ชื่อของ LIMP BIZKIT น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักพวกเค้า วงดนตรีที่มีชื่อเสียงโคตร ๆ ในยุคสมัยแห่งนู เมทัล คนไม่ได้ฟังเมทัลวนมากยังรู้จัก มีเพลงดังฮิตระดับอมตะมากมาย เช่น My Way, My Generation, Rollin’, Take A Look Around, Faith, Nookie และอีกเพียบ ดังถึงขนาดเพลงถูกเอามาเปิดในผับบ้านเรามาแล้ว นอกจากเรื่องเพลงก็ยังมีเรื่องวีรกรรมสารพัดนับไม่ถ้วนที่พ่อหนุ่มหมวกแดง Fred Durst สร้างเอาไว้ แต่เราคงจะไม่ไปโฟกัสที่พฤติกรรมส่วนตัว เราลองมามองผลงานของวง Limp Bizkit กันดีกว่า

อัลบั้มที่ผมหยิบยกมาเล่าคือ The Unquestionable Truth (Part 1) เป็นผลงาน EP. ที่ออกในปี 2005 หลังจากสร้างความชิบหายไว้ในอัลบั้ม Result May Vary ในอัลบั้มนี้ทางวงยังได้มือกีตาร์อัจฉริยะคู่บุญ Wes Borland กลับมาร่วมวงด้วย แถมได้โปรดิวซ์เซอร์โคตรเทพ Ross Robinson มานั่งเสกเวทมนต์ให้อีก แค่นี้ก็น่าจะการันตีความน่าสนใจได้มากโขแล้ว นอกจากนั้นทางวงยังวางคอนเซปต์การปล่อยผลงานได้น่าสนใจมาก พวกเค้าเลือกการทำงานแบบวงอันเดอร์กราวน์ ปราศจากการโปรโมตและโฆษณา (แต่ถึงอย่างนั้น อัลบั้มนี้ก็ทำยอดขายในสัปดาห์แรกได้ถึง 37,000 กอปปี้ และไต่ชาร์ตบิลบอร์ดไปถึงอันดับที่ 24) ถ้ามองจริง ๆ มันก็คืออีกหนึ่งวิธีการโปรโมตเหมือนกัน โปรโมตที่ไม่โปรโมตประมาณนั้น (เพลง getsunova ชัด ๆ ฮ่า ๆๆๆ)

แต่เราจะไว้ใจอะไรได้กับเส้นทางดนตรีของ LIMP BIZKIT มันอาจจะไม่เป็นดั่งหวังไว้ก็ได้สารภาพตรง ๆ แผ่นอัลบั้มนี้ผมได้มาจากเข้าร้าน BKP (ตอนนี้ปิดไปแล้ว) ในช่วงที่อัลบั้มวางขายใหม่ ๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเลย เพราะผิดหวังกับอัลบั้ม Result May Vary อย่างแรง แต่ก็โดนเชียร์จนสุดท้ายก็พ่ายแพ้จนต้องซื้อมาฟัง พอกลับมาบ้านไล่อ่านชื่อเพลง ก็แบบเออมันดูเป็นคอนเซปต์ดีนะ คำนำหน้ามีคำว่า “The” หมดเลย มีทั้งหมด 7 เพลงด้วยกัน ประกอบไปด้วยเพลง

ทันทีที่นำแผ่นซีดีใส่ถาด แผ่นหมุน เสียงลำโพงดังขึ้น ในระยะเวลาเกือบ ๆ ครึ่งชั่วโมง มันทำให้ตัวผมอยู่ไม่ติดเก้าอี้ แต่ต้องโยกไปตามความเดือดของดนตรีที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ฟัง LIMP BIZKIT จัดหนักขนาดนี้ ใส่กันแบบไม่ต้องใส่ท่อนป๊อป อัดกันด้วยจังหวะกรูฟแน่น ๆ ริฟฟ์กีตาร์มันส์ ๆ พร้อมด้วยการร้องที่เน้นท่อนแร็ปแบบดุดัน เข้ากับเนื้อหาในอัลบั้มนี้ที่สื่อถึงเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ, คดีล่วงละเมิดทางเพศของคาทอลิก, เรื่องการก่อการร้าย และเรื่องของศักดิ์ศรี ราวกับอันเชิญจิตวิญญาณของ Zack De La Rocha นักร้อง Rage Against The Machine มาสิงห์ร่าง (Fred Durst คือให้สัมภาษณ์ไว้ว่าได้รับอิทธิพลการร้องในผลงานชุดนี้มาจาก Zack ด้วย ถึงแม้ว่าสมาชิกวง RATM จะเกลียดเจ้าหมวกแดงมากก็ตาม ฮ่า ๆๆๆ) ตลอดทั้งอัลบั้มถ้าเราตั้งใจฟังเราจะรู้เลยว่าพวกเค้าก็โคตรตั้งใจผลิตผลงานชิ้นนี้เช่นเดียวกัน ทุกพาร์ตของดนตรีมันดูมีความปราณีต เอาใจใส่ และเน้นรายละเอียดกันแบบสุด ๆ ทำให้อัลบั้มนี้เต็มไปด้วยคุณภาพและความสะใจอย่างแท้จริง

อาจจะคนละอารมณ์กับอัลบั้มแรก Three Dollar Bill, Y’ all เพราะมันแตกต่างกับช่วงวัยและประสบการณ์ของวง แต่นับจนถึงปัจจุบันก็คืออัลบั้ม Gold Cobra เมื่อปี 2011 (ส่วนอัลบั้ม Stampede of the Disco Elephants ก็ไม่รู้จะดองไว้ถึงเมื่อไหร่) ก็ไม่ได้เห็น LIMP BIZKIT มีท่าทีจะกลับไปจัดหนักเหมือนกัน The Unquestionable Truth (Part 1) เลย

น่าเสียดายที่ใครหลาย ๆ คนกลับมองข้ามอัลบั้มนี้ไป จากที่ผมพูดคุยกับใครหลายคนเวลาเอ่ยถึงผลงานชิ้นนี้เค้าจะงงว่าเคยมีด้วยหรอ ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เพราะทางวงตั้งใจให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้าใครได้มาอ่านบทความนี้ก็อยากแนะนำให้ลองไปฟังกันดูครับ แต่สุดท้ายจะชอบหรือไม่ชอบขึ้นอยู่แต่ละบุคคลแล้วครับ

ว่าแต่มี Part 1 แล้ว จะไม่มี Part 2 ตามมาแล้วใช่ไหมเนี่ย