สก๊อต ไฮเซล จาก Alternative Press เขียนบัญญัติ 10 ประการสำหรับการไปดูโชว์ของวงร็อก วงเมทัลต่าง ๆ ขึ้นมา โดยเขากล่าวว่า ขอให้ท่านผู้อ่านอย่าพึ่งตั้งแง่ ตั้งท่าจะค้านเขาเลย ทุกสิ่งที่เขาเขียนขึ้นมานั้น มาจากประสบการณ์ตรงตลอดระยะเวลา 17 ปีในการดูวงดนตรี เฉลี่ยแล้ว 120 งานต่อปี ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีงานดนตรีทุก ๆ สามวันเลยที่เขาได้ดู สรุปก็คือ วงไหนที่คุณชอบ เขาก็เคยดูมาเกือบหมดแล้ว ดูซ้ำหลายครั้งอีกต่างหาก อย่างวาร์ปทัวร์ครั้งแรกของเขานี่บางคนอาจยังไม่เกิดด้วยซ้ำ! เอ้อ เอาสิ

ทั้งหมดนี่อาจดูเหมือนว่าเขานี่เป็นคนที่โคตรจะพูดมากปากดีขี้อวดเหลือเกินใช่ไหม แต่เขาเพียงแค่จะนำเสนอตัวเองว่ามีประสบการณ์มากขนาดไหน เพราะคนที่จะบัญญัติหลักปฏิบัติ 10 ประการขึ้นมาได้นี่ มันคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่ต้องไปดูงานดนตรีบ่อย ๆ และคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี ถูกไหม โอเค เราไปดูกันเลยว่าเขาบัญญัติอะไรมาบ้าง

1. ท่านทั้งหลายมิควรเรียกขานมันว่า คอนเสิร์ต

คนที่ไม่เคยไปดูดนตรีแบบนี้ มักจะเรียกงานพวกนี้รวม ๆ ว่า คอนเสิร์ต พ่อแม่ของคุณเรียกว่า คอนเสิร์ต ใช่ไหมล่ะ คือจริง ๆ แล้วถ้ามันไม่ได้จัดตามสนามกีฬา หรือ เวทีใหญ่ ๆ มันไม่ใช่คอนเสิร์ตนะ มันคือโชว์ มันคือการแสดงดนตรีงานนึง เท่านั้นล่ะ

2. ท่านทั้งหลายมิควรแต่งกายด้วยเสื้อวงที่ท่านกำลังจะไปรับชม

นี่เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว และเหตุผลหนึ่งที่มักจะมีคนเอามาอ้างบ่อย ๆ ก็คือ “ทำไมล่ะ ทีเวลาคุณไปดูกีฬา คุณยังใส่เสื้อทีมที่เชียร์เลย ถูกป่ะ” …ใช่ ถูก มันควรเป็นอย่างนั้นล่ะ เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่ามันเป็นการแข่งขันไง ใครชอบทีมไหนก็ไปเชียร์ทีมนั้นให้เอาชนะคู่แข่งให้ได้ แต่นี่มันไม่ใช่ไง มันงานดนตรี มันจริงไหมล่ะที่เวลาคุณเข้าไปในผับแคบ ๆ มืด ๆ คุณไปด้วยเหตุผลเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ไปนั่นแหละ ก็คือไปดูวงเฮดไลน์ ซึ่งคุณควรจะใช้โอกาสนี้ในการใส่เสื้อตัวอื่น ๆ นอกเหนือไปจากเสื้อที่มีโลโก้วงอยู่บนอกของคุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นวงอื่น ๆ ด้วย ลองยกตัวอย่างผมนะ ผมชอบใส่เสื้อยืดลายนักมวยปล้ำที่แฝงมุกฮา ๆ เอาไว้ เพราะว่าเดี๋ยวนี้คนที่มาดูดนตรีหลายร้อยคน จะมีที่เรารู้จักจริง ๆ แค่หยิบมือเดียวเท่านั้นล่ะ ผมก็จะใช้เสื้อที่ใส่นี่เป็นใบเบิกทางในการทำความรู้จักคนเพิ่ม นึกดูนะ เวลามีคนมาชมคุณเรื่องเสื้อ ว่าเสื้อสวย เสื้อเจ๋งดี นั่นมันหมายความว่าอะไร หมายความว่าคุณกำลังจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มไง นอกจากวงดนตรีที่ฟังเหมือนกันแล้ว เสื้อที่ใส่ก็อาจนำคุณไปสู่สังคมใหม่ ๆ ได้ด้วย!

3. ท่านทั้งหลายมิควรสดับฟังบทเพลงของวงที่ท่านกำลังจะไปรับชมในระหว่างการเดินทางไปที่งาน

คือมันก็ได้นะ ถ้าคุณจะฟังเพลงของวงที่กำลังจะเล่นในระหว่างเดินทาง มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย อย่างผมเนี่ย สมมติผมจะไปดูวง เมทส์ออฟสเตท คืนนี้ ผมก็จะรีบไปเปิดเพลงของวงในไอจูนทันทีเลย แต่มันจะเหมือนกับการยัดเยียดข้อมูลเข้าไปในหัวก่อนสอบไล่ปลายภาคเลยนะ จริง ๆ คุณจำเป็นจะต้องทำสมองให้ว่างก่อนที่มันจะระเบิด บู้ม! กลายเป็นโกโก้ครันช์

ส่วนตัวผมแล้ว ผมจะฟังเพลงของวงที่กำลังจะไปดูในระหว่างวัน แต่จะไม่ยอมฟังตอนที่กำลังขับรถไปดูวงเล่นแน่ ๆ มันมากเกินไป ในกลุ่มเพื่อนของผมจะถือว่ามันเป็นลางไม่ดีด้วยซ้ำ คือมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ผ่าน ๆ มา เวลาที่เราฟังเพลงก่อนวงขึ้นเล่นทีไร เหมือนวงนั้น ๆ จะเล่นต่ำกว่ามาตรฐานแทบทุกครั้งเลย (แนะนำเลยนะว่าให้ฟังเพลงของวงที่คุณพึ่งจะดูจบไปตอนขับรถกลับบ้าน จะดีที่สุด)

4. ท่านทั้งหลายจงจ่ายเบี้ยอันน้อยนิดให้กับสินค้าของวงก่อนที่จะไปลงขวดร่ำสุรา

งานดนตรีก็เสมือนกับงานปาร์ตี้นั่นล่ะ เพื่อนมากันเต็มไปหมด เพลงก็เหมาะเหลือเกิน ผมจะไม่ค้านเรื่องการดื่มในงานนะ เพราะมันห้ามกันไม่ได้หรอก แต่บ่อยครั้งที่ผมมักจะเห็นคนที่แบบว่า มาถึงงานก็ตั้งป้อมดื่มกันอย่างเดียวเลย แล้วสุดท้ายตอนจบงานก็มาบ่นกันว่า “เห้ย ของวงแม่งแพงว่ะ” บางทีถึงขนาดไปตื๊อคนขายสินค้าวงว่าขอของฟรี ๆ ได้ไหม โดยอ้างด้วยเหตุผลสุดน่ารักอย่าง “ก้อนู๋จนง่ะ” ประทานโทษนะครับคุณไอน์สไตน์ คุณทราบหรือไม่ว่า เบียร์แก้วละ 7 เหรียญ กับเครื่องดื่มแก้วละ 10 เหรียญที่พวกคุณกำลังซื้อดื่มกันน่ะ มันอยู่ได้ไม่นานหรอกนะ นู่นเลย ไปซื้อเสื้อหรือซีดีของวงก่อนเลย แล้วเชื่อเถอะว่าคุณจะได้ความทรงจำดี ๆ ของงานนี้กลับไปอย่างเป็นชิ้นเป็นอันแน่นอน แถมให้คุณไปนั่งดื่มกันต่อหลังจากนั้นด้วยเอ้า!

5. ท่านทั้งหลายจงเอื้อเฟื้อเบี้ยสักเล็กน้อยเพื่อเป็นค่า “ติ๊บ”

ข้อนี้สำหรับคนขายสินค้าของวงกับพนักงานหลังบาร์ จริง ๆ แล้วใครก็ตามที่เข้าไปที่บาร์ ไม่ว่าจะสั่งน้ำอัดลมหรือน้ำเปล่า ก็ควรจะให้ทิปกับพนักงานเขาบ้าง ขนาดของแก้วที่สั่งจะเล็กหรือใหญ่ มันก็ไม่ได้ทำให้งานของเขาน้อยลงหรอกนะ อย่าขี้เหนียวนักเลยคุณเอ๊ย ฝั่งคนขายสินค้าวงก็เป็นธุรกิจการบริการเหมือนกันนะ จ่ายให้เขามากหน่อยเวลาคุณซื้อของ ที่แปลกก็คือ พอคุณจ่ายพิเศษให้เขา คุณจะได้รับพวกสติ๊กเกอร์หรือของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบแทนกลับมา

แล้วถ้าคุณเป็นคนนึงที่ใช้เวลากับการเลือกซื้อสินค้าของวงนานมาก ๆ ประเคนถามคำถามแบบไม่ยั้งใส่คนขาย หรือเปลี่ยนไซส์เสื้อไปมา เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เปลี่ยนอยู่นั่นอ่ะ เพราะคุณอาจไม่แน่ใจว่าตัวเองใส่เสื้อไซส์อะไร แม้ว่าจะใส่อยู่ทุกเช้าก็เถอะ ใจจริงผมอยากจะด่าคุณว่าไอ้เวรนะ แต่ผมเกรงใจเหลือเกิน ผมแม่งยอมใจเลย… ถ้าเป็นแบบนี้ คุณเอากระเป๋าตังค์ให้คนขายไปเลย ให้เขาทิปตัวเอง เท่าไรก็หยิบเลย ให้สมกับความเฟอะฟะของตัวคุณเอง โต๊ะขายของนะโว้ย ไม่ใช่แผนกบริการข้อมูล

6. ท่านทั้งหลายมิควรลั่นวาจาว่า “ฟรีเบิร์ด!”

พวกคุณสามารถตะโกนแซววงดนตรีได้ การตะโกนคุยกับวงบางครั้งมันก็สร้างบรรยากาศขำขันเฮฮาได้ แต่คงไม่มีอะไรเหมือนกับการตะโกนว่า “พาพาโรช!” ในงานของวงนอยส์ร็อกที่ค่อนข้างจริงจัง แล้วรอดูปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขา (มันเป็นการตอบสนองที่แย่มาก แย่มากจริง ๆ และก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับวง ยัง วิโดวส์) แต่เอาจริง ๆ นะ จะมีอะไรน่าอายไปกว่าการที่ต้องยืนใกล้ ๆ กับพวกเลอะเทอะเรียกร้องความสนใจที่หลุดมาจากปี 1996 พวกที่คิดว่าตัวเองเจ๋งมากท่ามกลางคนมากมาย เรียกร้องความสนใจด้วยการตะโกนว่า “ฟรีเบิร์ด**!” แล้วเวรกรรม นักร้องบนเวทีดันมองหาแล้วมาหยุดอยู่ที่เราซะอย่างนั้น หรือที่หนักกว่านั้นคือ ผมเจอบางวงที่จริงจังกับการแซวแบบนั้นด้วยการเล่นเพลงนั้นจริง ๆ ทั้งเพลง แม่งเอ๊ย ร่วมสิบนาทีอ่ะ เพียงเพื่อจะลงโทษคนดู ที่มาแซวแบบนี้ เพราะฉะนั้น รักเพื่อนเตือนเพื่อนอย่าตะโกนแซววงดนตรีว่า “ฟรีเบิร์ด”

** ฟรีเบิร์ด (Free Bird) คือชื่อเพลงของวงเซาเทิร์น ฮาร์ดร็อก เลเนิร์ดสกีเนิร์ด (Lynyrd Skynyrd) ที่โด่งดังและเป็นที่จดจำมาก

7. ท่านทั้งหลายจงให้เกียรติแด่เหล่าวงเปิด

ในบรรดาวงที่คุณชอบนั้น ล้วนแล้วแต่เคยเป็นวงเปิดกันมาแล้วทั้งนั้น และถ้าคุณให้ความสนใจกับวงเปิดเหล่านั้นจริง ๆ คุณอาจค้นพบวงใหม่ ๆ ก่อนหน้าที่จะไปเห็นบนหน้าปกนิตยสาร อัลเทอร์เนทีฟเพรส หรือกระทั่งเป็นวงเฮดไลน์ของวาร์ปทัวร์ ล่วงหน้าเป็นปีเลยทีเดียว คุณไม่จำเป็นต้องไปตามคลั่งวงเปิดหรอก ขอแค่ให้ความสนใจพวกเขา ให้เกียรติด้วยการดูพวกเขาเล่นจนจบก็พอแล้ว

8. ท่านทั้งหลายมิควรกระทำตนให้แตกต่างจากผู้อื่น

ผมเป็นคนนึงที่ชอบไปยืนอยู่หน้ากลุ่มคน ทำท่าหวดกลอง ยกไม้ยกมือ พร้อมทั้งแหกปากร้องตามเพลงด้วยไลน์ประสานสูงลิ่วในแบบของผมเอง ช่วยไม่ได้นะ วงดันทำมาแต่ทำนองหลัก ผมเลยจัดเสียงประสานให้เองเลย แต่ที่ผมสังเกตได้ก็คือ ไม่ใช่ทุกคนนะที่พร้อมจะมาทำท่าทางบ้า ๆ บอ ๆ แบบที่ผมทำท่ามกลางคนเป็นร้อย ๆ แม้คุณจะไม่ร้องตามเพลง ผมก็คงจะไม่ไปเฉาะหน้าคุณหรอกนะ เราทุกคนล้วนแต่มีวิธีการแสดงออกในงานดนตรีในแบบของเราเองทั้งนั้น แต่ที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองนั้นเท่มากเสียจนไม่สามารถปรบมือไปตามเพลงได้เลย หรือยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่ตอนเพลงจบก็ไม่ปรบมือ …แล้วจะมาทำห่าอะไรวะ! กลับบ้านไปไป๊ ถ้าตั้งใจจะไปร่วมงาน แต่ชอบยืนดึงหน้าไม่สนสถานการณ์รอบด้าน คิดว่าตัวเองเท่ที่สุดในงานขนาดนี้ล่ะก็… ในเมื่อยังอยู่ในงานก็ต้องเลือกบ้างอะไรบ้าง ว่าจะร่วมสนุกไปด้วยกัน หรือหายไปจากงานเสียเฉยๆ

9. ท่านทั้งหลายจงให้เกียรติแด่เหล่าผู้ผดุงความสงบ

พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยปกป้องคุณจากอันตรายทั้งปวง ถ้าเขาสั่งห้ามไม่ให้เล่นสเตจไดฟ์ ก็อย่าเล่น และถ้าคุณยังฝืนเล่น ก็อย่าแปลกใจถ้าพวกเขาจะจับคุณโยนลงจากเวทีอย่างไม่มีเยื่อใย คุณคงไม่พอใจเท่าไร แต่อย่าลืมว่าที่นั่นพวกเขาคุมกฏ …อะไรนะ ก็ยังไม่พอใจอีก? ผมขอแนะนำให้คุณไปเปิดผับของตัวเองเลยละกันนะ (เออ แล้วก็เตรียมทนายไว้ด้วยเผื่อต้องขึ้นศาลกรณีที่เด็กเกรียนอายุ 16 ปีตกจากเวทีลงมาแขนหัก)

10. ท่านทั้งหลายจงให้เกียรติแด่สถานที่

ที่นี่ไม่ใช่ห้องใต้ดินบ้านคุณ คุณอยู่ในสถานประกอบธุรกิจของใครบางคน เขาอุตส่าห์อนุญาตให้พวกคุณเข้ามาดูดนตรีปลดปล่อยความมันกันได้ตั้งสองสามชั่วโมง อย่าไปทุบทำลายกำแพงร้านเขา อย่าพังประตูห้องน้ำร้านเขา อย่าไปทำลายโปสเตอร์หรืองานศิลปะในร้านเขา อย่าทำขวดแตกบนพื้นร้านเขา อย่าห้อยโหนตัวบนคานหลังคาร้านเขา (ผมรู้ว่ามันดูโคตรเท่เลยใช่ไหมล่ะ แต่อย่าทำ) อย่ามีเรื่องกันในร้านเขา อย่าพยายามมีเรื่องกันในร้านเขา ห้ า ม มี เ รื่ อ ง กั น ใ น ร้ า น เ ข า

ตามผมทันนะ? สำหรับ 17 ปีที่ผ่านมาในชีวิตผม ผับดนตรีร็อกเปรียบเสมือนโบสถ์ของผมไปแล้ว คุณคงไม่อยากทำลายสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์หรอก ใช่ไหม ผมได้เรียนรู้ว่าเราควรปฏิบัติต่อสถานที่ด้วยความเคารพ เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าร้านเหล่านั้นจะหายไปเมื่อใด (ผมขอไว้อาลัยให้กับพื้นที่แสดงดนตรีอายุสั้นหลายแห่งที่ต้องปิดกิจการลงไปในย่านบ้านเกิดของผม) โปรดระลึกไว้ว่าสถานที่เหล่านั้นได้จัดงานดนตรีดี ๆ อะไรให้คุณบ้าง ทุกคนไปรวมตัวกันที่ร้านเหล่านั้นด้วยเหตุผลเดียวกันกับคุณนั่นแหละ ความรักในเสียงดนตรีไงล่ะครับ

แปลจาก The 10 Commandments Of Show-Going บน Alternative Press