จากบทสัมภาษณ์กับทาง AXS ซึ่งได้ถามเอาไว้ว่า ดนตรีเฮฟวี่เมทัลจะสามารถกลับมาบูมได้อีกครั้งเหมือนเมื่อต้นยุคเก้าศูนย์ไหม ตอนนั้นเพลงอย่าง “Enter Sandman” ของ Metallica ดังขนาดว่าเปิดกันตามศูนย์การค้าทั่วทั้งอเมริกากันเลยทีเดียว

“มันยากที่จะบอกนะ แต่ขอพูดจากประสบการณ์ของตัวเองแล้วกัน ผมทำวงตั้งแต่อายุสิบสองสิบสาม ผ่านชีวิตการทำวงมาหลายระดับ ผมเคยเล่นทั้งในสเตเดียมใหญ่ ๆ หรือแม้แต่ห้องใต้ดินเล็ก ๆ ที่มีคนดูแค่สองสามคนอยู่หลายปี

ผมคิดว่าดนตรีมันมีระยะเวลาของมัน การไหลไปตามยุคสมัย จะเรียกแบบนั้นก็ได้นะ จริง ๆ แล้วดนตรีเมทัลนี่มันเป็นแนวที่ค่อนข้างพิเศษ มันสามารถแตกแขนงออกไปได้ ซึ่งผมว่ามันก็น่าตื่นเต้นดี มันเปิดโอกาสให้หลายคนได้ค้นพบพื้นที่ของตัวเองในแนวดนตรีแนวนี้

เรามีเดินสายทัวร์ร่วมกับวงอย่าง Deafheaven วงที่มีความเป็นแบล็คเมทัลสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีบรรยากาศดนตรีในแบบอินดี้ร็อกอยู่ด้วย เอกลักษณ์ชัดเจนมาก สร้างสรรค์สุด ๆ ไปเลย ผมนี่เป็นแฟนวงเลยแหละ

ดนตรีเมทัลกำลังจะแตกสาขาย่อยออกไปผสมรวมกับดนตรีแนวอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน คุณดูสิ สายโปรเกรสซีฟตอนนี้รุ่งเรืองสุด ๆ วงอย่าง Animals As Leaders, Between The Buried And Me และอีกหลาย ๆ วงที่ทำดนตรีแบบอัดเทคนิคไม่ยั้ง ผสมกับอิทธิพลดนตรีแจ๊สมากมาย ก็ได้รับความนิยม ผมคิดว่าแนวดนตรีที่แตกสายออกมาเหล่านี้กำลังสร้างรากฐานให้กับตัวเอง มันอาจจะดูแปลกแยกไปจากเฮฟวี่เมทัลแบบเดิม ๆ ที่เรารู้จัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในนั้นมันมีวัตถุดิบดนตรีและแนวคิดใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย อันนี้ในความเห็นของผมเองเลยนะ ผมว่าพอถึงตอนที่ดนตรีเฮฟวี่เมทัลกลับมาอีกครั้ง มันจะพาดนตรีลูกผสมเหล่านี้กลับมาพร้อมกัน มันจะเป็นสีสันใหม่ของวงการ ภาพของดนตรีแนวนี้จะขยายใหญ่และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นไปอีก

ผมคิดว่ามันน่าจะอยู่ในช่วงขาลง แต่จะกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง มันก็คือการก้าวผ่านยุคสมัยไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งหมดที่ผมพูดถึงไปก็คือส่วนหนึ่งของการเติบโตของดนตรี มันจะมีส่วนผสมและแนวคิดใหม่ ๆ ทางดนตรีจากแนวอื่นเพิ่มเข้ามา และจะเข้ามารวมกันเพื่อเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้นของดนตรีสายนี้ เมทัลจะกลับมาบูมได้ไหมน่ะเหรอ ผมว่าได้ หรือกับดนตรีพังค์ ผมก็คิดว่ามันจะกลับมาได้เหมือนกัน นี่ยังเห็นกลิ่นอายดนตรีไซคิเดลิคแบบยุคเก้าศูนย์กลับมาได้อยู่เลย ผมเลยคิดว่ารูปแบบดนตรี สีสันของดนตรีที่แตกต่างกันพวกนี้มันก็มีวงจรชีวิตของมันนั่นแหละ มีเกิดขึ้นมา หายไป แล้วก็วนกลับมาใหม่ นั่นคือเสน่ห์ของดนตรีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง มันพัฒนาขึ้นมาแล้วก็นำเสนอตัวเองใหม่ ซึ่งดนตรีเมทัลก็เช่นกัน ไม่ได้ต่างอะไรไปจากดนตรีแนวอื่น ๆ ที่มันก็กำลังดำเนินไปตามวงจรชีวิตของตัวเองอยู่อย่างที่ได้พูดถึงไปน่ะครับ”

ที่มา – Blabbermouth