ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีมิตรสหายรอบตัวหลายท่านตื่นเต้นกับการได้รู้ว่าภาพยนตร์สารคดีของ Ryuichi Sakamoto ศิลปินและคอมโพเซอร์ระดับตำนานของญี่ปุ่นกำลังจะเข้าฉายในประเทศไทย

ในฐานะขาจรที่พอรู้จักชื่อเสียงของลุงแกนิด ๆ และไม่ได้ติดตามผลงานแบบเกาะติด ก็แอบหวั่นกับการต้องมานั่งดูสารคดี Ryuichi Sakamoto: CODA อยู่ไม่น้อยเพราะกลัวจะไม่อินจนกลายเป็นอึดอัด แต่โชคดีที่สารคดีความยาว 100 นาทีเรื่องนี้ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น

หนังพาเราไปเห็นวิธีการทำงาน ไปสัมผัสถึงแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิต และเกี่ยวกับโลกใบนี้ที่สามารถเก็บมาคิดต่อได้ ส่วนที่ชอบที่สุดคือการที่หนังสามารถบิลด์ให้เราอินและตื่นเต้นไปกับการสร้างผลงาน การค้นพบซาวด์ที่ใช่จากในสถานที่และสถานการณ์ต่าง ๆ ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าผลงานเหล่านี้มันขลังขึ้นกว่าการรับรู้เดิมที่มีมาก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว

 

 

นอกจากช่วงเวลาในไทม์ไลน์ปัจจุบันที่ Stephen Nomura Schible ตามติดคุณลุง Sakamoto แกอยู่กว่าห้าปี ผ่านการต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ลำคอที่เป็นจุดเปลี่ยนทางความคิด จนหายดีและกลับมาเดินหน้าทำงานต่อ บางช่วงของเรื่องก็มีการย้อนกลับไปให้เราได้เห็นเส้นทางความสำเร็จในช่วงทศวรรษ 1980s ทั้งในฐานะนักดนตรี และในฐานะคนทำเพลงประกอบภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์คนแรกที่เป็นชาวเอเชีย รวมถึงแสดงให้เราเห็นมุมของการเป็นนักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อยุติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ส่วนที่ชอบที่สุดสำหรับเราคือการมีส่วนร่วมของเปียโนที่รอดพ้นจากคลื่นซึนามิถล่มตอนต้นเรื่อง ในทีแรก Sakamoto ไม่ชอบเสียงเพี้ยนแปร่งของมันเท่าไหร่นัก แต่หลังจากที่หนังพาเราไปเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงการเปรียบเปรยว่าที่จริงแล้วเสียงเปียโนที่เพี้ยนไปแบบที่มนุษย์เข้าใจ แท้จริงก็คือการกลับสู่สถานะที่เป็นธรรมชาติของมันอีกครั้ง และในท้ายที่สุดเจาก็ยอมรับว่าชอบในเสียงที่เป็นธรรมชาติของเจ้าเปียโนพัง ๆ ตัวดังกล่าวในที่สุด

สำหรับคนที่คิดจะดู ถ้าอยากรับรู้ความเป็น Ryuichi Sakamoto = ได้แน่นอน / อยากฟินกับความยิ่งใหญ่ของการสร้างบทเพลง = ไม่ผิดหวัง / อยากได้แนวคิดเกี่ยวกับชีวิตไปนั่งพินิจพิเคราะห์กันต่อนอกโรงหนัง = รับประกันว่าไม่เสียเวลาเปล่า

 

 

ถึงโดยรวม Ryuichi Sakamoto: CODA จะเป็นสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์/ศิลปินที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องเรียนย้ำให้ชัดอีกครั้งว่า ไม่เหมาะกับแฟนเพลงขาจร (ถ้าเป็นสาวกอยู่แล้วจะฟินมาก พิสูจน์แล้วจากรุ่นน้องที่ไปด้วยกัน) เพราะตัวเรื่องไม่มีการปูทางหรือเกริ่นนำใด ๆ ทั้งสิ้น ทางที่ดีควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นไว้ให้พร้อมก่อน เพื่อการรับชมอย่างมีอรรถรสและไม่เกิดอาการเบื่อหรือง่วงหลับระหว่างทางครับ เพราะหนังมันดีจริง ๆ นะ!

และสำหรับใครที่อยากดู ก็เตรียมตัวกันไว้ให้ดี เพราะกำลังจะเข้าฉายในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว:

– เริ่มฉายจริง : 27 ก.ย.ที่ SF และ Bangkok Screening Room / 4 ต.ค. ที่ House RCA

ขอบคุณ Documentary Club ที่ชวนไปดูรอบสื่อครับผม :)

ผู้ร่วมก่อตั้ง และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเว็บไซต์แห่งนี้ (เพราะมีเวลาว่างมากกว่าเพื่อนคนอื่นที่ทำด้วยกัน) ฟังเพลงป๊อปได้ ไม่ใช่ปัญหา เป็นคนพูดน้อย เวลาอยู่คนเดียวแทบไม่พูดอะไรเลย

CONTACT:
EMAIL | FB | IG | TW