ไม่ใช่แค่คนที่มีไมโครโฟนฝ่ายเดียวที่มีสิทธิ์พูดครับ ล่าสุดหญิงสาวที่ถูกเดวิด ไดรแมน นักร้องนำวง Disturbed หักหน้ากลางคอนเสิร์ตจากการกดโทรศัพท์มือถือเล่นตลอดโชว์ก็ออกมาสวนกลับบ้างแล้ว เธอคนนี้มีชื่อว่า แชนนอน พาร์ดิว ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Dallas Observer ไว้ว่าที่จริงแล้วเธอเองก็สนุกไปกับโชว์ด้วยเหมือนคนอื่น ๆ เช่นกันและไม่ได้เอาแต่กดโทรศัพท์มือถือ ความจริงแล้วการส่งข้อความมันเริ่มขึ้นหลังจากที่ทางวงเล่นเซ็ตแรกจบแล้ว (ช่วงก่อนจะอังกอร์) ซึ่งที่ใช้โทรศัพท์มือถือก็เพื่อติดต่อลูกชายวัย 14 ปีที่ฝ่าพายุฝนจากโบสถ์กลับมาบ้าน

เธอยังบอกอีกด้วยว่าเธอทำการแชทเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนที่ไดรแมนจะออกมาจากหล้งเวที แต่เขาเป็นฝ่ายเปิดก่อน เธอพยายามแล้วที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เธอคุยว่ามันสำคัญแค่ไหน แต่เนื่องจากไม่มีไมโครโฟนก็ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอกำลังคุยเรื่องอะไรอยู่

“ฉันมองลงไปด้านล่างและพบว่าทุก ๆ คนมองขึ้นมาที่ฉัน คุณเคยดูหนังที่เด็กขี้แพ้ถูกล้อมและรุมแกล้งจากเด็กคนอื่นซักยี่สิบคนใหม่ ทำให้เขารู้สึกแปลกแยกน่ะ? นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน ตอนแรกมันก็ทำให้ฉันโกรธ แต่หลังจากนั้นฉันก็อยากจะออกมาจากตรงนั้น ฉันบอกกับสามีฉันว่า ‘เรื่องที่น่าอายที่สุดในชีวิตเพิ่งเกิดขึ้นกับฉันเมื่อกี๊นี้'”

เธอพูดต่อว่า “ร็อกสตาร์ไม่สามารถจะยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้หรอกถ้าไม่ใช่เพราะคนที่มาและจ่ายเงินเพื่อดูโชว์น่ะ ไม่ว่าฉันจะมองเขาอยู่หรือไม่ก็ตาม ฉันยังอยู่ตรงนั้นและก็ยังคงได้ยินพวกเขาอยู่ เขาเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมและวงของเขาก็เจ๋ง แต่ที่แย่คือทัศนคติของเขา ฉันจะไม่จ่ายเงินเพื่อไปดูเขาอีกหรอกนะ เพื่อน ๆ ของฉันก็ด้วยเหมือนกัน”

และทางด้านไดรแมนก็ออกมาสวนกลับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกันครับ เขาตอบคอมเมนต์แฟนเพลงคนหนึ่งบนเฟซบุ๊กของวง Disturbed ว่า “1. นังนั่นมันไม่ใช่แฟนเพลง หล่อนมาเดทกับแฟนเพลงตัวจริงที่นั่งอยู่ติดกับเธอ เธอก้มหน้าอยู่กับมือถือตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโชว์ 2. ผมไม่ได้หยุดโชว์เพื่อด่า เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนที่ผมออกมาจากด้านหลังเพื่ออังกอร์ ผมเริ่มต้นด้วยการพูดว่าคนดูในคืนนั้นมันเจ๋งยังไง (เป็นส่วนที่ไม่ได้มีคนบันทึกไว้) … ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการจะอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว เพราะงั้นมันก็เป็นข้อยกเว้น ผมก็เลยเลือกเธอชึ้นมาสำหรับยกตัวอย่าง 3. โชว์พวกนี้ขายตั๋วตั้งแต่เดือนสิงหาคมและทุกโชว์ขายตั๋วหมดใน 48 ชั่วโมง แสดงว่ามันยังมีแฟนเพลงตัวจริงอีกมากที่พลาดโอกาสในการซื้อตั๋วและเต็มใจที่จะแลกที่นั่งกับผู้หญิงคนนี้”

และเขาก็โพสต์แยกออกมาอีกข้อความว่า “คุณอาจจะไม่เห็นด้วยที่ผมไปด่าผู้หญิงเช่นแชตคนหนึ่งที่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนั้นในคืนนั้นเพราะแฟนเธอพาเธอมาด้วย และไม่ว่าผมจะชอบหรือไม่ก็ตาม ผมก็ต้องรับมันให้ได้ แต่เวลาที่นักดนตรีอยู่บนเวทีและกำลังทำอย่างเต็มที่เพื่องานศิลปะเนี่ย ได้โปรดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวไปก่อนเถอะ และถ้าใครซักคนมันไม่สามารถที่จะตั้งใจดูพวกเราได้แม้แต่เพลงเดียวล่ะก็นะ มันก็เหมือนเป็นการตบหน้าพวกเราอย่างจังเลยแหละ เราทุ่มทุกสิ่งอย่างไปกับสิ่งที่พวกเราทำอยู่ มันไม่ใช่อีโก้ มันไม่ใช่ความหยิ่งยโส พูดกันตามตรงนะ มันเป็นเรื่องที่ผมช็อกมากน่ะ ยิ่งพอรู้ว่ามีคนมากมายพร้อมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้ที่ของเธอตรงนั้นมายิ่งแล้วใหญ่เลย”

ที่มา – Loudwire