Nergal ฟรอนต์แมนจากวง BEHEMOTH ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับซาวด์ของวงเมทัลในปัจจุบันกับทาง Australia’s Heavy โดยเจ้าตัวมองว่าซาวด์มันหุ่นยนต์มากเกินไป ขาดความออร์แกนิก ดังนี้ครับ

“ทุก ๆ วงในทุกวันนี้ คุณลองไปคุยดูซิ ไม่ว่าจะเป็นวงแนวเฮฟวี่ เมทัล, แธรช, เดธ หรืออะไรก็ตาม พวกเขาก็จะบอกว่า ‘พวกเราจัดการซาวด์แบบออร์แกนิก’ (หมายถึงไม่ผ่านการปรุงแต่งโดยโปรแกรมเลียนแบบเสียง และไม่มีการแก้ซ้ำในแทร็กเดิมหลังจากอัดเสร็จ) แต่พอผมได้ไปฟังผลงานของวงเหล่านั้นก็พบว่า ‘บักปอบมันบ่มีซาวด์ออร์แกนิกเลยเด้อสู’ 90 เปอร์เซ็นของอัลบั้มซาวด์ที่ออกมันคือหุ่นยนต์

มันมีทั้งเสียงคลิ๊ก, เสียงคิ๊ก (กระเดื่อง), เสียงสแนร์ ทุก ๆ พาร์ตของดนตรีมันเหมือนกันไปหมดเลย มันไม่ใช่ออร์แกนิกซักหน่อย ถ้าซาวด์ออร์แกนิกมันจะต้องมีไดนามิกขึ้นลงตอนที่จังหวะดนตรีผันผวนสิ นั่นแหล่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเลือก Joe Barresi มามิกซ์เพลงให้ คุณต้องรู้จักเขาจากผลงานร่วมกับวง Nine Inch Nails, Queen Of The Stone Age, Monster Magnet และวงร็อกอีกมากมายก่ายกอง Slipknot ก็ด้วยนะ แบบเบสิคเลย พวกบรรดาวงร็อกเอย วงเมนสตรีมเอย

สิ่งที่แกทำคือการมิกซ์แบบโอลด์สคูล แกไม่ได้ใช้โปรแกรม Pro Tools ผมหมายความว่าในตอนแรกเขาใช้ Pro Tools อัด แต่หลังจากนั้นตอนที่อัดเสร็จแล้ว 1 เพลง เขาก็จะดึงไอพวกที่เป็นซาวด์แบบคอมพิวเตอร์ออกทั้งหมดและเริ่มมิกซ์จากศูนย์ใหม่เลย

แล้วถ้าคุณไปบอกว่า ‘ผมมีบางอย่างต้องการจะปรับจากเพลงที่อัดไปแล้ว’ แกก็จะตอบกลับมาว่า ‘ขอโทษด้วย กระบวนการอัดจบไปแล้ว ถ้าจะเอาคุณก็ต้องจ่ายเงินมาอีกรอบ’ ดังนั้นมันจึงหมายความว่าจบคือจบ คุณอย่าพยายามไปแก้ไขแบบไม่มีที่สิ้นสุดแบบนั้น เพราะมันคือความสวยงามไง ช่วง 20-30 ปีก่อนเขาก็ทำกันแบบนี้นะเออ

ทุกวันนี้นะ คุณสามารถทำเพลงออกมาให้สมบูรณ์แบบได้ แต่มันก็จะพาคุณไปอยู่ในจุดที่ไม่สามารถฟังเพลงพวกนี้ได้เหมือนกัน เพราะว่าไอความสมบูรณ์แบบมันทำให้น่าเบื่อไง

การใช้ชีวิตมันไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบหรอก แต่นั่นแหล่ะมันคือเหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ดังนั้นเราจะไปขัดเกลาผลงานเพลงให้มันสมบูรณ์แบบทำไมหล่ะ? ผมไม่เข้าใจจริง ๆ เลย โดยเฉพาะกับเพลงแนวเอกซ์ตรีม มันต้องมีความแปลกดิ มันต้องมีความท้าทายดิ แต่ไอความท้าทายนั่นมันหายไปไหนหมดแล้ว? ดังนั้นผมจึงอยากดึงมันกลับมาสู่ดนตรีของพวกเรา มันเคยเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามปกติ แต่บางทีอัลบั้มล่าสุดของผม (Opvs Contra Natvram) อาจจะมีสิ่งนั้นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็เป็นได้”

ที่มา : blabbermouth