ว่ากันว่าในวงการดนตรี นอกจากนักดนตรีแล้ว ไม่มีสิ่งไหน ‘ตาย’ ไปจากโลกใบนี้ได้จริง ๆ ซึ่งสิ่งนั้นก็กำลังจะเกิดกับแผ่นเสียงไวนิล หนึ่งในฟอร์แมตการฟังเพลงยอดนิยมของเหล่าผู้คนในอดีตด้วยเช่นกัน มีรายงานออกมาจาก Recording Industry Association of America หรือ RIAA ว่าในปีนี้แผ่นเสียง ‘อาจ’ ทำยอดขายได้สูงกว่าแผ่นซีดีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 เป็นต้นมา

รายงานล่าสุดจาก RIAA เมื่อวันที่ 5 กันยายนระบุไว้ว่า แผ่นเสียงไวนิลทำรายได้ในอเมริกาได้มากถึง 224.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.8 พันล้านบาท) ด้วยยอดขายกว่า 8.6 ล้านแผ่นในระยะเวลาเพียง 6 เดือนของปี 2019 ส่วนซีดีนั้นทำยอดขายได้ 247.9 ล้านดอลลาร์ (7.5 พันล้านบาท) ด้วยยอดขายราว 18.6 ล้านชุดในช่วงระยะเวลาเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แผ่นเสียงอาจมียอดขายขึ้นแซงซีดีก็เป็นได้

ยอดขายของแผ่นเสียงเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว ครึ่งหลังของปี 2018 แผ่นเสียงทำรายได้โตขึ้นมากถึง 12.8% และในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ก็โตขึ้นอีก 12.9% ในขณะที่ยอดขายของแผ่นซีดีไม่ได้โตขึ้นมากนัก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตลาดใหญ่ในการฟังเพลงของโลกยุคปัจจุบันก็ยังเป็นการสตรีมมิงออนไลน์แบบที่เราคุ้นเคยกัน และไม่มีแนวโน้มที่จะพลิกกับไปหาสินค้าประเภท physical format เหมือนในวันวานแต่อย่างใด บริการฟังเพลงเหล่านี้ยึดครองตลาดเพลงอยู่ที่ 62% ในปัจจุบัน

แต่ก็ใช่ว่าการดาวน์โหลดจะชนะเสมอไป ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ยอดขายของซีดีและแผ่นเสียงรวมกันได้มากถึง 200 ล้านดอลลาร์ มากกว่ายอดขายจากการดาวน์โหลดและสตรีมมิง (แต่ก็เป็นเพียงครั้งเดียวในยุคหลังที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น)

อ่านรายงานฉบับเต็มภาษาอังกฤษจากทาง RIAA ได้ที่นี่

[ Source 1 ] [ Source 2 ] [ Source 3 ]