levi-benton-miss-may-i

ในยุคที่ดนตรีเมทัลคอร์กำลังเบ่งบานถึงขีดสุดแบบทุกวันนี้ วงดนตรีวงหนึ่งที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คือ Miss May I นั่นเองครับ พวกเขาได้รับอิทธิพลมาจากเหล่านิวเวฟออฟอเมริกันเฮฟวีเมทัลอย่าง As I Lay Dying, Bleeding Through ที่ทุกวันนี้จบการเดินทางของตัวเองลงไปแล้ว รวมถึงวงอย่าง Unearth ก็ด้วยเช่นกัน และนับตั้งแต่ก้าวแรกของการออกเดินทางเมื่อปี 2007 เป็นต้นมา พวกเขาก็กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินแถวหน้าของสายนี้ไปเรียบร้อยแล้ว มีผลงานออกมามากถึงหกอัลบั้ม และได้ร่วมในงานใหญ่ ๆ เพียบ (ยกตัวอย่างเช่น Vans Warped Tour ปีล่าสุด)

วันนี้ลีวาย เบนตัน แวะมาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Alternative Press ในหลากหลายแง่มุม ที่น่าสนใจก็คือเรื่องราวส่วนตัวของเขากับภรรยาที่สูญเสียบ้านทั้งหลังและต้องหมดตัวจนต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งของชีวิต เกิดอะไรขึ้นกับเขา และเขาจัดการกับมันยังไง อ่านบางส่วนบางตอนของบทสัมภาษณ์นี้กันด้านล่างได้เลยครับ

คุณและภรรยาของคุณซื้อบ้านและเช่าพื้นที่สำหรับทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้ด้วย แต่ในปีที่ผ่านมาเรื่องราวทั้งหมดมันก็กลับตาลปัตรไป เกิดอะไรขึ้น?
คืองี้ ผมคือคนแรกในครอบครัวที่ซื้อบ้านอย่างจริงจัง ผมตื่นเต้นกับมันมาก แต่อดีตผู้จัดการฝ่ายธุรกิจของวง Miss May I ทำเอกสารผิดผลาดและธนาคารก็ขายบ้านที่เราเป็นเจ้าของออกไป มันคือฝันร้าย ผมสูญเสีญทุกอย่าง รวมถึงเงินที่เก็บมาตลอดสามปีด้วย ผมซื้อบ้านหลังนี้ในปี 2012 แต่กลับกลายเป็นว่าทางธนาคารทำเอกสารตั้งแต่ปี 2010 หายไป และบนหน้ากระดาษมันก็เหมือนกับว่าวง Miss May I ไม่มีตัวตนอยู่ยังไงยังงั้นเลย ตอนนั้นเราอยู่ในสตูดิโอ กำลังทำอัลบั้ม Rise of the Lion กัน ผมรีบโทรหาทนายเพื่อที่จะแก้ไขมันให้ได้ ผมพยายามก็เพื่อที่อย่างน้อยจะเอาเงินของตัวเองกลับมา แต่ทั้งหมดมันล้มเลว เงินทั้งหมดของผมหายเกลี้ยง ผมรู้สึกเหมือนกลับมาอยู่โรงเรียนมัธยมอีกครั้งเลย

เรื่องนี้มันกระทบกับ Vursa Clothing ยังไงบ้าง?
ที่ตรงนั้นมันสร้างรายได้ให้กับเรา [จากการเปิดให้เช่า] เราก็เลยสามารถจัดหน้าร้านขึ้นมาจากรายได้ตรงส่วนนั้น แต่เราเสียบ้านหลังนั้นไปหนึ่งเดือนก่อนที่จะได้เปิดร้านกัน กลายเป็นว่าเราต้องทำงานหนักสองเท้าทันทีเพราะว่าเรามีร้านร้านนั้นอยู่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่จ้างใครไปทำงานที่นั่นเลย มันมีแค่ผมกับภรรยาเท่านั้น และมันก็เครียดมากด้วย เราจำเป็นต้องย้ายทุกสิ่งทุกอย่างไปไว้ในร้าน เพราะงั้นห้องด้านหลังก็เลยเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ล้นห้อง เราทำงานกับ 12 ถึง 14 ชั่วโมงต่อวันเพื่อพยายามทำให้ทุกอย่างมันเสร็จสิ้นและทำให้ร้านนี้เดินไปข้างหน้าได้

ดูเหมือนเพลงชื่อ “I.H.E” หรือ I Hate Everyone” จะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจนเลยใช่ไหม
[หัวเราะ] ใช่ ผมสติแตกไปเลยเพราะว่าไม่มีใครซักคนที่คิดจะช่วยเราเลย ผมไม่สามารถชี้นิ่วไปที่ใครหรือทำให้ใครรู้สึกแย่ได้ เพราะมันไม่มีใครในอุตสาหกรรมดนตรีแคร์เรื่องพวกนี้กันหรอก ถ้าชีวิตใครซักคนเกิดชิบหายขึ้นมา พวกเขาก็แค่แบบว่า ‘แล้วใครสน? มันเรื่องของแกนี่ ไม่ใช่เรื่องของฉัน เข้าใจ๋’ ผมโทรหาทุกคนที่โทรได้ ไม่ใช่เพราะว่าผมต้องการความช่วยเหลือหรอก ผมแค่ต้องการคำแนะนำบ้าง มันเป็นฝันร้ายมาก ๆ และมันยังคงเป็นอยู่จนทุกวันนี้ ผมยังคงรู้สึกแย่เกี่ยวกับมันอยู่

ก็ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ เคราะห์หนักเลยทีเดียวครับ แต่โลกนี้มีโอกาสให้กับนักสู้เสมอ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเข้ารูปเข้ารอยและรวยวันรวยคืนเร็ว ๆ แล้วก็มาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทยได้แล้วนะครับ ยกเลิกมาสองหนแล้ว ยังไม่ลืม! อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดบนเว็บไซต์ได้ที่ Miss May I singer says he “lost everything” in new interview ครับผม

ที่มา – Alternative Press