หลายคนอาจงงว่าทำไมจู่ ๆ Headbangkok ถึงหันมาเขียนรีวิวหนังทั้ง ๆ ที่เป็นเว็บไซต์ดนตรีสายหนัก ที่จริงแล้วเราอยากจะเขียนอะไรก็ได้ที่คนไลฟ์สไตล์เดียวกันจะสามารถอินและคุยกันรู้เรื่องได้ แต่มันไม่ค่อยว่าง ก็เลยเลือกที่จะโฟกัสเรื่องเพลงเป็นหลักก่อน ส่วนคอนเทนต์รองอื่น ๆ จึงตามมา

สำหรับโพสต์นี้ก็เช่นกัน เนื่องในวาระที่ El Camino ภาพยนตร์ภาคต่อครั้งแรก จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของซีรีส์พ่อค้ายาในตำนานอย่าง Breaking Bad ออกฉายให้ชมกันทาง Netflix เราเชื่อว่ามิตรสหายผู้อ่านของเว็บไซต์เราหลายท่านก็ติดตามอยู่ และควรค่าแก่การเล่าสู่กันฟังผ่านรีวิวสักหนึ่งบทความ

จากที่เกริ่นไปข้างต้นว่ามันคือหนังภาคต่อ เพราะฉะนั้น สปอยล์แน่นอน ใครที่ยังไม่เคยดู Breaking Bad หรือยังดู El Camino ไม่จบ ปิดรีวิวนี้แล้วไปหาอะไรที่มีประโยชน์กับชีวิตกว่านี้ทำได้เลยครับ

El Camino เล่าเรื่องราวต่อจากตอนจบซีรีส์ Breaking Bad ตอนที่ Walter White บุกไปช่วยนำตัว Jesse Pinkman ออกมาจากการจองจำให้ทำยาแบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน สิ่งที่เราเห็นในซีรีส์ตอนนั้นคือการขับรถหลบหนีของ Jesse ที่ทิ้งคำถามไว้ในใจมากมาย ว่าสุดท้ายแล้วตัวละครตัวนี้จะดำเนินชีวิตไปทางไหนต่อ (ไม่เหมือนกับ Walter ที่ปิดตำนานไปในโมเมนต์เดียวกันแล้ว)

โดยรวมแล้วหนังไม่ได้มีฉากระห่ำเดือดให้เราได้ชมกันมากนัก และไม่ค่อยมีซีนให้ลุ้นกัน การดำเนินเรื่องเน้นไปที่การเสริมจุดที่ขาดหายไปในตอนจบซีซันก่อนให้สมบูรณ์ รวมถึงพาเราไปสำรวจตัวตนที่เปลี่ยนไปของ Jesse Pinkman ว่าวงการยาเสพติดที่เขาเลือกเดินได้เปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่งไปในทิศทางใด (พูดเป็นน้ำพุเลย)

สิ่งที่ต้องชื่นชมจริง ๆ คือแววตาของ Aaron Paul ที่สวมบทเป็นเด็กหนุ่มผู้แตกสลายได้อย่างเข้าถึง และหนังก็ใจร้ายประมาณนึงเลยที่พรากหลาย ๆ อย่างไปจากเขาอีก Jesse สูญเสียอะไรไปมากมายตลอดหกซีซันที่ผ่านมา แต่ในหนังภาคจบนี้เขาก็ยังต้องแลกครอบครัวและโลกใบเก่า เพื่อต่อลมหายใจให้ยืดออกไป รวมถึงสลัดหนีจากการไล่ล่าของทั้งตำรวจและฝ่ายร้ายให้ได้อย่างถาวร

El Camino คือส่วนประกอบที่ทำให้จักรวาล Breaking Bad ปิดม่านลงได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบตามที่ควรจะเป็น และเราไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย กับการที่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่เข้าไปในซีรีส์ จนต้องทำเป็นหนังภาคแยก ลองนึกดูว่าถ้าเราได้ติดตามเรื่องราวของเขากันต่อหลังจากเหตุการณ์ปิดตำนาน Walter White ไป ตอนจบดังกล่าวก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่เรารู้สึกกันในตอนนั้น (เพราะจะถูกเหตุการณ์ aftermath ของ Jesse แย่งซีน) และเราก็คงไม่โหยหาตัวละครเหล่านี้กันมากเท่าในตอนนี้ ก็คงต้องบอกว่า เป็นภาคแยก ภาคจบ ที่ปล่อยออกมาได้ถูกกาลเทศะมากจริง ๆ

พูดในฐานะหนึ่งคนที่ติดตาม Breaking Bad หากต้องตัดสินคะแนนเป็นตัวเลข ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใช้เกณฑ์อะไรเหมือนกัน ก็คงต้องบอกว่า 10/10 แน่นอน อิ่มเอมและใจหายที่ต้องบอกลาตัวละครที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไป แต่ก็ยอมรับว่า มันคือวิธีปิดม่านการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวาล Breaking Bad แห่งนี้จริง ๆ

ปล. ฉากที่ให้ Jesse ลองวิ่งว่าจะหลุดจากราวโซ่ตรวนได้หรือเปล่า เจ็บปวดชิบหายเลยครับ