เมื่อไม่นานมานี้ลุงจีน ซิมมอนส์แห่งวง KISS ได้ออกมาจุดประเด็นให้เป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้างในวงการเพลงร็อก นั่นก็คือว่าทะเด็ดที่เขาบอกกับ Esquire ผ่านนิค ซิมมอนส์ ลูกชายของเขาเองผู้เป็นคนสัมภาษณ์ว่า ร็อกมันตายไปแล้ว หลังจากนั้นก็มีนักดนตรีร็อกจำนวนมากออกมาแสดงตความคิดเห็นสวนทางกับเขาในเรื่องนี้

และในการสัมภาษณ์ของเขาครั้งล่าสุดกับรายการ Kansas City Live เขาก็ถูกถามถึงเรื่องนี้อีกครั้ง เขาก็ตอบย้อนกลับมาหาผู้ถามว่า “ร็อกแอนด์โรลมันตายไปแล้ว ผมจะถามคำถามกับคุณ แล้วคุณก็ตอบมา โอเคนะ? จากปี 1958 จนกระทั่งถึง 1988 มันเป็นระยะเวลา 30 ปีด้วยกัน ลองไล่ชื่อนักดนตรีคลาสสิกร็อกชื่อดังให้ผมฟังซิ โอเค ผมคิดออกทั้งเอลวิส เพรสลีย์, เดอะ บีตเทิลส์, เดอะ โรลลิง สโตนส์, จิมี เฮนดริกซ์, เล็ด เซ็พพลิน… แล้วก็อีกเพียบเลย แม้แต่พวกโมทาวน์อย่างมาดอนน่า, พรินซ์, ไมเคิลแจ็คสัน นับตั้งแต่ปี 1988 มาจนถึงทุกวันนี้ บอกผมมาซักห้าวง คุณตอบไม่ได้เหรอ พวกที่เป็นไอคอนของวงการน่ะ? ไม่ ไม่มีเลย คิดว่าไงล่ะ?”

หลังจากนั้นพิธีกรก็ถามเขาว่าเรื่องพวกนี้มันเกี่ยวข้องปับปัจจัยทางเศรฐกิจในธุรกิจดนตรีหรือไม่ เขาตอบ “ไม่ ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ ผมคิดว่ามันลงมาถึงจุดนี้เพราะเทคโนโลยีมันได้แซงหน้ากฎของสังคมไปแล้ว มันเป็นความป่าเถื่อน ผู้คนแค่เข้ามาล่าอานานิคมแล้วก็ไม่จ่ายเงินให้กับมัน มันลดค่าของวงดนตรีใหม่ ๆ ลงไป มันไม่กระทบกับผมหรอก ผมทำมาหากินได้ แต่มันน่าเศร้า เพราะว่าวงบีตเทิลส์หรือคิสวงต่อไปนั้นมันไม่มีโอกาสได้เกิดอีกแล้ว”

เขาได้ปกป้องสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของตัวเองที่ว่า ร็อกนั้นตายไปแล้ว ด้วยเรื่องของเสรีภาพว่า “ที่นี่เรียกว่าอเมริกา คุณมีสิทธิ์ในการพูดสิ่งโง่ ๆ ออกไปได้ คุณมีสิทธิ์ที่จะพูดความคิดเห็นของคุณได้ และผมไม่ได้ดีหรือแย่ไปกว่าใครทั้งนั้น”

ที่มา – Loudwire