พูดถึงเพลงกระแสหลักในยุคปัจจุบัน The Weeknd คืออีกหนึ่งศิลปินสายอาร์แอนด์บีตี่ประสบความสำเร็จไวมาก ด้วยวัยเพียง 28 ปี มีผลงานออกมาแล้วถึงสามอัลบั้ม และทุกอัลบั้มเปิดตัวด้วยยอดขายระดับต้นของชาร์ตเพลงในหลายประเทศ ไล่ตั้งแต่แคนาดาบ้านเกิด ลงมาถึงสหรัฐอเมริกา ข้ามไปยุโรป จนถึงออสเตรเลีย ซึ่งทางฟากเอเชียเราก็ฮิตไม่แพ้กัน สังเกตได้จากการเข้าร้านเหล้า ถ้าเปิดเพลงสากล ให้ตายยังไงคืนนั้นก็ต้องเปิดเพลง “Starboy” ไม่ก็ “I Feel It Coming” อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

เพลงเพราะติดหู คนรอดูทั่วโลก ไม่แปลกอะไรที่จะได้เวิลด์ทัวร์ตั้งแต่อายุยังน้อย และการที่ Abel Makkonen Tesfaye หรือ The Weeknd ผู้นี้กำลังจะมาเยือนกรุงเทพฯ (เพื่อไปเปิดการแสดงที่นนทบุรี) เราก็อยากพาทุกท่านไปรู้จักกับ fact ง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ที่จะทำให้เราอินกับกระทาชายนายนี้มากขึ้น

 

ตัว ‘E’ ที่หายไป

ชื่อ The Weeknd ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสมัยที่ Abel อายุเพียง 17 ปีและต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาหายไปและไม่กลับบ้านเลยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อชีวิตเขามากจนถึงขั้นที่ว่า เมื่อรู้ว่ามีวงใช้ชื่อ The Weekend อยู่ก่อนแล้วในแคนาดา เขาก็เลือกที่จะตัดตัวอักษรออกหนึ่งตัวเพื่อคงความหมายของชื่อที่ต้องการเอาไว้ ไม่หาคำอื่นมาใช้แทน

 

XO ที่ไม่ใช่การกอดจูบ

ชื่อเรียกแฟน ๆ ของ The Weeknd คือ ‘XO’ ซึ่งโดยปกติแล้วมักแทนตัว X เป็นการกอด และตัว O เป็นการจูบ มักใช้ในการพิมพ์แสดงความเป็นมิตร/แสดงความรัก แต่สำหรับ Abel แล้ว X คือ ecstacy หรือยาอี ส่วน O นั้นเป็นตัวแทนของ oxycontin (หรือ oxycodone) ยากล่อมประสาทประเภทหนึ่งที่มักถูกนำไปใช้เป็นยาเสพติด และก็มีสโลแกนสุดบ้าของกลุ่มด้วยว่า “XO ’til overdose.”

 

เคยเป็นนายแบบ

นอกจากการทำเพลง Abel เคยไปเป็นนายแบบลงในนิตยสาร GQ อยู่ครั้งหนึ่งเพื่อโปรโมตรองเท้า adidas Yeezy ตัวใหม่ ซึ่งก็เนื่องมาจากว่าเจ้ารองเท้าไลน์นี้สร้างสรรค์โดยมิตรสหายสุดซี้อย่าง Kanye West นั่นเอง ซึ่งก็ออกมาดูดีจนใครหลายคนอยากให้พี่แกลุกขึ้นมาถ่ายแบบบ่อย ๆ อยู่เหมือนกัน

 

เชื้อสายเอธิโอเปีย

แม้จะถือสัญชาติแคนาดาอย่างเต็มภาคภูมิ แต่เชื้อชาติที่แท้จริงของ Abel คือเอธิโอเปีย Makkonen และ Samra Tesfaye พ่อและแม่ของเขาอพยพมาจากประเทศเอธิโอเปียในช่วงปลายทศวรรษ 1980s เขาไม่เคยปิดบังเรื่องนี้ แถมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ด้วยว่าดนตรีเอธิโอเปียส่งผลต่อการทำผลงานของเขาเป็นอย่างมาก

 

ประสบความสำเร็จทุกอัลบั้ม

ถ้าการวัดความสำเร็จของการทำเพลงคือยอดขาย The Weeknd คือหนึ่งในศิลปินคลื่นลูกใหม่ของยุคที่แจ้งเกิดได้เร็วแรงมาแรงมาก Kiss Land อัลบั้มเต็มชุดแรกเปิดตัวที่อันดับ 2 ทั้งในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา (ประเทศอื่น ๆ ก็กระจายกันออกไป มีตั้งแต่ 6 ถึงเกือบ 100) แต่หลังจากนั้น ในอัลบั้ม Beauty Behind the Madness (ชุดที่มีเพลง “Can’t Feel My Face”) และ Starboy มา นอกจากจะทะยานขึ้นอันดับ 1 ในหลายประเทศแล้ว ก็แทบจะไม่หลุดไปถึงตำแหน่งสองหลักอีกเลย

 

แค่โปรไฟล์คร่าว ๆ ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าคนไทยโชคดีมากทีเดียวที่กำลังจะได้ดูคอนเสิร์ต The Weeknd กันในยุคที่พีคที่สุดของเจ้าตัว ไม่ต้องรอจนแก่และกระแสหมดก่อนถึงจะแวะมาเยือนเมืองไทยเหมือนศิลปินเจเนอเรชันก่อนหน้า ก็เอาเป็นว่าเตรียมตัวเตรียมตังค์กันไว้ให้พร้อม ไปกดจองบัตรที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ แล้วมาเจอกันที่ Impact Arena เมืองทองธานี 2 ธันวาคมนี้ สวัสดีครับ