Unlocking the Truth วงเมทัลจากย่านแฟลตบุช เมืองบรูคลิน นิวยอร์ก ที่สมาชิกในวงเป็นเด็กเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันอายุไม่เกิน 13 ปีทั้งวง เพิ่งเซ็นสัญญากับค่าย The Cherry Party ค่ายเพลงในเครือ Sony Music ไปหมาด ๆ ด้วยค่าตัวสุดแพง (พร้อมเงื่อนไขเพียบกว่าจะได้เงินแต่ละก้อน) ตอนนี้ทางค่าย The Cherry Party ก็จับมือกับค่าย Artery Recordings เพื่อทำการโปรโมตและทำการตลาดให้กับเด็กน้อยทั้งสามคนนี้ เป็นการร่วมเป็นหุ่นส่วนทางธุรกิจกันอย่างเป็นทางการนั่นเอง

ตอนนี้วง Unlocking the Truth บริหารจัดการโดยอลัน แซ็คส์ (เป็น co-creator ของรายการทีวีซิตคอม “Welcome Back, Kotter”)

พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการปล่อยของริมถนนย่านไทม์สแควร์และวอชิงตันสแควร์พาร์คในนิวยอร์กซิตี้ หลังจากชื่อเสียงที่แพร่กระจายไปด้วยความรวดเร็วก็ทำให้ทั้งสามคนได้พาวงของตัวเองไปร่วมเล่นเทศกาลดนตรี Coachella ในปีนี้ด้วย และก็ทุบสถิติเป็นวงดนตรีที่อายุน้อยที่สุดที่เคยไปเล่นมาเลย (คาดว่าคงจะทุบสถิติอีกหลายงาน)

นอกจากนี้แล้วพวกเขายังถูกวง Metallica เชิญให้ไปทำการแสดงที่เทศกาลดนตรี Heavy Metal Montreal ในเมืองมอนเทรียล รัฐควิเบก ประเทศแคนาดาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมาอีกด้วย แถมยังเคยใช้เวทีร่วมกับวงรุ่นพ่อรุ่นปู่อย่าง Guns N’ Roses, Motörhead, Queens of the Stone Age, Living Colour ฯลฯ และเคยร่วมเทศกาลดนตรี AfroPunk Festival มาแล้ว

พวกเขาเข้าไปทำเพลงกันในสตูดิโอเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อบันทึกเสียงเพลงซิงเกิลแรก ชื่อว่า “Monster” ที่จะออกกับค่าย The Cherry Party ด้วย

พวกเขาจะได้เงินก้อนสำหรับทำอัลบั้มแรกก่อนเป็นจำนวน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในอัลบั้มต่อ ๆ ไปก็จะได้ทุนในการทำมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในอัลบั้มที่สองพวกเขาจะได้ $325,000 อัลบั้มที่สามจะได้ $400,000 อัลบั้มที่สี่จะได้ $450,000 และอัลบั้มที่ห้า ผลงานสุดท้ายของการเซ็นสัญญาจะได้ทุนไปทำถึง $550,000 ซึ่งรวมมูลค่าในการเซ็นสัญญาครั้งนี้แล้วก็กว่า 1,7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว แต่นอกจากเงินก้อนแรก $60,000 ที่พวกเขาได้มาแล้ว พวกเขาจะได้เห็นเงินจริง ๆ ก้อนต่อไปกันก็ต่อเมื่อสามารถขายผลงานอัลบั้มแรกได้อย่างน้อย 250,000 กีอปปี้ก่อนครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หินพอสมควรกับวงการเพลงปัจจุบันนี้

และพวกเขาจะมีหนังสือของวงตัวเองเกี่ยวกับความสำเร็จในวัยเยาว์นี้ออกมาวางจำหน่ายด้วยผ่านสำนักพิมพ์ Penguin ในช่วงคริสต์มาสปีนี้ และก็จะมีสารคดีการทำเพลงตามออกมาด้วยครับ

ที่มา – Blabbermouth.net