The Ghost Inside วงเมทัลคอร์จากนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับมาแสดงสดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุช่วงปลายปี ค.ศ. 2015 ระหว่างการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกวงหลายคนบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียอวัยวะ (ที่หนักสุดคือ Andrew Tkaczyk มือกลองที่สูญเสียขาหนึ่งข้าง) รวมถึงมีผู้เกี่ยวข้องต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งดังกล่าว (คนขับรถของทั้งฝ่ายวงและฝ่ายที่ปะทะ)

โชว์คัมแบ็กของวงเกิดขึ้นที่ Shrine Auditorium ในนครลอสแอนเจลิสบ้านเกิดของวง เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา พวกเขาทำการแสดงไปทั้งสิ้น 19 เพลงด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะขนเพลงเก่า ๆ มาให้แฟนเพลงได้ฟังกันให้หายคิดถึง ก็มีการหยิบเพลงที่ไม่เคยเล่นมาก่อนอย่าง “Phoenix Flame”, “The Other Half” มารวมอยู่ในเซ็ตลิสต์ด้วย และข้อมูลจาก setlist.fm ก็ยังระบุไว้ด้วยว่า ในช่วงท้ายโชว์ แทนที่จะเป็นการลงจากเวทีไปเพื่อให้คนดูได้ตะโกนห่อร้องอังกอร์เพื่อขอเพลงอีก พวกเขาใช้เวลากว่า 10 นาทีไปกับการขอบคุณผู้คนมากมายในวงการดนตรีที่เป็นแรงสนับสนุน

นอกจากโชว์คัมแบ็กครั้งนี้แล้ว ทางวงยังไม่ได้มีแผนการสำหรับอนาคต ว่าจะออกทัวร์คอนเสิร์ตต่อไปหลังจากนี้อีกหรือไม่ เรื่องเดียวที่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้ก็คือ พวกเขายังมีวัตถุดิบในการทำเพลงใหม่ค้างอยู่ในขั้นตอนการทำงาน ส่วนจะได้ฟังกันช่วงไหน เมื่อไร และจะได้ฟังจริง ๆ หรือไม่ อนาคตเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้

หมายเหตุ: โชว์นี้มีศิลปินร่วมเป็นวงเปิด 3 เซ็ต คือวง This Wild Life, Cody Quistad จากวง Wage War, และวง Trade Wind

[ ที่มา – theprp.com, setlist.fm ]