สำหรับคนที่ติดตามข่าวสารแวดวงเพลงเมทัลต่างประเทศ น่าจะรู้จักกับชื่อของ Knotfest เทศกาลดนตรีสุดโหดที่จัดโดยวง Slipknot กันอยู่บ้าง หลัก ๆ แล้ว Knotfest จะเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่ก็มีบ้างที่ทางวงจะนำเอาแฟรนไชส์เทศกาลดนตรีสุดโหดนี้ไปนอกประเทศ ทั้ง ญี่ปุ่น (ที่เราเคยไปมาเมื่อตอนปี 2014) รวมถึงแดนคนโฉดอย่างเม็กซิกที่จัดกันต่อเนื่องหลายปีติด และโคลอมเบียที่กำลังจะได้รับมอบความมันกันในปีนี้ ล่าสุด Corey Taylor แกนนำของวงและหัวเรี่ยวหัวแรงของเทศกาลดนตรีครั้งนี้ก็เปรยออกมาแล้วว่ากำลังจะทำเฟสติวัลนี้ให้เป็นทัวร์กันไปยาว ๆ ครับ

Corey พูดระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ The Jasta Show ของ Jamey Jasta นักร้องนำวง Hatebreed ว่าคิดเรื่องนี้ไว้พักหนึ่งแล้ว

“แน่นอน เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่พวกเราคิดกันไว้ และคือหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเราปั้นมันขึ้นมาในแบบที่คุณเห็นกันมา สำหรับเรา มันเป็นพื้นฐานของตัวแบรนด์เองเลยครับ มันคือการทำให้แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่เราจะสามารถสร้างมันให้เติบโตขึ้นต่อไปอีกได้ คุณไม่อยากจะไปแค่หนึ่งถึงล้านแล้วจบหรอกนะ”

“เพราะงั้น นี่แหละครับคือสิ่งที่เราคิดกันอยู่ ในอเมริกานี่มีที่ลงแน่ ๆ แล้ว และที่สำคัญเลยคือเราไม่กลัวที่จะทำให้มันหายไปเป็นปีแล้วค่อยเอามันกลับมาจัดใหม่อีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ มันไม่ได้หายไปตลอดกาลซะหน่อย เพราะเดี๋ยวเราก็จะไปจัดงานนี้กันที่ประเทศโคลอมเบียต่อ แต่ว่ามันไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นงานประจำปีซักหน่อยนี่ จัดครั้งนึงในประเทศนึง แล้วก็ไปทำในประเทศอื่น ๆ ในปีถัดไป มันไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นตลอดซักหน่อย แล้วคุณก็จะค่อย ๆ ทำให้แบรนด์ของคุณมันมีสเถียรภาพมากขึ้นอย่างมั่นคง และก็ทำเงิน แล้วก็ได้ทำอะไรเจ๋ง ๆ ด้วย”

ฟังพอดแคสต์การสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ด้านล่าง

ก่อนหน้านี้เทศกาลดนตรี Knotfest จะมีวง Slipknot เป็นเฮดไลน์ของงานมาโดยตลอด แต่ในปีที่แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากทางวงตัดสินใจไม่ขึ้นแสดงในงานด้วย ซึ่งสำหรับงานที่ประเทศโคลอมเบียที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ก็จะไม่มี Slipknot ขึ้นแสดงด้วยเช่นกันเนื่องจากสมาชิกวงกำลังแยกย้ายไปทำโปรเจ็กต์อื่น (Corey บอกว่าจะหยุดงานกับ Stone Sour และมาทำเพลงใหม่ของ Slipknot อีกครั้งในปีหน้า)

พอรู้แบบนี้ การจะได้เห็น Knotfest Thailand เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มคนฟังเพลงเมทัลในประเทศไทยจะสามารถแสดงศักยภาพในการควักเงินให้โปรโมเตอร์คอนเสิร์ตเห็นได้มากแค่ไหน นั่นแหละครับ คำตอบของคำถามว่าจะได้เห็นงานนี้ที่บ้านเรากันมั้ย!

[ ที่มา – Loudwire ]