ข่าวร้ายสำหรับแฟนเพลง Story of the Year วันนี้คือ ทางวงได้ประกาศการแยกทางกับอดัม รัสเซล มือเบสที่ร่วมทางกับวงมายาวนานตั้งแต่ปี 2001 เรียบร้อยแล้ว

แต่ถึงจะมีข่าวร้ายนี้ทางวงก็ประกาศข่าวดีออกมาเช่นกัน ว่ากำลังทำอัลบั้มใหม่และเขียนเพลงใหม่ ๆ กันอยู่ด้วย อ่านคำแถลงการณ์ของวงได้ที่ด้านล่างครับ คิดเห็นยังไงคอมเมนต์บอกกันได้

พวกเขาเพิ่งกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากแยกทางกันไปเมื่อปีที่แล้วนี้เองและก็ได้ออกทัวร์รอบโลกเพื่อฉลองครบรอบสิบปีของอัลบั้ม Page Avenue กันด้วย และก็เพิ่งจะนำอัลบั้มนี้มาทำใหม่ในเวอร์ชั่นอะคูสติกชื่อว่า Page Avenue: 10 Years and Counting เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

คำแถลงจาก SOTY:

“การเดินทางนี้พวกเราผ่านอะไรกันมาบ้าง

สถานที่ที่เราเคยไป ผู้คนที่เราเคยพบ ดนตรีที่เราได้สร้างขึ้นมา – ทุกอย่างมันนำพาเรามาอยู่ตรงนี้ เราใช้ได้เวลามากมายใคร่ครวญถึงอนาคตของพวกเรา ตั้งข้อสงสัยว่าจะไปตรงไหนต่อจากจุดนี้ สงสัยว่าเราจะจุดไฟนี้ให้ลุกโชนต่อไป หรือจะปล่อยให้มันมอดดับแล้วก้าวต่อไปในชีวิตของพวกเราเหมือนที่ผู้คนอื่น ๆ มากมายทำกัน

อุตสาหกรรมดนตรีนั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากใน 10-15 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมที่เรารู้จักตอนที่เราเซ็นสัญญาค่ายเพลงครั้งแรกในปี 2002 นั้นมันไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว มันไม่มีการเซ็นค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อีกต่อไป ไม่มีส่วนเกินที่คุณอาจจะได้เห็นใน VH1 Behind the Music หรืออ่านจากในหนังสือของ Zeppelin หรือ Motley Crue อีกต่อไปแล้ว การวิวัฒนาการมาสู่ยุคดิจิตัลมันได้สร้างกระบวนการใหม่ขึ้นมา และมันส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อผู้คนที่สร้างสรรค์งานดนตรีให้พวกคุณฟัง ง่าย ๆ เลย ความจริงก็คือคุณสามารถโหลด (หรือฟัง) เพลงไหนก็ได้ในเวลาไหนก็ได้ฟรี ๆ มันเปลี่ยนทุกสิ่งไปเลย และการเปลี่ยนแปลงมันไม่เคยง่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณดื้อดึงและตอบสนองต่อความเป็นไปของอุตสาหกรรมดนตรีอย่างเชื่องช้า

นี่คือความเป็นจริงสำหรับแฟน ๆ ของ SOTY:

เราเป็นวงดนตรีมามากกว่าสิบปี ขายไปได้กว่า 2 ล้านอัลบั้ม เล่นในประเทศมาแล้วประมาณกว่า 30 ประเทศ ในปีหลังสุดมานี้สมาชิกของ Story of the Year ก็คงทำรายได้ได้มากกว่านี้หากไปทำงานเป็นบริกรหรือเสิร์ฟกาแฟ นั่นเป็นความจริง นักดนตรีกว่า 99.9% สามารถทำเงินได้มากกว่าจากการตั้งร้านขายน้ำมะนาวในสวนหน้าบ้านของครอบครัวตัวเองเลยแหละ

เราไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป เรามีภรรยา, ลูก ๆ, ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน – พวกเรื่องห่าเหวในชีวิตจริง สมาชิกทุกคนในวงนี้ตั้งคำถามว่าเราจะทำสิ่งนี้กันไปได้อีกนานแค่ไหน เราต้องจากครอบครัวเราไปเป็นเดือน ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง บางครั้งก็กลับมาบ้านพร้อมกับรายได้ที่เทียบเท่าค่าแรงขั้นต่ำหรืออาจจะน้อยกว่า เราได้ใช้เวลาตลอด 5 ปีที่ผ่านมายึดมั่นกับป้อมปราการสุดท้ายของความหวังที่เราจะสามารถทำเพลงฮิตเพื่อเปิดในวิทยุหรือกลายเป็นเรื่องที่พูดกันปากต่อปาก และดีดพวกเราขึ้นไปในจุดสุดยอดอีกครั้ง เรารอความหวังกันมานาน (จนมีภรรยากันแล้ว) และหวังว่าผลงานใหม่และทัวร์ใหม่ที่ทำมามันจะตอบโจทย์แฟนเพลงเราได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

เพราะงั้นเราก็มาอยู่ตรงนี้

ใช่ อุตสหากรรมดนตรีมันเปลี่ยนไปแล้ว แต่มันไม่ได้เข้าสู่ยุคมืดไปซะทั้งหมด! ไม่แม้แต่คำว่าใกล้เคียง ความสวยงามของการเป็นวงดนตรีในปี 2014 คือการที่พวกเราสามารถควบคุมโชคและอยู่เหนือโชคชะตาของเราได้ เรามีพลังที่มากกว่าเดิมและสามารถติดต่อกับแฟนเพลงของเราได้โดยตรง เราสามารถหยิบไอโฟนขึ้นมาติดต่อพวกคุณทั้งหมดได้ในทันที นั่นมันเวทมนตร์ชัด ๆ !

แล้วเราจะทำอะไรต่อ?

เรากำลังจะทบทวนแนวทางในการทำงานในฐานะวงดนตรีและนักธุรกิจกันใหม่ทั้งหมด มาทบทวนกันใหม่อีกครั้ง บางคนในกลุ่มพวกเรามีวงดนตรีอื่น บางคนทำภาพยนตร์และถ่ายภาพ บางคนออกผลงาน บางคนก็โปรดิวซ์เพลง บางคนทำงานในวิทยุ วง SOTY ไม่ใช่ความพยายามเดียวในการก้าวไปข้างหน้าของเรา เพราะเราไม่สามารถโตไปในโลกนี้ด้วยการรับผิดชอบแค่วง SOTY อย่างเดียวได้อีกต่อไปแล้ว นั่นคือความเป็นจริง

อดัมจะไม่อยู่ร่วมทางในการผจญภัยนี้กับเราอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมันไม่เข้ากับแผนการในชีวิตที่เขากำลังจะมุ่งไป และนั่นมันโอเค SOTY เป็นอะไรที่มากกว่าดนตรีเสมอมา – เราสนับสนุนเพื่อนของพวกเรารอบ ๆ ตัว และเราไม่หวังอะไรกับเขามากไปกว่าให้เขาพบเจอสิ่งดี ๆ คุณโปรดทำแบบเดียวกับเรา เพราะเขาคือไอ้หนูของเรา

คนที่เหลือของเราจะไปกันต่อ วงดนตรีวงนี้ให้อะไรกับเรามากกว่าที่คุณจะรู้ได้ และนอกจากนั้น มันโคตรสนุก! ความรู้สึกในการก้าวไปบนเวที, หรือการเขียนเพลงที่เปลี่ยนชีวิตของใครซักคน เราจะไม่ก้าวหนีไปจากสิ่งเหล่านั้น เราจะจุดคบเพลิงให้โชติช่วงต่อไป นี่เป็นเวลาที่สวยงามมากในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง ๆ ที่ความเจ็บปวดหรือปัญหาทางการเงินมันจะมากขึ้นก็ตาม วันเวลาเก่า ๆ มันผ่านไปแล้ว ไม่มีใครได้รับเงินก้อนโตจากการเซ็นต่ายเพลง แล้วไง? เราก็ยังทำเพลงกันได้ในราคาประมาณ 1/20 ของที่มันเคยเป็น นั่นก็เพราะเทคโนโลยี เราสามารถส่งตรงผลงานให้กับแฟนเพลงของเราได้เลยก็เพราะอินเทอร์เน็ต นี่มันเป็นความเป็นไปได้เดียวในตอนนี้ ถ้านี้เป็นเมื่อ 15 ปีก่อน เราไม่มีทางเลือกอะไรเลยนอกจากดองมันไว้ แต่เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้ว และเราจะไม่ทำ เราจะทำอัลบั้มในแบบที่เราอยากทำ เล่นโชว์ในแบบที่เราอยากจะเล่น และในขณะเดียวกันเราก็จะทำอย่างอื่นด้วย SOTY จะยังคงอยู่ต่อไป เพราะวงนี้มันเจ๋ง! มันไม่มีความกดดันอีกต่อไปแล้ว มันจะกลับไปเป็นเหมือนตอนที่เราอายุ 15 และเล่นดนตรี & บันทึกเพลงกันด้วยความรักแบบง่าย ๆ และสนุกไปกับมัน แล้วเราก็จะไปเล่นในหลายโชว์, เล่นในเทศกาลดนตรีที่เบลเยี่ยมหรือเกาหลีใต้ ทัวร์ญี่ปุ่นกันนิดหน่อย เล่นกันในตลาดเพลงอเมริกัน ใช้ชีวิตกันในออสเตรเลีย สิ่งที่เราจะไม่ทำก็คือใช้เวลาทั้งหมด 13 เดือนต่อไปบนถนนห่างไกลจากครอบครัวของเราเพียงเพื่อสะสมเงิน สะสมความเครียดเพราะว่าถ้าเราไม่มีเพลงฮิตออกมาเราจะถูกเตะออกจากค่ายเพลง มันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว เราเป็นนักดนตรีชนชั้นแรงงาน เราเปลี่ยนแผนธุรกิจของเราแล้ว!

นั่นคือจุดที่เราอยู่ และมันก็ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม

เราวางแผนจะทำอัลบั้มใหม่กันแล้ว เพลงกำลังเขียนกันอยู่ในระหว่างที่เราคุยกับคุณนี่แหละ และเราวางแผนที่จะปล่อยผลงานกันไปจนกว่าเราจะกลายเป็นโครงกระดูก ระหว่างแต่ละอัลบั้มเราก็จะออกไปโชว์ & ทัวร์เมื่อเวลามันเข้าท่า และในเวลาที่เราไม่ได้ทำเรื่องพวกนั้นเราก็จะไปทำหน้าที่อื่นของเรา เป็นสามีและพ่อด้วย ไม่มีตำนานร็อกสตาร์อีกต่อไป ไม่มีความผิดพลาดเหล่านี้อีกต่อไป มาตรฐานของอุตสาหกรรมบันเทิงที่นำเสนอแค่วงที่ดีที่สุดอย่างเดียวน่ะ เราต้องการจะแสดงให้คุณเห็นว่านักดนตรีกรรมกรน่ะมันเป็นยังไง ช่างเรื่องอื่นแม่งให้หมด นี่มันจะเป็นเรื่องของเพื่อนฝูงและความรักในดนตรีร่วมกัน เราได้รับแรงบันดาลใจเหมือนที่เคยมี พร้อมที่จะร็อกให้หนักกว่าที่เคยเป็นมา นี่คือยุคใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ ยุคใหม่ของไฟในความหลวงไหลและความเป็นไปได้ที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง นี่คือการผจญภัยครั้งใหม่!

เรารักพวกคุณนะเพื่อนมนุษย์ และเรารู้ว่าคุณยังอยู่กับเรา เพราะงั้นมาร็อกด้วยกัน!

SOTY”

ที่มา – Alternative Press