stone-sour-corey-taylor-live

(ภาพประกอบ – Spencer Kaufman, Loudwire)

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา คอรีย์ เทย์เลอร์ ฟรอนต์แมน Slipknot และ Stone Sour ได้ไปให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ Nerdist Podcast เกี่ยวกับมุมมองที่เขามีต่อรางวัลแกรมมี่ ซึ่งเขาก็บอกเอาไว้ว่า “มันไม่มีความหมายอะไรเลย”

“ตอนนี้น่ะรางวัลในสาขา Best Metal Performance แม่งเหมือนกับการสุ่มปาลูกดอกเลย เพราะผมดูมันอยู่ แล้วก็รู้สึกว่าแบบ ‘เอางี้จริงเหรอวะ?'” เทย์เลอร์กล่าว “ผมเชื่อว่าเหตุผลที่เราชนะรางวัลนี้ได้ก็เพราะพวกคนเก่าแก่คิดกันว่า ‘นี่มันวง Slipknot! ฉันเคยอ่านบทความในแม็กกาซีนเกี่ยวกับพวกเขา พวกเขาอยู่มานาน โอเค พวกนายเอารางวัลไป พวกเด็กรุ่นหลังจะต้องมีความสุข;”

เทย์เลอร์กล่าวชื่นชมผู้จัดงานเมื่อตอนที่เขารู้ว่า Halestrom ได้รับรางวัล Best Hard Rock/Metal Performance เมื่อปี 2012 จากเพลง “Love Bites (So Do I)” แต่เขาก็รีบเข้าประเด็นต่อไปทันทีว่าเมื่อปี 2009 วง Judas Priest ก็ได้รางวัลสาขานี้จากเพลง “Dissident Aggressor” ที่ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1977

“Judas Priest ได้รางวัลจากเพลงฉบับการแสดงสดของเพลงที่พวกเขาปล่อยออกมาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว และเพลงไลฟ์เวอร์ชั่นอันนั้นมันก็เพิ่งออกมา 20 ปีหลังจากนั้น” เทย์เลอร์กล่าว “และพวกเขานำมันกลับมาปล่อยอีกครั้งเพราะว่ามันอยู่ในบ็อกเซ็ต และพวกเขา (แกรมมี่) ก็เอารางวัลไปมอบให้? ผมนี่รู้สึกแบบ ‘นี่มันเหี้ยอะไรวะ?’ เลยทีเดียว”

และเขาก็สรุปปิดท้ายว่า “มันไม่มีความหมายอะไรเลย ผมหมายถึงว่า มันเหมือนกับการพยายามจะแทงเข็มเข้าหาเข็มอีกอัน คุณมีรางวัลสาขาเมทัลแค่อันเดียว คุณมีรางวัลสาขาร็อกอยู่แค่อันเดียว และคุณให้รางวัลกับวงอย่าง Fun. ไป ผมนี่แบบ ‘เอาจริงเหรอวะ? ไหนบอกกูหน่อยซิว่ามีตรงไหนของ Fun. ที่แม่งเป็นวงร็อกบ้าง'”

นอกจากประเด็นเรื่องรางวัลแกรมมี่แล้วเขาก็พูดถึงเรื่องช่วงเวลาในลาสเวกัสที่ผ่านมา, จุดเริ่มต้นของวง Slipknot, เมืองโปรดของตัวเอง ฯลฯ ฟังพอดแคสต์แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ครับ

Slipknot เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึงเจ็ดครั้งด้วยกัน และก็เคยได้รับรางวัล Best Metal Performance เมื่อปี 2005 จากเพลง “Before I Forget” และวง Stone Sour ก็เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึงสามครั้ง แต่ยังไม่ได้รางวัลใด ๆ ครับ

นอกจากนี้คอรีย์ เทย์เลอร์ก็ประกาศแผนการออกหนังสือของตัวเองเล่มที่สาม ชื่อว่า You’re Making Me Hate Your ออกมาในวันที่ 30 มิถุนายนปีหน้าด้วยครับ

ที่มา – Loudwire