Jonathan Vigil นักร้องนำ The Ghost Inside วงเมโลดิกฮาร์ดคอร์สัญชาติอเมริกันจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เผยถึงความรู้สึกภายในอันเจ็บปวดจากการไม่สามารถกลับมาขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตได้ตลอดสองปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขา และสมาชิกในวง ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างการออกทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2015 จนเป็นเหตุให้คนขับรถสองคนเสียชีวิต รวมถึงสมาชิกในวงต้องบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียอวัยวะร่างกายกันอย่างหนัก

นับตั้งแต่วันนั้น Vigil ต้องเข้ารับการผ่าตัดซ่อมแซมอวัยวะภายในนับครั้งไม่ถ้วน จนถึงตอนนี้ร่างกายของเขาเองก็ยังไม่กลับมาสมบูรณ์พร้อมมากพอสำหรับการกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง เขาเผยความรู้สึกเบื้องลึกออกมาผ่านโพสต์บนอินสตาแกรมล่าสุดว่า

“ว่ากันตามตรงอย่างจริงใจและโปร่งใสเลยนะครับ การไปคอนเสิร์ตสำหรับผมตอนนี้มันยากมก และผมไม่ได้หมายถึงความยากทางกายนะครับ เพราะว่าสถานที่จัดงาน สตาฟ เจ้าหน้าที่ ผู้ช่วย แล้วก็คนที่มางานช่วยเหลือผู้พิการและผู้ที่บาดเจ็บกันดีมาก ๆ สิ่งที่ผมหมายความถึงว่ามันยาก… ก็คือการมาอยู่ตรงนี้ มันยากที่ได้รู้ว่าเราเคยเป็นแบบไหนกันมาและเราสามารถจะเป็นยังไงได้ ผมยอมรับเลยว่าผมไม่ค่อยไปดูคอนเสิร์ตบ่อยแบบที่ผมควรจะไป แบบที่ผมต้องการจะไปจริง ๆ แต่มันมีเหตุผลของมันอยู่ครับ”

“สิ่งเหล่านี้มันทิ่มแทงผม มันทำให้ผมเจ็บ การอยู่ที่นี่มันเป็นอะไรที่หวานอมขมกลืนสำหรับผม ผมรู้สึกถูกโกง ผมรู้สึกผิด ผมรู้สึกล้าหลัง การได้เห็นวงดนตรีทำการแสดงซึ่งพวกเราก็เคยทำแบบนั้น ได้นึกถึงสิ่งที่พวกเราเคยมี นั่งชมวงดนตรีทำการแสดงพร้อมกับความรู้สึกอิจฉาที่ผมไม่สามารถทำได้ แต่ก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปได้ มันกัดกินผม ผมคิดอยู่ในใจว่า ‘กูก็ทำที่ทำได้ไปหมดทุกอย่างแล้ว กูเคยเป็นเด็กในกลุ่มคนดูที่คอยร้องตามเพลง ฝันที่จะขึ้นไปอยู่บนนั้น กูทำงานหนักและก็ได้ทำวงแล้ว กูเคยอยู่บนนั้น เหมือนที่คนอื่นที่ยืนอยู่ตรงนั้นทำ ทำไมพวกมันถึงได้มีโอกาสวิ่งไปมาบนเวทีทั้ง ๆ ที่กูยังไม่สามารถกลับไปวิ่งได้เลยวะ? แค่จะเดินเองยังทำไม่ได้เลย'”

“ผมเคยสัมผัสความสูญเสียมาก่อนแล้ว สูญเสียความไร้เดียงสา สูญเสียความเยาว์วัย สูญเสียคนรัก แต่การสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่สามารถหาอะไรมารับมือกับมันได้เลยเนี่ย มันเป็นช่องโหว่ในใจที่ไม่มีวันปิดตัวลงได้ครับ มันเหมือนกับการนั่งดูภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องชีวิตของคุณไปเรื่อย ๆ รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง แล้วก็กรีดร้องให้มันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่คุณไม่ได้เป็นคนที่ถือไมโครโฟนอีกต่อไปแล้ว ไม่มีใครได้ยินคุณทั้งสิ้น”

“ผมรู้ว่าผมจะได้ความห่วงใย ความเห็น และคำอวยพรมากมายที่ดีตรงนี้ สิ่งเหล่านี้ช่วยผมมาตลอด ผมรู้ว่าการสนับสนุนมันอยู่ตรงนี้เสมอมา แต่มันไม่สามารถหยุดสิ่งที่ผมกำลังรู้สึกได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสที่สุด ณ ตอนนี้ มันเหมือนกับว่า คุณจะทำบางสิ่งบางอย่างลงไปมั้ย ถ้าคุณรู้ว่าสุดท้ายผลที่ออกมาก็คือมันจะทำให้คุณใจสลาย?”

https://www.instagram.com/p/BfT4fuTjARt/

[ ที่มา – Theprp.com ]