ช่วงนี้กระแสแฟชั่นยุค 90’s กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ทั้งการแต่งตัว ดนตรี สิ่งของที่เคยเป็นที่นิยมในยุคนั้น เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ Headbangkok ก็จัดให้ด้วยเช่นกัน นี่คืออัลบั้มเพลงแนวเมทัลที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค 90’s ในแบบของเรา จัดมาให้คุณผู้อ่านได้ย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงอดีตทศวรรษก่อนกันซักหน่อย จะมีอัลบั้มไหนบ้างนั่งไทม์แมชชีนตามมาได้เลย!

Korn – Self-titled (1994)

ชื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันมากนักสำหรับเจ้าสำนักแห่งนูเมทัล อัลบั้มที่ใช้ชื่อเดียวกับวงได้สร้างปรากฎการณ์และดนตรีแขนงใหม่ขึ้นมาประดับบนโลกใบนี้ พวกเขามาพร้อมกับเสียงกีตาร์จูนสายต่ำ เสียงเบสผ่านเอฟเฟกต์ จังหวะกลองที่ผสมผสานบีตฮิพฮอพ และเสียงร้องที่ให้อารมณ์เก็บกดแบบสุด ๆ พวกเขาได้สร้างอิทธิพลให้กับวงดนตรีที่เจริญรอยตามและแตกแขนงออกไปอีกหลายร้อยวง แม้ว่าอัลบั้มนี้จะผ่านเวลามากว่า 22 ปีแล้ว แต่คนก็ยังคงพูดถึงมันตลอดมา

Rage Against the Machine – Self-titled (1992)

ลึกล้ำเกินจินตนาการ สร้างสรรค์ เสียดสังคมและการเมือง นี่คือนิยามที่ทุกคนรู้จัก RATM แร็ปเมทัลที่มีความชัดเจนในตัวตน พวกเขาถ่ายทอดเนื้อหาด้วยท่อนแร็ปที่เปี่ยมไปด้วยมุมมองต่อสังคมอย่างกล้าแกร่งและตรงไปตรงมา ประกอบกับดนตรีที่ผสมไปด้วยเมทัลและฟังก์เป็นหลัก แถมเสียงกีตาร์ของทอม มอเรลโลยังเฟี้ยวฟ้าวมากด้วย การหยิบสายกีตาร์มาถูให้เกิดเสียงเหมือนเทิรน์เทเบิลถือว่าเป็นไอเดียที่สดใหม่มากในขณะนั้น แถมอัลบั้มนี้ยังได้ฝากเพลงชาติของวงอย่าง “Killing in the Name” เอาไว้ให้ทุกคนได้พร้อมใจกันตะโกนและชูนิ้วกลางว่า “Fuck you, I won’t do what you tell me!” ด้วย

Machine Head – Burn My Eyes (1994)

หลังจากที่ร็อบ ฟลินน์ออกมาจากวง Vio-Lence ก็ได้ฟอร์มวงนามว่า Machine Head ขึ้นมา พร้อมกับเซ็นสัญญาและออกอัลบั้มแรกที่มีชื่อว่า Burn My Eyes กับค่าย Roadrunner Records และก็ไม่ทำให้ค่ายเพลงผิดหวัง เนื่องจากอัลบั้มนี้ทำยอดขายได้มากกว่า 400,000 ก๊อปปี้ซึ่งมากเป็นอันดับ 1 ของค่ายในขณะนั้น (ก่อนจะโดน Slipknot ทำลายสภิติในภายหลัง) สิ่งที่สถิตอยู่ในอัลบั้มนี้คือคือดนตรีแทรชเมทัลที่ถูกประยุกต์ขึ้นมาใหม่ เน้นด้วยพาวเวอร์คอร์ดมัน ๆ, ท่อนกรูฟโยก ๆ รวมถึงเสียงกีตาร์ฮาร์โมนิกพริ้ว ๆ ที่ประกอบขึ้นมาเป็นสัดส่วนอันเป็นเอกลักษณ์ของวง แถมอัลบั้มนี้ยังเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสดใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นวงรุ่นใหม่ ๆ หยิบยกพาวเวอร์คอร์ดมาใช้ตามมรดกที่ทางวงทิ้งไว้ให้

Cannibal Corpse – Tomb of Multilated (1992)

ในยุค 90’s แม้ว่าดนตรีกรันจ์และอัลเทอร์เนทีฟร็อกจะได้รับความนิยมอย่างมากในตลอดร็อกเมนสตรีม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแนวอื่นจะไม่มีผลงานเจ๋ง ๆ ออกมา และหนึ่งในอัลบั้มที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือผลงานวงบรูทัลเดธเมทัลจากนิวยอร์ก นามว่า Cannibal Corpse กับผลงานอัลบั้มที่สาม Tomb of Multilated ที่มาพร้อมกับความโหดเหี้ยมและสยดสยอง ทั้งในส่วนของอาร์ตเวิร์กอัลบั้มรวมถึงเนื้อหาของเพลง ดนตรีมาพร้อมกับซาวด์ที่บดขยริฟฟ์กีตาร์สับอย่างว่องไว เสียงกระเดื่องรัวไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับบลาสต์บีตที่ขาดไม่ได้ เสียงร้องกดต่ำฟังไม่ได้ศัพท์ กลายเป็นอัลบั้มขึ้นหิ้งของสายซาดิสม์ไปโดยปริยาย ไม่เชื่อลองนักแสดงชื่อดังอย่างจิม แคร์รีดูก็ได้ เพราะพี่แกก็เป็นแฟนเพลง Cannibal Corpse ด้วย แถมยังเคยเอาวงไปเล่นเพลง “Hammer Smashed Face” ในภาพยนตร์เรื่อง Ace Ventura ด้วยกันมาแล้ว!

Metallica – Self-titled (1991)

หนึ่งในวงเมทัลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการดนตรีโลก ปล่อยอัลบั้มชื่อเดียวกับวงโดยใช้ปกสีดำ จนหลาย ๆ คนต่างพากันเรียกว่า Black Album ผลงานในอัลบั้มมีการเปลี่ยนทิศทางดนตรีไปอย่างมาก จากวงแทรชเมทัลที่มีสัดส่วนมากมายและค่อนข้างซับซ้อนถ้ามองจากงานล่าสุดก่อนอัลบั้มนี้อย่าง ...And Justice for All ดนตรีถูกปรับเปลี่ยนให้ฟังง่ายขึ้น ติดหูมากขึ้น เน้นความเป็นกรูฟพาโยกมากขึ้น ทำให้ดนตรีของพวกเขาซึมเข้าสู่หมู่ประชาชนทั่วไปได้อย่างแนบเนียน วัดได้จากซิงเกิลดังอย่าง “Enter Sandman” ที่โด่งดังและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าถ้า Metallica ไม่ได้อัลบั้มนี้ป่านนี้พวกเขาอาจจะไม่ได้ยืนหยัดบนเส้นทางดนตรีได้ยาวนานขนาดนี้ก็เป็นได้

At the Gates – Slaughter of the Soul (1995)

ข้ามมาที่ฝั่งสวีเดน แน่นอนว่าแนวดนตรีของประเทศนี้ที่ได้การยอมรับจากเหล่าเมทัลเฮดทั่วโลกนั้นหนีไม่พเนเมโลดิกเดธเมทัล ที่มีจุดเริ่มต้นจากเมืองโกเธนเบิร์ก และถ้าให้พูดถึงวงที่สร้างอิทธิพลให้กับวงรุ่นใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงในแนวเมทัลคอร์ก็ต้องยกให้ผลงานชุดนี้ของวง At the Gates อัลบั้มมาสเตอร์พีซที่ยากจะหาผลงานอื่นมาเทียบเคียง ซาวด์ของมันอัดแน่นไปด้วยริฟฟ์กีตาร์เมโลดิกว่องไวแต่ติดหู ควบไปพร้อมกับดนตรีกึ่งเดธและแทรชเมทัล และเสียงร้องคำรามเยือกเย็น กลายเป็นอัลบั้มที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศ่าสตร์ของวงการเพลงเมทัลอย่างแท้จริง

Slipknot – Self-titled (1999)

วงดนตรีที่มีสมาชิกแทบจะตั้งทีมฟุตบอลได้ จากเมืองดีมอยน์ รัฐไอโอว่า สหรัฐอเมริกา พวกเขามาพร้อมกับปริศนาภายใต้ 9 หน้ากากที่ชวนสยองและลึกลับ แถมสวมชุดหมีสีแดงติดแถบบาร์โค้ดใหญ่ด้านหลัง Slipknot กับผลงานชุดแรกทะลุนรกขึ้นมาโด่งดังท่ามกลางกระแสนูเมทัลในตอนนั้น ดนตรีพวกเขาจัดเข้าไปอยู่ในหมวดเอ็กซ์ตรีมเมทัลได้สบาย ๆ มีทั้งสัดส่วนของความเป็นนูเมทัล, แทรชเมทัลและฮาร์ดคอร์ พร้อมด้วยความหลากหลายที่เป็นส่วนเสริมทั้งเสียงเทิร์นเทเบิล, ซินธิไซเซอร์ และกลองเพอร์คัสซั่น พร้อมด้วยคำสบถในเสียงสำรอกมากมาย แม้พวกเขาจะแลดูโหดร้ายแต่พวกเขากลับได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น จนสามารถทำยอดขายสูงสุดของค่าย Roadrunner ได้สำเร็จ นอกจากผลงานในอัลบั้มจะยอดเยี่ยม พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดที่โคตรมัน, ป่าเถื่อนและดุเดือดเป็นที่สุดอีกด้วยเช่นกัน

Dream Theater – Image and Words (1992)

คงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากสำหรับอัลบั้มนี้ คัมภีร์ของเหล่าโปรเกรสซีพเมทัลที่มีไว้ศึกษาทักษะทางดนตรีชั้นเลิศ ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวตัวโน้ต การปรับเปลี่ยนสัดส่วนที่ชวนให้ทึ่ง รวมไปถึงทีมเวิร์กที่เป็นพื้นฐานชั้นยอดให้ทางวงสามารถถ่ายทอดผลงานออกมาได้อย่างน่าฟัง แม้จังหวะจะขัดแค่ไหนก็ตาม เป็นอัลบั้มที่ปูทางให้วงโปรเกรสซีพรุ่นหัลงอย่างแท้จริง

Suffocation – Effigy of the Forgotten (1991)

ดนตรีเทคนิคัลบรูทัลเดธเมทัลชั้นดีถูกบรรจงเสิร์ฟลงมาในอัลบั้มนี้ ความทารุณทางโสตประสาทของ Suffocation ถูกออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิง มูฟเมนต์ของดนตรีโชว์ความเป็นเทคนิคัลสุด ๆ จังหวะหยุดแล้วไปต่อคือมนต์สเน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Suffocation รวมไปถึงริฟฟ์กีตาร์สาก ๆ คีย์ต่ำ ๆ ที่สับไปมาได้สร้างอิทธิพลให้ก่อกำเนิดแนวสแลมมิ่งขึ้นมาในยุคหลังอีกด้วย

Pantera – Cowboys from Hell (1990)

อีกหนึ่งอัลบั้มที่สร้างแรงบันดาลใจให้เหล่านักดนตรีเมทัลอย่างมาก โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ของไดม์แบ็ก แดร์เรลผู้ล่วงลับ พี่แกโชว์การเล่นเอาไว้ได้อย่างมีซิกเนเจอร์สุด ๆ เสียงกัดปิ๊กสุดจี๊ด สำเนียงริฟฟ์กีตาร์ที่ชัดเจน พาวเวอร์คอร์ดทรงพลังและลูกโซโล่ที่โคตรเฮฟวี่ ถูกหล่อหลอมมาเข้ากับดนตรีแทรชเมทัลที่เน้นความเป็นกรูฟ กำเนิดเป็นอัลบั้ม Cowboys from Hell

จะเห็นได้ว่าทั้ง 10 อัลบั้มที่หยิบยกมาล้วนแต่เป็นอัลบั้มที่ทรงคุณค่าต่อวงการเพลงเป็นอย่างมาก เพราะได้สร้างแรงบันดาลใจและอิทธิพลให้วงเมทัลในยุคหลังอย่างมากมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วงดนตรีวงนึงจะสร้างผลงานออกแบบแล้วทำให้มันกลายเป็นอมตะได้

เชื่อเหลือเกินว่า 10 อัลบั้มที่ผมยกขึ้นมาจะถูกยกย่องและพูดถึงไปอีกนับร้อยปีหรือจนกระทั่งดนตรีเมทัลล่มสลายไปอย่างแน่นอน และสุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเสพดนตรีในหน้าร้อนนี้กันถ้วนหน้านะครับ