หากกล่าวถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้เร็ว ต้องมีชื่อของ Tom Odell และเมื่อย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตก่อนจะมาถึงจุดที่เจ้าตัวยืนอยู่ในปัจจุบัน ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ศิลปินโมเดิร์นป๊อปวัย 28 ปีชาวอังกฤษจากย่านเวสต์ซัสเซ็กส์คนนี้ มาพร้อมกับดนตรีป๊อป/โฟล์กฟังง่าย ใช้เปียโนเป็นตัวเดินเรื่อง เปี่ยมเต็มไปด้วยแพชชันซึ่งอัดแน่นมาตั้งแต่ครั้งเขายังเป็นเด็กน้อย


เคยคิดว่า ‘เขียนเพลง’ ไม่เจ๋งเท่า ‘เตะบอล’

Tom เริ่มต้นแต่งเพลงครั้งแรกแบบลับ ๆ ตอนที่อายุได้เพียง 13 ปีแต่ไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากมัวแต่ทึกทักเอาเองว่ามันดูเป็นสิ่งที่ ‘ไม่เจ๋ง’ เหมือนการที่เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นชอบเตะฟุตบอล แม้แต่การร้องเพลงที่บ้านเขายังแอบทำเงียบ ๆ ไม่ให้พ่อแม่ได้ยิน

เมื่อถึงวัยที่ต้องก้าวเข้ารั้วมหาวิทยาลัย ทีแรกเขาได้สิทธิ์ในการเรียนต่อด้านเคมีที่ University of York แต่สุดท้ายด้วยความรักเดียวใจเดียวที่มีให้ดนตรี เขาจึงพยายามที่จะเรียนวิทยาลัยดนตรีที่ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายแล้วชีวิตก็พลิกผันไปเรียนดนตรีที่ British and Irish Modern Music Institute ในเมืองไบรท์ตันแทน

ชีวิตกับดนตรีในช่วงแรกไม่ง่าย Tom เคยต้องตระเวนแสดงตามงาน open-mic ในผับบาร์หรือร้านกาแฟในไบรท์ตันอยู่บ่อยครั้ง และก็ไม่ได้เสียงตอบรับที่ดีนัก เขาเล่าไว้ในการสัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่า: “ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยการกลั่นแกล้งกัน แบกคีย์บอร์ดไปที่นั่นที่นี่เพื่อที่จะพบว่าโดนถอดชื่อออกจากลิสต์แสดง หรือไม่ก็เจอพวกวัยรุ่นมาแย่งไมค์ไปจากปากแล้วก็หัวเราะเยาะผม”


จุดเริ่มต้น – การถูกค้นพบโดย Lily Allen

ชีวิตของ Tom คนนี้เปลี่ยนไปในเดือนธันวาคมปี ค.ศ 2011 เมื่อ Lilly Allen ผู้ซึ่งมีค่ายเพลง In the Name Of (ในเครือ Columbia Records) ได้ดูคอนเสิร์ตของเขาในกรุงลอนดอน และกลายมาเป็นการเซ็นสัญญาร่วมงานกันในที่สุ เธอเคยให้ความเห็นเอาไว้ว่าพลังงานของ Tom ในขณะแสดงสดบนเวทีทำให้เธอนึกถึง David Bowie ผู้เป็นตำนานขึ้นมายังไงยังงั้น

หลังจากออกอีพีแรก Songs from Another Love ในปี 2012 เพื่อลองเชิง ชีวิตของ Tom ก็มีแต่ขาขึ้น อัลบั้มเต็มชุดแรก Long Way Down ที่ออกในปีถัดมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากถึงมากที่สุดด้วยการทะยานขึ้นชาร์ตเพลง UK Official Charts ของสหราชอาณาจักรในอันดับที่ 1 อย่างสวยงาม

ในช่วงปี 2013 สิ่งที่พีคที่สุดของ Tom Odell มีอยู่สองเรื่อง หรือจริง ๆ ต้องบอกว่าเป็น 1.5 เรื่อง หนึ่งคือการเป็นผู้ชนะรางวัล Critics’ Choice จากเวที BRIT Awards ซึ่งต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะรุ่นพี่ในวงการที่เคยได้รับรางวัลก่อนหน้าเขามาประกอบไปด้วย Adele, Florence and the Machine, Ellie Goulding และ Jessie J เป็นต้น ส่วนอีก 0.5 เรื่องก็คือ เขาเกือบได้แสดงเปิดให้กับโคตรวงร็อกระดับตำนาน The Rolling Stones ที่ไฮด์ปาร์กในกรุงลอนดอนด้วย แต่กลับต้องถอนตัวเนื่องจากเกิดการเจ็บป่วยขึ้นกระทันหัน


กลายเป็นดาวเด่นที่ออกผลงานต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้บทเพลงของ Tom Odell ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรีหรือเสียงร้อง แต่ ‘การเล่าเรื่อง’ ผ่านเนื้อเพลงคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนนำผลงานของเขาเข้าไปติดตรึงในใจ ปี 2014 เขาถูกตอกย้ำคุณภาพในการสร้างผลงานอีกครั้ง ด้วยการรับรางวัลจาก Ivor Novello Awards เวทีประกาศรางวัลเก่าแก่ของอังกฤษที่อยู่มายาวนานกว่า 60 ปีในฐานะ ‘นักแต่งเพลงแห่งปี’ และช่วงนี้นี่เองที่ผลงานของเขาเริ่มกระจายไปสู่กระแสหลัก ทั้งการประกอบในภาพยนตร์ต่าง ๆ และที่พีคที่สุดน่าจะเป็นการคัฟเวอร์เพลง “Real Love” ของคุณปู่ Beatles ให้กับโฆษณาในช่วงคริสต์มาสของแบรนด์ John Lewis & Partners ในปี 2014 ที่ถึงกับทำให้เพลงนี้ขึ้นไปติดเทรนด์ในแอปถามชื่อเพลงยอดฮิตอย่าง Shazam ขึ้นมาเลย รวมถึงโผล่ไปแตะชาร์ตเพลงได้สูงสุดที่อันดับ 7 ด้วย

หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการทำผลงานเพิ่มและขยายฐานแฟนเพลงไปเรื่อย ๆ ปัจจุบัน Tom Odell มีผลงานตามออกมาจาก Long Way Down อีกสองอัลบั้ม คือ Wrong Crowd (2016) และชุดล่าสุด Jubilee Road (2018) ด้วยคุณภาพของผลงานและชื่อเสียงในยุคหลังทำให้เขาได้เดินทางไปเปิดคอนเสิร์ตทั่วยุโรปรวมถึงข้ามไปทัวร์ในสหรัฐอเมริกามาแล้ว (จีนก็เคย!)


กำลังจะมาเยือนเมืองไทย

และในวันที่ 27 มีนาคมนี้ Tom Odell ก็จะมาเปิดการแสดงที่โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ ให้แฟนเพลงชาวไทยได้ชมกันเป็นครั้งแรก หากคุณคือคนที่ชื่นชอบบทเพลงที่ยืนพื้นด้วยเปียโนเป็นหลัก นี่คืออาร์ทิสต์รุ่นใหม่แห่งยุคที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องพลาด ไปสัมผัสแพชชันของตัวจริงที่ความสามารถถึง จนสามารถก้าวขึ้นมาโดดเด่นได้ในระยะเวลาอันสั้นในยุคที่ใครก็สามารถทำเพลงได้ด้วยกันครับ

บัตรราคา 3,700.- / 3,000.- / 2,300.- ซื้อได้ที่ ไทยทิกเก็ตเมเจอร์


ลองฟัง Tom Odell


Source: