ถ้าพูดกันถึงสถานการณ์ของซีนเพลงแนวโพสต์ฮาร์ดคอร์หรือเมทัลคอร์ในปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับว่า ‘เกลื่อน’ มากทีเดียว หันไปทางไหนก็เจอแต่คนเล่นแนวนี้ จนหาวงที่ทำผลงานได้แตกต่างและโดดเด่นแทบไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา Crown the Empire บินข้ามน้ำข้ามทะเลไกลจากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มาถึงร้าน Overtone, RCA กรุงเทพมหานครเพื่อทำการแสดงให้แฟนเพลงหลายร้อยคนได้ดูกัน และทางเราก็ได้โอกาสนั่งพูดคุยกับพวกเขาก่อนเริ่มโชว์เล็กน้อย บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นกันเอง ยอมรับเลยว่าเป็นวงที่ไม่ได้ทำเพลงเก่งอย่างเดียวแต่นิสัยใจคอก็น่ารักไม่เบา

เรามาเข้าบทสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าครับ ขอบคุณ Zeus Entertainment Thailand ผู้จัดงานสำหรับการอำนวยความสะดวกในการให้เข้าไปสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยครับ

(หมายเหตุ: คำตอบเป็นการตอบแบบรวม ๆ ของสมาชิกทั้งหมดในวง เนื่องจากแต่ละคนคุยเก่งและแย่งกันตอบจนเราตามแทบไม่ทัน)

 

แนะนำตัวกันหน่อย

ผม Brandon Hoover เล่นกีตาร์ครับ / ผม Andy Leo ร้องนำ / ผม Hayden Tree เล่นเบส / ผม Brent Taddie เล่นกลอง

ไปไต้หวันกันมาใช่ไหมก่อนหน้านี้ ครั้งแรกใช่ไหม เป็นยังไงกันบ้าง

ใช่ครับ ไปไต้หวันครั้งแรกเลย เราเลยไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไรดี มันร้อน แต่ก็เจ๋งมาก เราได้ลองอาหารเจ๋ง ๆ หลายอย่าง ได้ใช้เวลาแฮงเอาท์กับหลายคนที่งาน มันก็สนุกดีครับ ที่นั่นค่อนข้างดีเลยนะครับ สำหรับพวกเรา ผู้คนน่ารักมาก อาหารก็น่าทาน วันนี้เราได้เจอแฟนเพลงที่บอกเราว่าพวกเขารอเรามาถึง 5 ปีแล้วด้วย ผมอยากจะขึ้นเวทีไปเล่นให้พวกเขาใจจะขาดแล้วครับ แล้วหลังจบงานนี้เราก็จะได้หยุดพักกันด้วย คืนนี้ก็คงจะออกไปดื่มกันซักหน่อย

ทำอะไรที่กรุงเทพกันมาบ้างแล้วตั้งแต่มาถึง

พวกเราได้ไปลองมวยไทยจริง ๆ กันมาครับ เจ๋งดี ก็เลยคิดว่าอาจจะไปซ้ำอีกซักรอบในวันพรุ่งนี้ ซัก 1-2 ชั่วโมง แล้วก็ว่าจะไปหาอาหารรสชาติจัด ๆ กินซักหน่อย

 

“วงดังมากมายล้วนผ่านเวทีนี้กันมาทั้งนั้น
แล้ววันนึงเขาก็เรียกเราไปเล่น
เรานี่แบบ เฮ้ย เราทำได้แล้วเว้ย!”

 

ช่วงปีหลังมีการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพไปเยอะเหมือนกัน พวกคุณรับมือกับเรื่องนี้ยังไง

มันก็เกิดขึ้นได้แหละครับเรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิต ผู้คนผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ก็นั่นแหละครับ พวกเราก็แค่ก้าวต่อไปในฐานะแก๊งชายหนุ่มสี่คน

 

อัลบั้มใหม่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

ครับ เรามีเพลงที่ใกล้เสร็จอยู่ 5 คำแล้ว เราทำงานกันแบบเก็บรายละเอียดกันจนหยดสุดท้ายเลย ตอนนี้ก็เสร็จไปได้ครึ่งอัลบั้มแล้ว เราก็อยากเห็นมันเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดเร็ว ๆ เหมือนกันครับ

หลังจากนี้จะไปไหนกันต่อ

เราจะบินไปอังกฤษครับ เล่นงาน SlamDunk ช่วงสุดสัปดาห์ มีวงเฮดไลน์อย่าง Jimmy Eat World, Taking Back Sunday, Good Charlotte แต่ละวงเจ๋ง ๆ ทั้งนั้น พอรู้ว่าจะได้ไปงานพวกนี้ พวกเรารู้สึกทันทีว่า

รู้สึกยังไงที่จะได้มีส่วนร่วมกับ Warped Tour ครั้งสุดท้าย?

นี่เราฝันหรือเปล่า เป็นงานที่เราโตมากับมันเลยนะ วงดังมากมายล้วนผ่านเวทีนี้กันมาทั้งนั้น แล้ววันนึงเขาก็เรียกเราไปเล่น เรานี่แบบ เฮ้ย เราทำได้แล้วเว้ย! แล้วพอมาครั้งนี้มันรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย เรารู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ครับ

 

“ไม่ต้องพยายามเป็นเหมือนคนอื่น
สร้างตัวตนในแบบของเราเองให้ได้
ยิ่งเรามีเอกลักษณ์ของเราเองมากเท่าไหร่
เราก็จะมีโอกาสทำอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นได้มากเท่านั้น”

 

ชอบการทัวร์ครั้งไหนเป็นพิเศษ

ผมค่อนข้างชอบทั้งที่ไต้หวันและเมืองไทยนะ เราไม่เคยมาแถบนี้ ซึ่งผมว่ามันดูน่าสนุกดี เอาจริง ๆ ผมก็ว่าที่นี่ก็ได้อยู่นะ ตลอดทางที่เข้ามาที่นี่ผมเห็นแฟน ๆ ออกมาแฮงเอาต์กันไม่ขาดสายเลย ผมเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้คนที่นี่ เห็นแล้วใจมันมานะ นี่คือภาพที่ผมอยากเห็นมาตลอดเลยครับ

จากที่เห็นมา คิดว่าซีนเพลงในเอเชียเป็นยังไง

ผมว่าซีนมันก็กำลังเปลี่ยนไปแหละครับ ก็เหมือนที่อเมริกา ผู้คนอยากจะหาอะไรใหม่ ๆ ที่มันน่าตื่นเต้น อะไรที่มันแตกต่างและสามารถมอบความบันเทิงให้เราได้ คล้าย ๆ กับยุคของพังก์ หรือพวกอันเดอร์กราวด์ ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเปลี่ยนหรอก แต่ตอนนี้ความเปลี่ยนแปลงมันได้เกิดขึ้นแล้ว

ในวงชอบวงอะไรกันบ้าง

ถ้าเอาที่พวกเราชอบเหมือนกันทุกคน ก็จะมี Linkin Park, Thirty Seconds to Mars แล้วก็ My Chemical Romance

ให้คำแนะนำอะไรกับศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังทำตามฝันหน่อยได้ไหม

ทำไปเรื่อย ๆ ครับ แล้วก็ไม่ต้องพยายามเป็นเหมือนคนอื่น สร้างตัวตนในแบบของเราเองให้ได้ ยิ่งเรามีเอกลักษณ์ของเราเองมากเท่าไหร่ เราก็จะมีโอกาสทำอะไรที่แตกต่างจากคนอื่นได้มากเท่านั้น ผมว่านะ อย่ากลัวที่จะแตกต่างครับ

สุดท้ายอยากบอกอะไรกับประเทศไทย

ผมรักเมืองไทยยยยยยยยยครับ! ❤

 

ก็จัดว่าเป็นวงที่เข้าถึงง่ายมากวงหนึ่ง อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่านอกจากฝีมือในการทำเพลงและแสดงดนตรีแล้ว นิสัยใจคอที่เป็นมิตรก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พวกเขาเป็นที่รักของแฟนเพลง แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายพันหลายหมื่นไมล์ในอีกฟากโพ้นทะเลก็ตาม

แถมท้ายด้วยภาพบรรยากาศการแสดงสดบางส่วน ภาพฉบับเต็มติดตามได้ที่เพจ Headbangkok ภาพทั้งหมดถ่ายโดย แชมป์-พรพินิจ ปรีดานนท์ มิตรสหายช่างกล้องฝีมือดีที่มาร่วมงานกับเราอยู่บ่อยครั้ง รับประกันได้เลยเรื่องฝีมือ! (ดูอัลบั้ม คลิก)

Somprasong Makkhasakul

ZAAP/One Agency Artist Management
Slamman Booking Asia CEO/Booking Agent
Vocalist at Pathological Sadism
Brotherhood Brutality Organizer