ตั้งแต่เปิดแผ่นฟังครั้งแรก จนเปิดซ้ำรอบที่สอง จนเปิดซ้ำรอบที่สาม ที่สี่ ที่ห้า และรีเพลย์ไปอีกนับครั้งไม่ถ้วนจากในแอพพลิเคชั่นฟังเพลงบนโทรศัพท์มือถือ จนถึงนาทีนี้ ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า LESSONS คือหนึ่งในอัลบั้มที่จะกลายเป็นตำนานของวงการเพลงร็อกใต้ดินไทยอย่างแน่นอน ในหมู่วงดนตรีที่มีชีวิตในแบบ DIY หรือการทำเอง ขายเอง น้อยวงมากที่จะผลิตงานออกมาได้มีความสมบูรณ์แบบ (หรืออย่างน้อยก็เกือบสมบูรณ์แบบ) ได้เท่ากับสตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุดจาก The Darkest Romance วงร็อก/เมทัลแนวประยุกต์ จากกรุงเทพฯ ที่ประกอบไปด้วย แม็กซ์ – ฐิติวัฒน์ รองทอง (ร้องนำ/เบส) ป๊อบ – ภูเบศร์ เป็นสุข (กีตาร์) ก้อง – ก้องอุดม ใจทัศน์กุล (กีตาร์) และ ซีเกม – ธนัตชัย เหลือรักษ์ (กลอง)

LESSONS คืองานที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของทางวงได้อย่างชัดเจนที่สุด ทั้งในเรื่องของดนตรี และเนื้อร้อง ภาคดนตรีที่ขึ้นชื่อว่าหาคำจำกัดความมาระบุแนวทางดนตรีได้ยาก ด้วยส่วนผสมทางดนตรีที่หลากหลาย มีการทดลองลูกเล่นใหม่เสมอในแต่ละเพลง หลากหลายแต่ไม่ถึงขนาดว่าเข้ากันไม่ได้ เพราะวงมีแก่นของอัลบั้ม หรือคอนเซปท์อัลบั้มที่ชัดเจนมากเป็นสมการตั้งต้น และจัดการเรียบเรียง ควบคุมไม่ให้มีส่วนที่ขาดหรือเกินไปจากภาพรวมของอัลบั้มโดยรวม

แม็กซ์ คีตสถาปนิก ผู้ร่างพิมพ์เขียวหลักสูตรดนตรีของงานชุดนี้มีทักษะและพรสวรรค์อยู่ในระดับที่ดีมาก คำร้องในแต่ละเพลงถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ลึกซึ้ง แยบยล และคมคาย ส่วนตัวรู้สึกว่าการเล่นคำหรือการเลือกใช้คำของแม็กซ์ผ่านการคิดมาแล้วหลายตลบ เป็นการเรียบเรียงคำในภาษาไทย (ผสมอังกฤษในบางเพลง) ให้อยู่ในดนตรีเมทัลได้แบบเหนือชั้น ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสมานั่งอวยวงร็อกใต้ดินไทยวงไหนได้อย่างน่าหมั่นไส้เท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่พูดก็พูดเถอะ งานนี้เหมาะสมกับคำว่า เหนือชั้น จริง ๆ ครับ

ตอนแรกผมตั้งใจจะยกตัวอย่างเพลงที่เป็นไฮไลท์มาแค่สองสามเพลง แต่เลือกเท่าไรก็เลือกไม่ถูก ผมรู้สึกเสียดายถ้าจะต้องตัดเพลงใดเพลงหนึ่งออกไปจากการเขียนแนะนำเพลงเด่นในชุดนี้ เอาเป็นว่าผมจะเขียนแนะนำทุกแทร็ค ทุกเพลงไปเลย เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของอัลบั้มนี้ชัดมากขึ้นครับ

12695704_10153267987936389_1115959244_n

แทร็คแรก – ปฐมนิเทศ (INTRO)

อินเทอร์ลูดเปิดอัลบั้ม ที่ใช้เสียงเล่าเรื่องถึงนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังจะไปโรงเรียนสาย ก่อนจะตัดไปที่โรงเรียนด้วยเสียงการบรรเลงเพลงจากวงโยธวาธิตที่ค่อยๆ ดังแทรกขึ้นมา เป็นการเลือกใช้แอมเบียนท์เสียงประกอบที่ทำให้เรานึกย้อนไปเห็นภาพของโรงเรียนตอนเช้า ๆ ได้เป็นอย่างดี แทร็คนี้จบลงด้วยเสียงครูขานเช็คชื่อนักเรียน และการกล่าวแนะนำวิทยากรพิเศษที่จะมาสอนสำนวนภาษาไทย “ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก”

แทร็คสอง – วิชาภาษาไทย : ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก คือสุภาษิตไทยที่มีความหมายว่า การพูดโอ้อวด พูดสิ่งใดไปแล้วไม่สามารถทำได้ หรือ ดีแต่ปาก ก็ไม่ผิด ซึ่งนับเป็นเพลงเต็มเพลงแรกของอัลบั้มต่อจากอินเทอร์ลูดปฐมนิเทศ โดยเริ่มมาเครื่องดนตรีทุกชิ้นก็อัดจัดเต็มโหมโรงกันแบบไม่ยั้งมือใด ๆ ทั้งสิ้น ภาคริธึมในท่อนเวิร์สสุดคุ้นหูสไตล์เมทัลคอร์ กับท่อนคอรัสที่มีริฟฟ์กีตาร์ ทางคอร์ดและทำนองเท่ ๆ เอาไว้ใส่เนื้อร้องเสียงคลีนให้คนฟังร้องตามกันได้ง่าย ๆ เรียกว่าครบตามสูตรที่ควรจะมี ด้านเนื้อหาก็จะพูดถึงคนที่ชอบพูดโอ้อวด สัญญาอะไรไว้แต่ทำไม่ได้ โดยคีย์เวิร์ดที่ชวนให้ฉุกคิดมาจากประโยคในเสียงคนพูดที่ว่า “ขอสัญญาว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น” ซึ่งทำให้การตีความของผมเอนเอียงไปที่เรื่องการเมืองได้แทบจะโดยทันที แค่เพลงแรก เราก็สัมผัสได้ถึงวิถีแห่งพลังในการเขียนเนื้อเพลงของแม็กซ์เข้าแล้ว

แทร็คสาม – วิชาเคมี : สมมติฐาน (Digit-Based)

บรรยากาศดนตรีในแบบนูเมทัลที่เล่นกับภาคริธึมและจังหวะชวนโยกหัวของไลน์กลอง ว่าด้วยเรื่องของสังคมปัจจุบันที่ผู้คนเสพติดสื่อทางอินเทอร์เน็ต แคร์โลกในโซเชียลมีเดียมากกว่าโลกความจริง ไม่สนใจผู้คนรอบข้าง ผมชอบไอเดียการออกแบบคำร้องในการเติมแอดลิบล้อเลียนเสียงเข็มนาฬิกาที่ดัง ติ๊กต่อก ๆ ที่ถูกใส่ลงไปในท่อนหยุดของเพลง เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจมาก ๆ อีกทั้งยังมีเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ซึ่งอาจจะเปรียบเปรยให้เห็นภาพว่าการที่มีเสียงโทรศัพท์สั่นหรือดังขึ้นมาตลอดเวลานี่มันน่ารำคาญแค่ไหนในชีวิตจริง ทางวงเลือกประชดประชันผ่านเทคนิคต่าง ๆ ในบทเพลงได้อย่างแนบเนียนมากเลยทีเดียว

แทร็คสี่ – วิชาคณิตศาสตร์ : โจทย์ปัญหา

เพลงรักอกหักที่เป็นเพลงช้าเพลงแรกของอัลบั้ม กับสมการที่ซับซ้อนและหาคำตอบยากที่สุดในโลก ถึงมีเธอ มีฉัน แต่ถ้าค่าความรักไม่มีจริง สมการนี้ก็ไม่มีคำตอบ การนำเสนอเพลงรักโดยการสร้างเนื้อเรื่องของคนสองคนแทนค่าเป็นสมการหนึ่งชุดทำให้มันกลายเป็นอุปมาอุปมัยที่โคตรมีชั้นเชิง ภาคดนตรีเป็นกึ่งเมทัลคอร์ที่มีทำนองติดหูและฟังได้ไหลลื่น ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป รวมไปถึงโซโล่กีตาร์สุดบาดลึกที่ช่วยส่งให้เพลงนี้มีมิติมากพอสมควร

แทร็คห้า – วิชาสังคมศึกษา : วิจารณรยัม

คิด วิเคราะห์ แยกให้ออกจริงหรือหลอกโปรดชั่งใจ ถกเถียง อภิปราย กรุณาเปิดใจใช้สมองลองคิด aka ควยถอก

คือแก่นหลักของเพลงที่ตั้งใจก่นด่าสังคมงมงายอย่างตรงไปตรงมาที่สุด จิกกัดกระแสนิยมความเชื่อแบบกลวง ๆ ได้อย่างเจ็บแสบมากถึงมากที่สุด เพลงนี้เหมือนพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคนูเมทัลรุ่งเรืองอีกครั้งไม่ว่าจะทั้งเนื้อหาการใช้คำหรือส่วนของดนตรี จังหวะหน่วง ๆ ริฟฟ์และกลองที่แค่อินโทรขึ้นมาก็โยกหัวตามไปแบบอัตโนมัติกันเลย

แทร็คหก – วิชาประวัติศาสตร์ : บูรณปฏิสังขาร (Renaissance) feat. อาย Charlie Charlie

ต้องบอกว่านี่เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้ม เพลงจังหวะช้าถึงกลาง ที่มีความสวยงามในท่วงทำนองและความหนักแน่นทรงพลัง มาพร้อมกับท่อนคอรัสสุดหล่อ สุดเท่ สุดดีงาม สุดติดหู ทางคอร์ดสุดป๊อบบวกกับริฟฟ์กีตาร์ไลน์สองที่ไหลไปพร้อม ๆ กัน ฟังไปครั้งเดียวแต่ทำนองนี่ตามมาวนเวียนอยู่ข้างหูเป็นวัน ๆ เลยนะครับผม ส่วนของการร้องและเนื้อหา เพลงนี้ได้ อาย สาวเสียงหวานจาก Charlie Charlie มาช่วยร้องประสานทำให้นิยามของคำว่าสวยงามในเพลงนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก และนับเป็นอีกหนึ่งเพลงที่แสดงไหวพริบของการออกแบบคำร้องและการเปรียบเปรยได้อย่างเหนือชั้น เพลงนี้มีใจความสำคัญถึงคนรักที่พยายามจะยื้อความสัมพันธ์ที่พังทลายไปแล้วให้กลับมาดีดังเดิม ชื่อเพลงตามความเข้าใจของผม คิดว่าน่าจะมาจากการดัดแปลงคำว่า บูรณปฏิสังขรณ์ + สังขาร ออกมาเป็น บูรณปฏิสังขาร ซึ่งได้ความหมายไม่ต่างไปจากการซ่อมแซมบำรุงปูชนียสถาน แต่เปลี่ยนเป็นการซ่อมแซมบำรุงความสัมพันธ์ของคนแทน (สังขาร = มนุษย์ ในทางพุทธศาสนา) อีกอย่างที่ผมชอบคือการเล่นคำภาษาอังกฤษ (ฝรั่งเศส) คำว่า renaissance (เรอเนซองส์) ซึ่งมีความหมายถึงยุคของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการขึ้นใหม่ เอามาใช้เชิงอุปมาอุปมัยกับเนื้อหาของเพลงได้แบบเฉียบคมมาก ๆ

แทร็คเจ็ด – วิชาฟิสิกส์ : ปฏิกิริยา (Reaction)

เริ่มเพลงมาก็ทำให้ผมอุทานว่าเช็ดเข้ได้แล้ว พวกใส่กันยับไม่ปรานีปราศรัยใด ๆ ทั้งสิ้น กีตาร์ เบส กลอง กระหน่ำทะลวงดอกลำโพงของคุณให้วอดวายได้ด้วยอินโทรเดียว สัดส่วนดนตรีในสไตล์แมทคอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความพินาศย่อยยับ โกลาหลอลหม่าน มันทำให้ผมเห็นวง Converge และ The Dillinger Escape Plan ปรากฏออกมายืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ในรูปของพลังงานฟอร์ซได้โดยพร้อมเพรียงกัน แต่วงก็ยังมีความเมตตา ช่วยลากเรากลับไปร้องท่อนคอรัสกันหล่อ ๆ ได้อยู่ เพลงพูดถึงการแก้แค้น (นิสัยเสียจริง ๆ ฮ่า ๆ ) การโต้ตอบคนรักกลับคืนไปในแบบที่เราเคยถูกกระทำมาก่อน ซึ่งผูกโยงเข้ากับชื่อเพลงได้พอดิบพอดี Action = Reaction นะจ๊ะ

แทร็คแปด – พักเที่ยง (INTERLUDE)

แทร็คพักหู อินเทอร์ลูดเฟี้ยว ๆ ที่เราจะได้ยินเสียงคนเล่นวีดีโอเกมกัน แทร็คนี้ใส่ทำนองของเพลงต่อไปในแบบแปดบิทมาเกริ่นนำก่อนจะเข้าสู่เพลงเต็ม ๆ ได้อย่างแนบเนียนมากครับ

แทร็คเก้า – วิชาพลศึกษา : สากลสมัครเรื้อน

ทำนองแปดบิทในอินเทอร์ลูดนั้นก็คือทำนองหลักของเพลงนี้นั่นเอง วงโหมเข้าสู่ท่อนเวิร์สแรกด้วยกลองจังหวะบลาสท์บีทสุดทำลายล้าง กีตาร์ เบส นัวกันอุตลุตแบบไม่มีใครยอมใคร เนื้อหาพูดถึงวัยรุ่นใจร้อนจุดเดือดต่ำที่ชอบลั่นความเก๋าออกมาแบบไม่ใช้หัวคิด เก่งไปทั่ว พอเจอคนจริงแม่งนิ่งเป็นหมาหงอยเลย นี่คือเพลงที่ปลุกเร้าเลือดในกายให้สูบฉีดที่สุดในอัลบั้มก็ว่าได้ จุดเดือดมาแตกทะลักเข้าในท่อนคอรัส “ออกมาสิเฮ้ย ออกมาสิเฮ้ย ออกมาสิเฮ้ย ออกมา ออกมา!” คือคำท้าทายสุดแข็งกร้าวที่แม็กซ์สำรอกออกมาได้แบบสะรูหูมาก ๆ ฟังแล้วแม่งขึ้นเลยไอ่สัส!

แทร็คสิบ – วิชาสุขศึกษา : จุดสุดยอด

เพราะความหลากหลายของอัลบั้มนี้ดังที่กล่าวไป ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าเราจะได้ยินไทม์ซิกเนเจอร์แปลก ๆ ในสไตล์โปรเกรสซีฟ-เจนท์ ผสมปนเปรวมอยู่ในเมทัลคอร์แบบเนียน ๆ การเรียบเรียงของทางวงที่ทำเอาคุณต้องทึ่ง! กันตั้งแต่เวิร์สแรกเลยจริง ๆ ภาคริธึมที่มีแค่เบสกับกลองเล่นล้อกันไปด้วยโน้ตขัด ๆ ในจังหวะยก ในขณะที่กีตาร์ทำหน้าที่สร้างบรรยากาศด้วยโน้ตสุดลอยคลอไปเรื่อย ๆ และสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้อย่างการร้องแร๊ป ถูกจับวางลงในช่องว่างที่เหลืออยู่ทำให้มันกลายเป็นท่อนที่เลอค่าขึ้นมาแบบต้องอุทานว่าเย็ดดดดกันรัว ๆ ใจความสำคัญของเพลงนี้ก็คือ สิ่งที่คนเราไขว่คว้า สิ่งที่คนเราใฝ่ฝัน หรือต้องการ จริง ๆ แล้วลึกลงไปข้างในเราต้องการมันจริง ๆ หรือเปล่า ความสุขที่เราไล่ตามมันคือทางที่ใช่สำหรับเราหรือไม่ ความสุขสุดยอดของเราจริง ๆ อยู่ที่ไหนกันแน่ เป็นการเล่นคำว่า จุดสุดยอด ได้อย่างมีนัยยะที่ลึกซึ้งดีครับ

แทร็คสิบเอ็ด – วิชาศิลปศึกษา : จินต์ feat. เก่ง ธชย & PP’DREAMS *เป็นเพลงที่ขอปักหมุดเลยครับ สุดยอดผลงานจริง ๆ

นิยามของคำว่าดนตรีร่วมสมัย ดนตรีประยุกต์ ดนตรีทดลอง เป็นอย่างไร ผมแนะนำให้ฟังเพลงนี้กันได้เลยครับ เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่รวมความหลากหลายทางดนตรีไว้ได้มากที่สุดแล้ว ความไพเราะของเพลงไทยเดิม การร้องทำนองเสนาะ ดนตรีไทย เมทัลคอร์ นูเมทัล ฮิพฮอพ บีทบ็อกซ์ รวมกันไปได้อย่างไรผมเองก็งงอยู่ไม่ใช่น้อย เพลงแรกที่ผมรู้สึกว่าการนำดนตรีไทยมารวมกับเมทัลแบบลงตัวที่สุด ลื่นหูที่สุด คือ กำเนิดหนุมาน ของวงกล้วยไทย ไม่คิดว่าวันนึงจะมีวงรุ่นใหม่ทำเพลงในลักษณะเดียวกันออกมาได้อย่างกลมกลืน ลื่นไหล และสง่างาม ได้อีกครั้ง เพลงว่าด้วยเรื่องของศาสตร์แห่งดนตรีนั้นที่จริงแล้วไม่ควรมีการแบ่งแยก ไม่มีเก่า ไม่มีใหม่ ว่าด้วยเรื่องของการเคารพซึ่งกันและกัน และ The Darkest Romance ก็เรียบเรียงเพลงนี้ให้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ครับ ดึงเอาไอค่อนของแต่ละแนวทางมาร่วมสร้างงานศิลป์ชิ้นเอกแบบลงตัวมาก ๆ ทั้งคุณเก่ง ธชย และ พี่เปา PP’DREAMS ความยาวแปดนาที กับช่วงเอาท์โทรที่ปล่อยให้คุณ เก่ง ธชย เอื้อนทำนองเสนาะกันยาว ๆ ฟังแล้วขนลุกได้แบบไม่ได้ปวดขี้หรืออากาศหนาวเลยครับ

แทร็คสิบสอง – วิชาพระพุทธศาสนา : จงทำความดี feat. Buddha Bless

จงทำความดี บทพระธรรมเทศนา The Darkest Romance สไตล์ ได้พี่ ๆ แก๊งพรพระพุทธ Buddha Bless มาช่วยสวดเตือนสติถึงการทำความดี ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่ ร่ำรวยมาจากไหน สุดท้ายตายไปก็ไม่มีอะไรเหลือ สิ่งเดียวที่จะคงอยู่ได้ตลอดไปแม้กายหยาบจะบุบสลายไปแล้วก็คือความดีที่ได้สั่งสมมาทั้งชีวิตนั่นแหละ ภาคดนตรีมาในสัดส่วนของนูเมทัลและเมทัลคอร์ในแบบที่วงถนัด ทำให้ฟังดูปลุกเร้าน่าเกรงขามและกลายเป็นบทเทศนาที่ทรงพลังที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีวัดไหนทำมาก่อน!

แทร็คสิบสาม – วิชาชีววิทยา : สิ่ง(ที่ทำให้)มีชีวิต (ALIVE)

เพลงช้าสุดซึ้งอีกเพลงที่เข้ามาคั่นความระห่ำที่มีมาตลอดสิบเอ็ดแทร็ค เรื่องของความรักที่ชายคนหนึ่งได้รับจากคนรักและบอกว่ามันสำคัญกับชีวิตเขาแค่ไหน มันคือสิ่งที่ทำให้เขามีชีวิต และถ้าพูดกันถึงส่วนของดนตรี เสือก็ยังเป็นเสือ ในความไพเราะของท่วงทำนองและทางคอร์ดสุดโรแมนติค ภาคริธึมก็ยังคงทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ แต่ถือว่านี่เป็นเพลงที่มีความกรุณาปรานีอย่างที่สุดแล้ว เริ่มจากอคูสติคกีตาร์ และการร้องของแม็กซ์ ก่อนจะอัดดิสทอร์ชั่นเสียงแตกกันในช่วงกลางเพลงพร้อมกีตาร์โซโล่ อีกทั้งยังมีช่วงท้ายเพลงร่วมสองนาทีที่เป็นแอดลิบไหลไปพร้อม ๆ กับดนตรีบรรเลงก่อนจะจบลง เป็นอีกเพลงที่ยาวถึงเจ็ดนาที เป็นรองแค่ จินต์ เท่านั้น!

แทร็คสิบสี่ – วิชาภาษาอังกฤษ : Lost In Translation feat. Ingrid Witzany

เห็นชื่อเพลงแล้วอดคิดถึงหน้าสวย ๆ ของ สกาเล็ตต์ โจฮานส์สัน ไม่ได้จริง ๆ มันมาแบบอัตโนมัติเลย เชื่อว่าคนที่เคยดูหนังเรื่อง Lost In Translation มาต้องเป็นแบบผมมั่งแหละ แถมด้วยโทนของเพลงก็ดันพาเราไปอารมณ์นั้นได้อยู่เหมือนกัน เปียโน กีตาร์โปร่ง และเครื่องสาย แถมด้วยเสียงร้องสุดมีเสน่ห์ของ อิงกริด จากเวทีเดอะวอยซ์ มันเลยทำให้เป็นเพลงแนวอีซี่ลิสเซนนิ่งล้างหูที่ดีงามพระรามพระลักษณ์มาก ๆ คำร้องภาษาอังกฤษ กับสำเนียงลื่นไหลน่าฟัง บรรยากาศเหงา ๆ เหมือนโดดเดี่ยวอยู่กลางกรุงโตเกียว เดินดูไฟคนเดียวแถวชิบูย่า มองหาใครสักคนที่ถูกทิ้งมาเหมือนกัน ท่ามกลางผู้คนเป็นหมื่นพัน

จริง ๆ แล้วเนื้อหาของเพลงมันไม่ได้เกี่ยวกันหรอก แค่ภาพจากหนังมันซ้อนขึ้นมาชัดกว่าแค่นั้นแหละครับผม

แทร็คสิบห้า – กลับบ้าน (OUTRO)

เป็นแทร็คเอาท์โทรสำหรับเอาไว้ปิดอัลบั้มที่ต่อเนื่องมาจากแทร็คแรก นี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายของการเรียน เด็กคนหนึ่งกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับใครบางคน สุดท้ายเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ที่เรารู้อย่างแน่นอนในตอนนี้ก็คือ หลักสูตรดนตรีนี้ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับผม

ใครที่ได้ฟังงานชุดนี้จนจบแล้วคงจะสังเกตได้เหมือนผมว่า The Darkest Romance ใส่ใจรายละเอียด และละเมียดละไมกับขั้นตอนการผลิตงานเป็นอย่างมาก ผมชอบการอัดเพลงในแบบแทร็คต่อแทร็ค ถ้าลองฟังกันดี ๆ จะเห็นว่าเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มหลังจากจบแล้วจะมีช่วงเอาท์โทรเล่นต่อจนหมดแทร็ค ซึ่งมันก็คืออินโทรสำหรับแทร็คต่อไปนั่นเอง ถ้าหากเราฟังโดยการใส่แผ่นฟังกับเครื่องเล่นซีดีจะพบว่าทุกแทร็ค ทุกเพลง มันจะเล่นเชื่อมต่อกันแบบไม่มีสะดุด ไม่มีตัดระหว่างเพลง เพลงไหนที่มีอินโทรสวย ๆ เพราะ ๆ ก็จะเล่นต่อเนื่องไม่มีเสียงตัดเวลาเปลี่ยนแทร็ค ดนตรีมันจะไหลไปเพลงต่อเพลงซึ่งทำให้ได้รับอรรถรสในการฟังอย่างเต็มที่ที่สุด

ครบถ้วนกระบวนความแล้วกับสิบห้าแทร็ค สามอินเทอร์ลูด กับสิบสองเพลงคุณภาพ อย่างที่ผมบอกไปในข้างต้นว่านี่คืออัลบั้มที่จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ดนตรีใต้ดินบ้านเรา ว่าคือหนึ่งในงานมาสเตอร์พีซที่ดีที่สุดของวง เป็นอัลบั้มเต็มที่เป็นอัลบั้มเต็มจริง ๆ คือมีเพลงอัดแน่นมาเกินสิบเพลงขึ้นไป ใครที่ยังไม่มีแผ่นผมแนะนำให้รีบสั่งซื้อมาเก็บไว้เถอะครับ งานดีจริง ๆ คุ้มเงินแน่นอน ไม่มีเพลงไหนที่ทำมาผ่าน ๆ ทุกเพลงมีรายละเอียดในตัวของมัน จนผมไม่สามารถตัดเพลงไหนออกจากการรีวิวอัลบั้มครั้งนี้ได้เลย

ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ The Darkest Romance ตั้งใจทำงาน และผลิตงานดี ๆ แบบนี้ออกมาประดับวงการต่อไปครับ