหม่ ซาวด์ใหม่ ชื่อใหม่ ผมสนุกกับขั้นตอนการสร้างมันขึ้นมาครับ และผมทำมันเพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของผม ผมรู้สึกดีเวลาได้รู้ว่าผู้คนชอบสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมา และการได้เห็นผู้คนเชื่อมโยงกับดนตรี และได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะเหล่านี้มันก็นำพาความสุขมาให้ผมด้วย… แต่ผมไม่มีความสนใจที่จะผ่อนปรนทัศนคติด้านศิลปะของผมด้วยการทำให้มัน ‘ง่ายขึ้น’ ครับ

ไปเจอเพื่อนร่วมวงที่มาทำอัลบั้มนี้ด้วยกันจากไหนครับ?

ผมรู้จักกับ Matt Armstrong (เบส) และ Tucker Rule (กลอง) ตั้งแต่ช่วงปี 1999-2000 โน่นแล้วครับ Matt อยู่ในวง Murder by Death ส่วน Tucker อยู่วง Thursday และพวกเราทุกคนทำงานภายใต้ค่าย Eyeball Records ในช่วงเวลานั้น และทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกันอยู่หลายปี ผมประทับใจฝีมือของพวกเขาและผมก็รู้ดีว่าพวกเขาคือคนที่น่าคบหาไปด้วยเป็นอย่างมาก ผมคิดเสมอว่า “ว้าว แม่งคงเจ๋งน่าดูถ้าได้แต่งเพลงกับพวกนี้!” ส่วน Evan Nestor (กีตาร์) เป็นพี่เขยของผม ผมรู้จักเขาตั้งแต่ประมาณปี 2001 แล้ว หลายต่อหลายปีที่ผ่านมาผมโชคดีที่ได้เห็นพัฒนาการของเขาทั้งในฐานะบุคคลและฐานะนักดนตรี เขาเล่นอยู่กับผมทั้งในวง The Cellabration และวง The Patience และผมไม่ต้องการจะทำวงดนตรีโดยไม่มีเขาครับ Kayleigh Goldsworthy (เปียโน, ไวโอลิน) ผมเจอเธอตอนออกทัวร์เมื่อราวสองปีที่แล้วตอนที่เล่นดนตรีอยู่กับ Dave Hause และผมก็ติดใจในฝีมือและความเป็นเธอเอาซะมากๆ มันมหัศจรรย์มากนะครับที่นักดนตรีที่ผมอยากจะทำวงดนตรีด้วยสามารถมาเล่นด้วยกันในเวลาเดียวกันได้ทั้งหมด เราก็เลยตัดสินใจทำงานด้วยกันและทำอัลบั้มขึ้นมา มันให้ความรู้สึกว่าเราอยู่กันถูกที่ถูกเวลามาก ๆ

เป็นมือกีตาร์กับเป้นนักร้องนำ อันไหนทำให้คุณมีความสุขมากกว่ากัน?

เอาตรง ๆ ผมชอบทั้งสองอย่างครับ มันมีประโยชน์ในแบบที่แตกต่างกัน ผมไม่เคยคิดว่าอยากจะเป็นนักร้องนำของวงดนตรีมาก่อนเลย แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมเริ่มจะสนุกกับมันแล้วและผมก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับมันไว้ ผมชอบขั้นตอนการเขียนเนื้อเพลงมาก ๆ ครับ ก่อนที่จะหยิบกีตาร์มาเสริมเติมแต่งจากเสียงร้องของผมในภายหลังและทำให้ทั้งสองสิ่งมันเข้ากันให้ได้

เคยเห็นคุณออกความเห็นทางการเมืองเกี่ยวกับ Donald Trumps อยู่บ้างเหมือนกัน ไม่กังวลปัญหากับแฟน ๆ ที่มีมุมมองทางการเมืองต่างกันเหรอครับ? คือ คุณอาจจะเสียฐานแฟนเพลงไปก็ได้นะ และ คุณคิดว่านักดนตรีควรหยุดพูดเรื่องการเมืองไหมครับ?

ผมไม่คิดว่าคุณควรจะซุกซ่อนสิ่งที่คุณเชื่อมั่น เพียงเพราะว่าอยากจะขายเพลงให้ออกนะครับ โดยเฉพาะกับสิ่งที่สำคัญอย่างสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในการที่จะรัก หรือใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ ผมคิดว่าพวกเราทุกคน นักดนตรี ศิลปิน คนงานก่อสร้าง หมอ ทนาย ครู ฯลฯ ใครก็ตาม ควรมีสิทธิ์พูดในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ เราควรที่จะกล้าตั้งคำถามและฟังคำตอบของอีกฝ่าย นั่นคือวิธีที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง คุณอยากจะอยู่ในโลกที่ไม่มี Joe Strummer หรือเปล่าล่ะ? ผมไม่อยากนะครับ

แนะนำศิลปินโปรดที่น่าจะสร้างอินสไปเรชันให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ หน่อยได้ไหมครับ

ผมคิดว่าตอนนี้มีวงเจ๋ง ๆ ทำเพลงและออกทัวร์กันเยอะมากเลยนะครับ เช่น Against Me!, Culture Abuse, Nothing, Pup, The Homeless Gospel Choir, Dave Hause, Milk Teeth, Paceshifters ลองเริ่มจากพวกนี้ดูนะครับ

คำถามสุดท้าย มีแผนจะมากรุงเทพไหมครับ?

ครับ ผมอยากจะที่พาวง Future Violents ไปเล่นที่กรุงเทพซักครั้งปีนี้เหมือนกันนะครับ


ติดตามผลงานของ Frank Iero ทั้งเดี่ยวและพรีออเดอร์อัลบั้มใหม่ของวงกันได้โดยตรงที่เว็บไซต์ frank-iero.com และรวมถึงเกาะติดทุกความเป็นไปของเจ้าตัวกันได้เพจเฟซบุ๊ก Frank Iero ครับ