the-rev
(ภาพประกอบ – Avenged Sevenfold Spain)

วันนี้เมื่อปี 2009 วงการเพลงเมทัลต้องสูญเสียนักดนตรีไฟแรงไปหนึ่งคน เขาคนนั้นคือ จิมมี่ “เดอะเรฟ” ซัลลิแวน หรือชื่อจริง เจมส์ โอเวน ซัลลิแวน มือกลอง Avenged Sevenfold วงเมทัลขวัญใจมหาชนที่มาแรงที่สุดแห่งยุคจากแคลิฟอร์เนีย เขาถูกพบว่าเสียชีวิตในบ้านพักของตัวเอง หลังจากนั้นไม่กี่วันเจ้าหน้าที่ก็เผยผลชันสูตรออกมาให้แฟนเพลงได้ทราบกันว่า เดอะเรฟเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดด้วยวัยเพียง 28 ปี

เดอะเรฟเกิดเมื่อปี 1981 ณ ฮันติงตันบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ร่วมก่อตั้งวง Avenged Sevenfold กับเพื่อนอีกสี่คนคือเอ็ม ชาโดว์, ซินิสเตอร์ เกตส์, แซ็คกี้ เวนเจินซ์ และแม็ต เวนด์ต (อดีตมือเบส) เมื่อปี 1999 ฝากผลงานไว้กับวงถึงสี่อัลบั้มคือ Sounding the Seventh Trumpet (2001), Waking the Fallen (2003), City of Evil (2005) และ Avenged Sevenfold (2007)

หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว ในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2010 ก็มีการจัดพิธีศพให้เขาตามระเบียบ หลังจากนั้นไม่นานสมาชิกเพื่อนร่วมวงที่เหลืออยู่ทั้งสี่คนก็ประกาศออกอัลบั้มใหม่ชื่อว่า Nightmare ซึ่งทั้งสี่ก็บอกไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนเริ่มแรกเลยว่าอัลบั้มนี้ ‘อุทิศ’ ให้กับเพื่อนคนนี้ มีหลายเพลงที่เกี่ยวกับเดอะเรฟโดยตรง เช่นเพลง “So Far Away” เพลงช้าสุดซึ้งที่เขียนโดยซินิสเตอร์​ เกตส์ มือกีตาร์และเพื่อนสมัยเด็กของเขาเอง ซึ่งเพลงนี้ก็ทำมิวสิควิดีโอที่เล่าถึงเรื่องราวของเขาโดยตรงอีกด้วย

นอกจาก “So Far Away” แล้วก็ยังมีเพลง “Fiction” ที่เดอะเรฟเป็นคนแต่งรวมอยู่ในอัลบั้ม Nightmare ด้วย เขาแต่งทิ้งไว้สามวันก่อนตัวเองจะเสียชีวิต ทางวงได้นำเสียงของเขาที่ร้องไว้เป็นเดโมมาใช้ในเพลงเวอร์ชั่นไฟนอลใส่ลงไปในอัลบั้มด้วย เอ็ม ชาโดว์และซินนิสเตอร์ เกตส์ เคยให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ Hard Drive Radio เกี่ยวกับเพลงนี้เอาไว้ว่า

“…สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดเกี่ยวกับมันก็คือมีเพลงอยู่เพลงนึงในอัลบั้มชื่อว่า “Fiction” (เป็นชื่อเล่นที่เดอะเรฟใช้เรียกตัวเอง) ซึ่งตอนแรกที่เขียนใช้ชื่อเพลงว่า “Death” และเพลงนี้คือเพลงสุดท้ายที่เดอะเรฟได้เขียนเอาให้กับอัลบั้มนี้ ตอนที่เขาทำเพลงนี้เสร็จเขาบอกว่า ‘มันใช่เลย นี่แหละคือเพลงสุดท้ายของอัลบั้มนี้’ แลัวหลังจากนั้น สามวันถัดมา เขาก็ตาย”

เดอะเรฟเคยได้รับรางวัลมือกลองยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัล Revolver Golden Gods Awards ปี 2010 โดยได้สมาชิกครอบครัวและเพื่อนในวง A7X มาเป็นผู้รับมอบรางวัลแทนตัวเขาที่จากไปแล้ว และนอกจากนี้แล้วเขายังถูกผู้อ่านนิตยสาร Ultimate Guitar โหวตให้เป็นหนึ่งในสิบมือกลองยอดเยี่ยมตลอดการที่อันดับ #8 อีกด้วย โดยคนที่อยู่ในอันดับสูงกว่าเขาก็คือคีธ มูน แห่งวง The Who ส่วนคนที่ได้อันดับถัดจากเขาในการโหวตครั้งนี้คือ บิล วาร์ด แห่งวง Black Sabbath เรียกว่าฝีมือไม่ฟัดเหวี่ยงกับบรรดารุ่นพี่และรุ่นใหญ่ได้สบาย ๆ

เดอะเรฟมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนกรุงเทพฯ หนึ่งครั้งในปี 2007 ตอนที่วง Avenged Sevenfold มาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานแถลงข่าวที่โรงแรมเรดิสสัน พระราม 9 มาด้วยครับ จากการได้พบกันในระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเขาเป็นคนที่เฮฮาที่สุดในวง ดูแล้วเป็นคนที่มิตรสหายเยอะพอสมควรและก็เข้ากับคนง่ายน่าดู ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายจริง ๆ ที่เราต้องเสียทั้งนักดนตรีฝีมือดี และเสียมิตรสหายที่น่าคบหาไปด้วยในคราวเดียวกัน

หลังจากที่วง Avenged Sevenfold ตัดสินใจเดินหน้าต่อโดยไม่มีเขา ทางวงได้เชิญไมค์ พอร์ตนอย มือกลอง Dream Theater มาเป็นสมาชิกออกทัวร์ด้วยอยู่พักหนึ่ง และเมื่อออกเดินทางก้าวใหม่กันมาได้ถึงจุดหนึ่ง ลุงไมค์ก็ต้องออกจากวงไปเนื่องจากสมาชิกคนอื่นในวงต้องการจะมีสมาชิกคนใหม่อย่างถาวรแล้ว และก็เป็นอริน อิลลิเจย์ มือกลองจากวง Confide ที่เข้ามานั่งในตำแหน่งนี้ต่อจากเขามาจนถึงปัจจุบันนี้ ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่นาน แต่แฟนเพลงก็ยอมรับได้มากแล้ว ยินดีด้วยครับ

สำหรับคนที่มีโอกาสได้ไปสหรัฐอเมริกา หากอยากไปเยี่ยมเยียนเดอะเรฟสามารถไปรับชมกลองชุดของเขากันได้ กลองชุดที่เดอะเรฟใช้ระหว่างออกทัวร์ Taste of Chaos เมื่อปี 2008 จัดแสดงอยู่ที่โรงแรมฮาร์ดร็อกในลาสเวกัส ส่วนกลองชุดที่เขาใช้ระหว่างปี 2007 จัดแสดงอยู่ที่ฮาร์ดร็อกคาเฟ่ในเมืองแกทลินเบิร์กในรัฐเทนเนสซีครับ

และในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้วง Avenged Sevenfold ก็จะกลับมาเปิดการแสดงในประเทศไทยอีกครั้งที่อิมแพ็คต์อารีน่า เมืองทองธานี ถึงแม้การมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้จะไม่มีเดอะเรฟแล้ว แต่เขาจะอยู่ในใจของแฟนเพลงตลอดไปครับ เชื่อว่าทุกครั้งที่วงเล่นเพลงเก่า ๆ แฟนเพลงจะนึกถึงเขาอย่างแน่นอน…

…อย่างน้อยก็มีผมแล้วคนนึงล่ะ!

#RIPTHEREV