(บทความนี้เขียนจากความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนที่มีต่อ Chester Bennington)

เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว ไม่ทันไรก็ครบ 3 ปีแล้วกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ Chester Bennington นักร้องนำวง Linkin Park ผู้ฝากผลงานคุณภาพประดับให้กับวงการดนตรีมากมาย อีกทั้งยังมอบแรงบันดาลใจและจุดประกายฝันของการเล่นดนตรีของใครหลาย ๆ คนทั่วโลก

สำหรับการฟังเพลงเชื่อว่าใครหลาย ๆ คนจะมีภาพความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวถ้าเพลง ๆ นั้นไปตรงกับจังหวะชีวิตเราช่วงใดช่วงหนึ่ง อยากเช่นฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงตอนเรียนประถม, ฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงตอนอกหักครั้งแรก หรือฟังเพลงนี้นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปมา ซึ่งผมเองก็มีความรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่เคยมีเพลงไหนที่บันทึกความเศร้าทุกครั้งที่ได้ฟัง รู้สึกอยากร้องไห้ทุกครั้งที่ได้ยิน จนกระทั่งได้ฟังเพลง “One More Light” หลังจากที่ Chester Bennington จากไป

แม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ Mike Shinoda เขียนขึ้นมาร่วมกับ Francis White นักแต่งเพลงและโปรดิวซ์เซอร์ชาวอังกฤษ แต่น้ำเสียงและอารมณ์ที่ Chester ถ่ายทอดออกมามันทะลุแทรกซึมเข้าไปในความรู้สึกอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นข้อความที่มาจาก้นบึ้งหัวใจของ Chester ทุก ๆ ประโยค ทุก ๆ พาร์ต ทุก ๆ ท่อน โดยเฉพาะเนื้อร้องท่อนฮุคที่ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “Who cares if one more light goes out Well I do Well I do” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ใครเล่าจะมาสนใจเมื่อแสง ๆ หนึ่งได้ดับไป ฉันเองไง ฉันเองไง” ใช่ เราสนใจและทุกคนทั้งโลกก็สนใจในวันที่ดาวที่ส่องแสงที่ชื่อว่า Chester ได้ดับลงไป แต่มันก็สายเกินไปแล้ว โรคร้ายได้พรากชีวิตผู้ชายที่เราเติบโตมากับเสียงร้องของเค้าตลอดระยะเวลานับ 10 ปี มีความทรงจำดีมากมายตลอดเวลา และเหมือนคนสนิทใกล้ชิดได้หายไปจากชีวิตของเรา มันน่าเศร้า น่าเศร้ามากจริง ๆ

แต่ความเศร้ามันไม่จบลงแค่การจากไป แต่มันได้ถูกบันทึกไว้บทเพลง “One More Light” ทุก ๆ ครั้งที่เพลงนี้บรรเลงขึ้นเมื่อไหร่ ความรู้สึก ณ วันที่ 20 กรกฏาคม 2017 จะกลับมาราวกับได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปช่วงเวลานั้นจริง ๆ ทุกความทรงจำ ทุกความรู้สึกในวันนั้นยังคงชัดเจน และจะยังคงชัดเจนตลอดไป

ด้วยรักและอาลัย แด่ Chester Bennington