วงอันเดอร์กราวด์ในทุกวันนี้แม้จะมีช่องทางเผยผลงานในอินเทอร์เน็ตแล้วแต่ก็ถือว่ายังเป็นหนทางที่ยังไปได้อย่างไม่เรียบง่ายซักเท่าไหร่ เพราะสื่อกระแสหลักไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก อาจเป็นเพราะตัวเพลงที่เข้าถึงและเข้าใจได้ยาก เรียกเรตติ้งได้น้อยกว่าเพลงแนวอื่น ๆ เหตุนี้จึงทำให้วงดนตรีที่ต้องการไปให้สู่จุดที่เรียกว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ได้ในโลกข้างบนนั้นมีน้อยมาก หนึ่งในนั้นคือวง Sweet Mullet ครับ

Sweet Mullet เริ่มก่อตั้งวงเมื่อปี 2003 กับกลุ่ม Screamlab ในตอนนั้นมีวง Bikini, Retrospect, Housetrap, Empty Glass Means Nothing ร่วมกันอยู่ด้วย ในปีเดียวกันนั้นเองทางวงได้ปล่อยอีพี Panaphobia ออกมาวางขายตามคอนเสิร์ตใต้ดิน (รวมถึง Fat Festival ด้วย) ผลงานของพวกเขาได้เปิดในคลื่น Fat Radio ในช่วง Bedroom Studio ที่เน้นผลงานสายอินดี้และอันเดอร์กราวด์เป็นหลัง ซึ่งตอนนั้นวงการเพลงนอกกระแสบ้านเรากำลังกลับมาพีคพอดีทำให้ผลงานของ Sweet Mullet เป็นที่รู้จักมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และปัจจุบันอีพีชุดนี้หายากมาก ๆ

ในอีพีชุดดังกล่าวซาวด์ของพวกเขาเป็นอีโม/โอลด์สคูลสครีโมที่จัดจ้าน ก้าวร้าว แต่มีเมโลดี้ที่สวยงามและโดดเด่น ดนตรีเน้นสื่อสารอารมณ์บีบคั้น ได้รับอิทธิพลจากวงอย่าง Deftones, Glassjaw เป็นหลัก (นับเป็นวงแรก ๆ ในบ้านเราที่เลือกเล่นดนตรีแนวนี้)

ผ่านไปอีกหนึ่งปีทางวงมีโอกาสได้ออกผลงานในอัลบั้ม compilation กับค่าย Genie Records ชื่อว่า Showroom Vol. 1 จากการชักชวนของพี่โน่ ดนัย ธงสินธุศักดิ์ โปรดิวเซอร์มากฝีมือประจำค่าย และได้ทำซิงเกิล “ตอบ” เข้ามารวมอยู่ในอัลบั้มนี้และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ติดชาร์ต Top 10 หลายคลื่นวิทยุในขณะนั้น ยิ่งทำให้ชื่อของ Sweet Mullet เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และในปี 2005 ทางวงยังได้รับโอกาสเป็นวงเปิดให้กับวง Bodyslam ใน Believe Concert ร่วมกับวง Retrospect อีกด้วย

เข้าสู่ปี 2007 อัลบั้ม Light Heavyweight ก็ออกมาสู่โลกภายนอกพร้อมซิงเกิลแรก “เพลงของคนโง่” ซึ่งก็ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อัลบั้มนี้อัดแน่นด้วย 11 เพลงคุณภาพเยี่ยม ทั้ง “หลอมละลาย”, “หลับข้ามวัน”, “ไต่เย้ยนรก” ที่ได้พี่เอ๋ นักร้องนำวง Ebola มาร่วมแหกปากในเพลงนี้ด้วย หลังจากอัลบั้มนี้ปล่อยออกไปทางวงก็ตระเวณเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วประเทศ และ Sweet Mullet ก็กลายเป็นชื่อของวงร็อกหน้าใหม่ประจำวงการดนตรีไทย ก้าวเข้าสู่วงการเพลงเมนสตรีมอย่างเต็มตัว

ระหว่างช่วงก่อนออกอัลบั้มที่สองทางวงได้รับโอกาสเข้าร่วมโปรเจ็กต์ Play งานฉลองครบรอบ 25 ปีของค่าย GMM Grammy ที่หยิบเอาเพลงฮิตของศิลปินในค่ายในอดีตมาคัฟเวอร์ใหม่ ทางวงเลือกเพลง “ฝากเลี้ยง” ของเจ เจตริน วรรธนะสินมาเรียบเรียงใหม่แถมยังได้สิงห์เหนือเสือใต้ ดูโอแร็ปเปอร์จากค่ายก้านคอคลับมาเป็นแขกรับเชิญด้วย

หลังจากประสบการณ์ทางดนตรีที่เพิ่มมากขึ้นทางวงก็กลับเข้าสตูดิโออีกครั้งและตกผลึกออกมาเป็นผลงานอัลบั้มที่สอง ชื่อว่า Sound of Silence วางจำหน่ายในปี 2010 มีทั้งหมด 11 เพลง ดนตรีในอัลบั้มนี้มีความละเมียดละไมมากขึ้น และมีการทดลองซาวด์ใหม่ ๆ เข้าไปด้วย มีเพลงอย่าง “พลังงานแสงอาทิตย์”, “สภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน”, “หัวใจที่หายไป”, “เหตุผลที่ยังหายใจ” หลังจากออกอัลบั้มนี้ไปทางวงก็มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องด้วยการปล่อยเพลง “ขอโทษในสิ่งที่เธอไม่รู้”, “จะเป็นจะตาย”, “เจ็บทุกลมหายใจ” ตามออกมาเรื่อย ๆ และก็มีคอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกับวงเพื่อนซี้อย่าง Retrospect ชื่องาน RTSM vs The World มีซิงเกิลพิเศษอย่าง “เผชิญ (Never Give Up)” ที่ทั้งสองวงมาแจมร่วมกัน ทำออกมาได้หนักหน่วงถูกใจขาร็อกเป็นอย่างมาก

และล่าสุดกับซิงเกิล “นิทานหลอกเด็ก” กับดนตรีที่มุ่งย้อนไปสู่รากเหง้าของพวกเขาอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริง ฟังแล้วอดใจรออัลบั้มใหม่แทบไม่ไหว อยากจะฟังผลงานและการเติบโตทางดนตรีของพวกเขาในยุคต่อไปจริง ๆ ครับ

ปัจจุบันสมาชิกของวงประกอบได้ด้วย ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล (เต๋า) ร้องนำ, ประณัฐ ธรรมโกสิทธิ์ (แป๊บ) และ นฤดม ตันทนานนท์ (อั๋น) กีตาร์, พิสุทธิ์ โล่ห์สีทอง (ตี่) เบส และ วิทวัส ภักดิ์แจ่มใส (หมู) กลอง ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับที่วงวงนึงจะสามารถรักษาแนวทางดนตรีของตนเองไว้ได้ และสามารถทำให้เป็นที่ยอมรับในตลาดวงกว้างได้ ซึ่ง Sweet Mullet ได้แสดงให้เห็นแล้ว และเชื่อเหลือเกินว่าพลังของพวกเค้าได้ส่งต่อไปสู่วงดนตรีหน้าใหม่ ๆ ที่กำลังเติบโตให้เจริญรอยตามพวกเค้าอย่างแน่นอน และนี่คือ Monthly Killers ประจำเดือนกุมภาพันธ์ (แต่มาต้นเดือนมีนาคม) ของเราครับ

ป.ล. นอกจากจะเล่นดนตรีแล้วสมาชิกของวงยังทำแบรนด์เสื้อของตัวเอง ได้แก่แบรนด์ Into Another และ Horror Skin อีกด้วย ใครเป็นสาวกของวงไปอุดหนุนกันได้เลยครับ

Special Thanks: ขอบคุณพี่เต๋า Sweet Mullet ที่อนุญาตให้เราจำข้อมูลมาเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันด้วยครับ