แม้สถานการณ์บ้านเมืองในปี พ.ศ. 2562 จะไม่ค่อยน่าอภิรมย์นักสำหรับชาวไทย แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้เกิดขึ้นบ้าง และหนึ่งในเรื่องนั้นก็คือซีรีส์การเมืองชิงบัลลังก์สุดเถื่อนสุดแฟนตาซีอย่าง Game of Thrones ซีซันสุดท้ายกำลังจะมาแล้ว โดยตอนแรกจะฉายในคืนวันที่ 14 เมษายนนี้ (ตรงกับเช้าวันที่ 15 ของประเทศไทยพอดี)

เนื่องในวาระที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ เราจึงขอพาทุกท่านไปฟังเพลงร็อก-เมทัลที่แต่งขึ้นโดยอ้างอิงจากหนังสือชุด A Song of Ice and Fire และซีรีส์ Game of Thrones เพื่อบิลด์ใจให้อารมณ์ขึ้นกันล่วงหน้า ก่อจะมาลุ้นไปพร้อม ๆ กันว่าใครจะได้ครอบครองบัลลังก์ หรือว่าอาณาจักรจะชิบหายบรรลัยกัลป์เพราะเหล่าย่องตอดขาวกันแน่


“To Take the Black” – The Sword

เริ่มกันด้วยเพลงของวงสโตเนอร์เมทัลจากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกานามว่า The Sword ดูจากชื่อเพลงคงเดากันได้ไม่ยาก ว่าเพลงนี้แต่งด้วยแรงบันดาลใจจากเหล่า Night’s Watch ของกำแพงยักษ์แห่งแดนเหนือ เพลงนี้อยู่ใน God’s of the Earth อัลบั้มเต็มชุดที่สองของวง ซึ่งก็ถือว่าแฟนตาซีพอตัว เพราะเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มนี้ก็แต่งโดยใช้แรงบันดาลใจที่แฟนตาซีไม่แพ้กัน เช่น Conan the Barbarian เป็นต้น ซาวด์สโตเนอร์ชวนโยกหัวมัน ๆ เมา ๆ ของเพลงก็เข้ากับความหม่นในแดนเหนือที่เหล่าคนเถื่อนและ White Walker ครอบครองอยู่ได้ดีไม่น้อยเลยครับ


“Mother of Dragon” – Morning Starlett

หากเป็นเพลงเมทัลที่เกี่ยวกับความแฟนตาซีระดับมีมังกรด้วยแล้ว ไม่มีแนวไหนจะเหมาะสมไปกว่าพาวเวอร์เมทัลอีกแล้ว และ Morning Starlett ก็หยิบเอา ‘ความแม่’ ของ Daenerys Targaryen มาเรียงร้อยเป็นเพลงได้สะใจไม่น้อยหน้าใคร เสียงอันทรงพลังจาก Ann Marie Nacchio ที่เป็นนักร้องโอเปร่ามาก่อนถึงว่าทรงพลังมาก ๆ ในเพลงนี้ และลูกโซโล่ก็จัดจ้านสมกับแนวทางเพลงมาก ๆ

ชื่อวง Morning Starlett อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยนัก แต่สมาชิกวงก็ถือว่าแบกชื่อเสียงไว้ใหญ่พอตัว เพราะมือกีตาร์ของวงนี้คือ Richie Castellano มือกีตาร์คนปัจจุบันของวง Blue Öyster Cult นั่นเอง


“Jorah” – The Rocket Whale

หากคุณคิดว่าเพลงที่แต่งจาก Game of Thrones จะต้องเป็นเพลงบู๊เลือดสาดอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่าคิดผิดถนัด เพราะ The Rocket Whale จากประเทศไทยเรานี่เอง ที่หยิบเอาความรู้สึกแอบรักของ Sir Jorah Mormont ที่มีให้กับแม่มังกร Daenerys ขึ้นมาเขียนเป็นเพลงโพสต์ฮาร์ดคอร์ติดกลิ่นอีโมเมโลดี้สวย กลั่นอารมณ์เฟรนด์โซนออกมาอย่างเข้มข้นจนรู้สึกเฮิร์ทไปตาม ๆ กัน ก็ถือเป็นการหยิบยกประเด็นที่ไม่ค่อยมีใครโฟกัสในโลกเวสเทอรอสมาเล่าได้อย่างน่าสนใจ (ใครฟังแล้วชอบไปกดไลค์เพจวงกันต่อได้ที่เพจ The Rocket Whale)


“Loyalty” – Killswitch Engage

ในช่วงปี พ.ศ. 2557-2558 ทางช่อง HBO เลือกที่จะโปรโมต Game of Thrones ผ่านมิกซ์เทปชื่อว่า Catch the Throne โดยหลัก ๆ แล้วเป็นการรวมเพลงของศิลปินสายฮิปฮอป แต่ใน Catch the Throne: The Mixtape, Vol. 2 นั้น มีวงเมทัลโผล่มาแจมด้วยหลายวง ทั้งรุ่นใหญ่แห่งบิ๊กโฟร์สายแธรชเมทัลอย่าง Anthrax, วงเมทัลมากฝีมือ Mastodon และวงเมทัลคอร์ต้นตำรับอย่าง Killswitch Engage ก็ร่วมแจมกับเค้าด้วยเช่นกัน กับบทเพลงชื่อว่า “Loyalty” ที่ท่อนฮุกหยิบยกเอาม็อตโต้ของตระกูล Martell อย่าง “Unbent, Unbowed, Unbroken.” มาใส่ไว้ในเพลงด้วย ฟังแล้วฮึกเหิมมาก ๆ (Loyalty until the grave / Unbowed, Unbent / We are unbroken)

Fact: Hammerfall วงพาวเวอร์เมทัลรุ่นใหญ่นำม็อตโต้ดังกล่าวไปตั้งเป็นชื่ออัลบั้ม Chapter V: Unbent, Unbowed, Unbroken ด้วย


“Brother of the Night” (อัลบั้มเต็ม) – Seven Kingdoms

และหากพูดถึงเพลงเมทัลที่ได้รับอิทธิพลจาก Game of Thrones แล้วไม่พูดถึงวง Seven Kingdoms พาวเวอร์เมทัลจากฟลอริดาวงนี้ ลิสต์ของเราก็ดูจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งชื่อวง ชื่ออัลบั้มแรก และทุกบทเพลงของ SK แต่งขึ้นโดยอ้างอิงจากนิยายสุดเดือดของ George R. R. Martin คนนี้ทั้งสิ้น (จนไม่สามารถหยิบมาแนะนำทีละเพลงได้) เปิดกันด้วยเพลงอย่าง “Eyes of Summer” ก่อนจะพาเราไปเข้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในหลายส่วนของเจ็ดอาณาจักร ทั้ง “Stormborn”, “We Do Not Sow”, “Blackwater Rush” ลากยาวไปจนกระทั่งจบอย่างหนาวเหน็บในเพลงสุดท้าย“Winter Comes” – เนิร์ดจริง ๆ (แม้แต่ปกอัลบั้มก็ยังเป็นภาพวาดการกล่าวคำสาบานเข้าเป็น Night’s Watch เลยครับ!)


จริง ๆ แล้วยังมีเพลงที่เกี่ยวกับ Game of Thrones น่าหยิบยกขึ้นมาเขียนถึงอีกหลายสิบเพลง แต่เอาแค่พอหอมปากหอมคอแค่นี้ เก็บแรงและเวลาไว้ดูซีรีส์กันดีกว่าครับ อย่ามาเสียเวลาตรงนี้เลย (เอ้า!)

แล้วมาลุ้นไปพร้อมกัน เช้าวัน 15 เมษายนนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) เป็นต้นไปครับผม!