หลังจากที่ Esmé Bianco ได้เคยออกมาแฉ Marilyn Manson อดีตแฟนของเธอเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางร่างกายและทางเพศ ล่าสุดเจ้าตัวได้ติดสนใจฟ้องร้องทั้ง Marilyn Manson และ Tony Ciulla อดีตผู้จัดการของ Manson ในข้อหา “ข่มขืนและทารุณกรรมทางเพศ” กับเธอ

เธอได้ยื่นฟ้องต่อ The Central District of California ศาลแขวงของสหรัฐอเมริกา โดยเธอได้กล่าวหาว่า Manson, Ciulla และบริษัท Ciulla Management Company ได้ละเมิดกฏหมายการค้าประเวณี โดยการพาเธอจากลอนดอนมายังแอล.เอ.เนื่องจากได้อ้างว่าจะนำเธอมาถ่ายทำมิวสิควิดีโอ แต่งานดังกล่าวกลับไม่เคยเกิดขึ้นจริง

สำหรับรายละเอียดข้อกล่าวหาที่ทาง Esmé Bianco เคยเปิดเผยกับทาง rollingstone มีรายละเอียดจากทนายความดังต่อไปนี้

“Mr.Warner (ชื่อจริงของ Marilyn Manson) ได้ใช้ยาเสพติด, บังคับ, และใช้การขมขู่บังคับเพื่อให้ Ms.Bianco มีเพศสัมพันธ์ด้วยในหลาย ๆ ครั้ง”

“Mr.Warner ได้ข่มขืน Ms.Bianco ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2011” ซึ่งได้นำไปสู่ข้อกล่าวหา Mr.Warner ว่าได้ “มีการกระทำทางเพศ” ต่อ Bianco ในช่วงเวลาที่เธอไม่มีสติหรือไม่ได้สมยอม

อีกทั้งยังได้มีการพูดถึงวิธีการที่ Mr.Warner ทารุณกรรมทางเพศกับเธอ

“วิธีการดังกล่าวคือ การตบ, การกัด, การตัดและการตีซึ่งเกินขึ้นบริเวณก้น, หน้าอก และอวัยวะเพศ ของ Ms.Bianco เพื่อสำเร็จความใคร่ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการยิมยอมจากโจทย์”

จากการกล่าวหาดังกล่าวทำให้ Manson และ Ciulla จะเข้าข่ายคดีการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้มีการคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์

ตามข้อร้องเรียนดังกล่าว, ทำให้ Mr.Warner มีความผิดในข้อหา “การค้ามนุษย์” เนื่องจากเจ้าตัวได้ “หลอกลวง” ล่อลวงลูกจ้าง Ms.Bianco เพื่อมาถ่ายทำ MV เพลง “I Want to Kill You Like They Do in the Movies” และภาพยนต์ที่ไม่เคยถูกสร้างมาก่อนจากผลงานของ Lewis Carroll ชื่อเรื่องว่า Phantasmagoria”

ผู้ร้องเรียนได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

“เค้าสัญญาว่าจะให้โอกาสทำการแสดงกับผลงานที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ในช่วงที่เค้ากำลังทำเรื่องขอวีซ่าให้กับเธอ”

Mr.Warner ยังได้หลอกลวงเธอต่อไปอีก โดยมีการร่างสัญญาเพื่อยืนยันว่าเธอจะได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา นอกจากนี้ได้มีการยื่นฟ้องเพิ่มเติม “เขาได้แทรกตัวมายุ่งในขั้นตอนการขอวีซ่าของ Ms.Bianco, ซึ่ง Mr.Warner ได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดโดยการขู่ว่าถ้าเธอทำให้เขาไม่พอใจก็จะถอนจากงานจ้างทั้งหมด”

มีอีกจุดหนึ่ง เธอกล่าวหาว่า “Mr.Warner ได้ป้องกันและขังเธอไว้ในห้องนอนไม่ให้เธอหนีไปไหน”

Ms.Bianco ยังได้กล่าวหาเพิ่มเติมว่าเธอถูกบังคับให้ทำงานที่ “ไม่ได้ค่าจ้าง”

ฝ่ายดูแลเรื่องการละเมิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ได้พูดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า

“สิงนี้รวมไปถึงการเสิร์ฟและการเตรียมอาหารให้กับ Mr.Warner และแขกของเค้า, การทำความสะอาดอพาร์ตเมนต์, ที่ปรึกษาในการทำอัลบั้ม, บรรดานักร้องแบ็คอัพในช่วงทำอัลบั้ม Born Villain, และได้เสนอให้แขกของเค้ารวมถึงเพื่อนร่วมวงตีก้น”

“Mr.Warner ได้บอกเป็นนัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เค้าได้พา Ms.Bianco มายังสหรัฐอเมริกาและจัดหาบ้านให้ ทำให้เธอเป็นหนี้แรงงานและต้องรับใช้เรื่องทางเพศกับเค้าอย่างใกล้ชิด”

Bianco ยังได้กล่าวหาเพิ่มเติมถึง Tony Ciulla อดีตผู้จัดการของ Manson และบริษัทของเจ้าตัว เมื่อ Manson ไม่อยู่ เค้าจะคอยจ่ายเงินจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมของ Manson และทำตัวเหมือนกับพี่เลี้ยงเด็ก “ผู้จัดการของ Manson มีส่วนได้ส่วนเสียในการสนับสนุนแนวโน้มการกระทำรุนแรงของ Manson เพื่อสนับสนุนการสร้างงานศิลปะของเค้าและการส่งเสริมการขายของแบรนด์ Marilyn Manson และมีส่วนรู้เห็นในการละเมิดต่อ Ms.Bianco”

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อนร่วมวงการดนตรีได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อในข้อกล่าวหาของ Esmé Bianco

งานนี้ไม่รู้ว่าจะจบลงเช่นใด ใครพูดเท็จหรือพูดจริง เราก็คงต้องมาติดตามรอดูบทสรุปของคดีนี้จากชั้นศาลอีกที อย่างไรก็ตามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่ว่าจากใครก็ตามเราไม่ควรเอาเยี่ยงย่างเด็ดขาดนะครับ

ที่มา : metalinjection