สำหรับกรณีดราม่าในแวดวงเพลงเมทัลในรอบสัปดาห์นี้คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าเรื่องราวของวง Exotype และค่ายเพลงต้นสังกัด Rise Records แล้วครับ

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อตอนเช้าของวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา วง Exotype ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดชื่อว่า “Stand Up” ซึ่งแต่งให้กับเหล่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์กราดยิงที่ไนท์คลับ Pulse ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาโดยฝีมือผู้ก่อการร้าย เหตุการณ์นี้นับเป็นหนึ่งในการฆาตกรรมหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา แต่ปัญหาก็คือทางค่ายต้นสังกัดไม่ได้ ‘จริงใจ’ ในการที่จะโปรโมตเพลงเพลงนี้ให้กับพวกเขาแต่อย่างใด

สตีเวน แม็คคอรีย์ นักร้องนำของวงแฉถึงเรื่องราวเบื้องหลังความสัมพันธ์อันย่ำแย่ของวง Exotype กับค่าย Rise เอาไว้ยาวเหยียดว่าทางค่ายปฏิเสธที่จะโปรโมตเพลงใหม่ของพวกเขา และในตอนนี้ชื่อของวง Exotype และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกันวงก็ถูกลบไปจากเว็บไซต์ของค่ายเรียบร้อยแล้ว (แม้ว่าทาง Rise จะยังคงจัดจำหน่ายและได้รับเงินจากการขายผลงานของพวกเขาอยู่ก็ตาม) ข้อความดังกล่าวมีดังนี้ครับ

“ฟังทางนี้ครับ ทั้งวงดนตรีและเหล่าศิลปิน! มาพูดถึงเรื่องของแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีกันซักหน่อย เราพูดได้ใช่มั้ย? มาพูดถึงสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณทุ่มเทเวลา, พลังงาน, อาชีพ, และชีวิตของคุณให้กับดนตรีและศิลปะกันเถอะ”

“ย้อนกลับไปในปี 2014 ซิงเกิล “Nanovirus” ของพวกเราสร้างความสนใจให้กับ ‘ค่ายเพลง’ Rise Records และความตื่นเต้นของพวกเราก็พุ่งพล่านขึ้นมากันมาก มีการตอบโต้อีเมลกันไปมาและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากมาย พวกเราเซ็นสัญญา และก็ได้พบกับดรีมทีมที่เต็มไปด้วยบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่ตัดสินใจและเลือกทิศทางในอาชีพและอนาคตของพวกเรา เราได้รับข้อเสนอในการออกทัวร์กับวง The Amity Affliction และพวกเราก็ได้เล่นในโชว์ที่ตั๋วขายหมดเกลี้ยงกันทุกคืน เราบันทึกเสียงอัลบั้มที่เราคิดว่ามันจะกลายเป็นงานที่เจ๋งโคตร ๆ กับโตอี้ สเตอร์จิส โปรดิวเซอร์มือระดับพระกาฬ และพวกเราก็กำลังไปได้สวย ก่อนที่จะมาถึงช่วงขาลง”

“เรื่องแรก พวกเขาพยายามที่จะจัดการพวกเราให้เข้าที่เขาทางด้วยการให้เปลี่ยนโลโก้และแบรนดิ้งของพวกเรา พวกเขาไม่ชอบมันและต้องการจะให้เราเปลี่ยนมันซะ แต่เรายืนกรานคำเดิม โดยเฉพาะหลังจากที่สมาชิกบางคนในวงไปสักโลโก้ของเราบนมือมาเรียบร้อยแล้ว มันคือแบรนด์ที่พวกเราเชื่อมั่น และมันเป็นอะไรบางอย่างที่เราใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการพัฒนามันขึ้นมา เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องคุยเกี่ยวกับสัญญาและการต่อรองกัน มันมีการพูดคุยเกี่ยวกับการนำเพลงของเราไปเปิดบนวิทยุด้วย และก็เป็นเพลง ‘Wide Awake’ ที่เป็นซิงเกิลแรกที่พวกเราถูกบังคับให้ปล่อยออกมา ถ้าคุณได้ฟัง ‘Wide Awake’ ก็คงจะเห็นได้ชัดว่ามันคงไม่ถูกนำไปเปิดบนวิทยุในช่วงเร็ว ๆ นั้นหรอก แต่เราก็เชื่อพวกเขา และในทัวร์กับวง The Amity Affliction ที่บอกไปก่อนหน้า มันเป็นช่วงเดียวกับสัปดาห์แรกในการวางจำหน่ายอัลบั้มของพวกเรา ซึ่งมันแปลกมากเพราะพวกเราไมไ่ด้แผ่นซีดีสำหรับนำไปขายระหว่างการออกทัวร์เลยซักแผ่นเดียว”

“จากที่พวกเราลองคำนวณปริมาณคนดูในทัวร์นั้นและจำนวนของเสื้อผ้าของวงที่ได้ขายออกไป เราประมาณการกันว่ายอดขายของอัลบั้มมันควรจะได้มากกว่านี้ หลังจากนั้นเราไม่เคยได้รับการโปรโมตทัวร์อื่น ๆ จากทาง Rise Records อีกเลย ซึ่งเป็นผลพวงจากการทำยอดขายสัปดาห์แรกได้ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนและการปฏิบัติการอันย่ำแย่ของ Rise Records เอง”

“มาพูดถึงวิธีการที่ Rise Records ปล่อยปละละเลยเราบ้าง เพราะว่าพวกเราก็ไม่ได้อยู่กับค่ายนี้อีกต่อไปแล้ว ในทัวร์เดียวกันกับวง Amity Affliction ที่กล่าวมาก่อนหน้า เราจ้างทัวร์เมเนเจอร์ของเราเองด้วย หลังจากที่ได้รับตัวเขาขึ้นมาจากเท็กซัสและออกไปทำการแสดงด้วยการมาหลายวัน เราก็ได้รับข้อความจากเครก อีริกสัน [เจ้าของค่าย] บอกว่าผู้จัดการทัวร์คนนี้ของเราเป็น ‘เนื้อร้าย’ และจะต้อง ‘ตัดเขาทิ้งไว้ข้างถนนเพียงลำพัง'”

“อืมมม ไม่ล่ะ เสียใจด้วย นั่นมันมนุษย์นะ หลังจากนั้นพวกเราก็มารู้ว่าเครกมีปัญหาส่วนตัวกับเขาคนนี้ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวง Exotype เลย เราบอกเขาว่าเราจะไม่จ้างเขาในทัวร์นี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ แต่การที่เราการันตีรายได้กันได้แค่เพียง 150 ดอลลาร์ต่อคืนมันก็ทำให้เราซื้ออะไรกินกันได้ลำบากพอตัว และเราก็ไม่มีเงินจะซื้อตั๋วเครื่องบินส่งเขากลับบ้านด้วย เขาก็เลยไปกับเราต่อในฐานะผู้โดยสาร ผู้คนก็พูดเรื่องนี้กันและเรื่องมันก็ไปถึงหูเครกว่าเราไม่ได้ปล่อยเขาไว้ที่ปั๊มน้ำมันกลางทะเลทรายในรัฐแอริโซน่า และสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้เราก็อธิบายได้ดีที่สุดเพียงแค่ว่ามันคือความโมโหฉุนเฉียวของคนแก่คนหนึ่ง”

“เขาผลักเราออกจากแผนการทัวร์ครั้งใหม่ รวมถึงเทศกาลดนตรี Warped Tour และก็พูดคำพูดประมาณว่า ‘พวกแกอยากจะทำลายความสัมพันธ์กับค่ายเพลงของตัวเองมากงั้นสินะ ได้เวลารับบทเรียนแล้ว'”

“หลังจากนั้นมา Rise Records ก็ปฏิเสธที่จะรีโพสต์ทุก ๆ การอัพเดตของวงพวกเรา ไม่มีอะไรจากเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดียออกมาอีกเลย พวกเขาจ้างผู้จัดการแบบวันต่อวันมาเพื่อทำให้พวกเราอยู่ไม่ได้กันไปทีละนิดทีละหน่อย เราไม่ได้รับการโปรโมตทัวร์ใด ๆ อีกเลย และเราก็ถูกทอดทิ้งจนได้ ผลก็คือพวกเราไม่มีค่ายเพลงหนุนหลังเราอีกต่อไปแล้ว เราสูญเสียตัวแทนของเราไป รวมถึงทีมจัดการของเราด้วย และเราถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ตายตรงนี้ เราดึงเอาความเห็นอกเห็นใจจากก้นบึ้งหัวใจของพวกเราและเงินของเรามาทุ่มทุนทำมิวสิควิดีโอสำหรับเพลง “Stand Up” ซึ่ง Rise Records โพสต์บนโซเขียลมีเดียให้ มันคือสิ่งสุดท้ายที่เราได้รับจากค่าย Rise Records”

“Alternative Press ปล่อยมันออกมาเจ้าแรกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ Rise ก็รีโพสต์มันลงบนเฟซบุ๊กของค่าย แต่ว่ามันดันมีเจ้าไอคอนเฟืองเล็ก ๆ อยู่ในโพสต์แทนที่จะเป็นไอคอน “ลูกโลก” แบบปกติ พวกเขาโพสต์มันให้เราได้เห็นกันแค่ที่เดียว เพื่อที่จะให้เราหุบปากลง พวกเขาตั้งใจเขี่ยพวกเราทิ้งด้วยการทำให้เราพวกเห็นว่าพวกเขากระจายข่าวให้แล้ว แต่กลายเป็นว่าไม่มีคนอื่นได้เห็นอีกเลย”

“คิดดูให้ดีนะครับ นี่เป็นวิดีโอที่พวกเราอุทิศให้กับเหยื่อในการกราดยิงที่คลับ The Pulse ในเมืองออร์แลนโด้บ้านเกิดของพวกเรา มันเป็นมิวสิควิดีโอที่พวกเราทุ่มเงินและความพยายามอย่างมากในการทำมันขึ้นมา เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความโหดร้ายและน่ากลัวที่เกิดขึ้น และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกขึ้นเพื่อตัวพวกเขาเองและสิ่งที่พวกเขาเชื่อ Rise เลือกที่จะเอาความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอยู่เหนือเรื่องธุรกิจ และปล้นวิดีโอนี้ไปจากวงการดนตรีเพียงเพื่อเพราะอาฆาตแค้นพวกเรา มันเป็นเรื่องน่าขยะแขยงมาก”

“พวกเราจะลุยให้หนักกว่านี้ นั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเรารู้ว่าทำยังไง เราจะมีซิงเกิลใหม่ออกมาในเร็ว ๆ นี้ งานนี้ร่วมโปรดิวซ์โดยโจอี้ สเตอร์จิสและแม็ต จอห์นสัน และจะมีมิวสิควิดีโอตามมาในภายหลัง เรามีเอเจนต์แล้ว และเรามีผู้จัดการวงแล้ว เราจะไม่ไปไหนทั้งสิ้นและจะยังคงเดินหน้าด้วยสิทธิ์และเสียงของเราต่อไป เราไม่กลัวที่จะพูดมันออกมา และเราไม่กลัวที่จะลุกขึ้นเพื่อสิ่งที่พวกเราเชื่อ”

“ควย Rise Records”

ตอนนี้ยังไม่มีฟีดแบ็คจากทางค่าย Rise Records เกี่ยวกับดราม่าเรื่องนี้ออกมาแต่อย่างใดครับ และตอนนี้เราก็ไม่สามารถรับขมมิวสิควิดีโอเพลง “Stand Up” นี้ได้แล้วด้วยเพราะแชนแนลของทางค่ายได้ตั้งค่าเป็นส่วนตัวไปเรียบร้อย หากมีความคืบหน้ายังไงจะนำมิวสิควิดีโอมาอัพเดตให้ชมกันในภายหลังครับ

ที่มา – Rock Feed