ช่วงนี้ Iron Maiden มีเรื่องให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยทีเดียวครับ ล่าสุดมีรายงานออกมาว่า Dennis Wilcock นักร้องนำในยุคก่อร่างสร้างตัวของวงอ้างว่าถูกทางวงขโมยเนื้อเพลงไปใช้ในอัลบั้มเต็มชื่อเดียวกับวง และอัลบั้ม Killers ที่ปล่อยออกมาช่วงปี 1980-1981 ซึ่งจากการฟ้องร้องครั้งนี้จะทำให้ Wilcock อาจได้รับค่าเสียหายสูงถูก 2.26 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยได้ราว 86.6 ล้านบาทหากชนะคดีความ

การฟ้องร้องครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคดีที่ Barry McKay อดีตผู้จัดการวง Iron Maiden เคยฟ้องร้องวงว่าลอกดนตรีเพลง “Life’s Shadow” ของวง Beckett เมื่อปี 1974 มาใช้ในเพลง “Hallowed Be Thy Name” และเพลง “The Nomad” ซึ่งในการฟ้องร้องครั้งนั้น Steve Harris มือเบส และ Dave Murray มือกีตาร์ของวงตัดสินใจยอมจ่ายค่าเสียหายเมื่อให้เรื่องจบด้วยเงินมูลค่า 113095.80 ยูโร หรือราว 4.3 ล้านบาทไทย

ในการฟ้องร้องของ Wilcock ครั้งนี้ McKay อดีตผู้จัดการวงก็ยังคงเป็นตัวตั้งตัวตีในการฟ้องร้องเช่นเดิม ทางเว็บไซต์ Loudwire ระบุว่าหลังจากได้ดูเอกสารการฟ้องร้องที่ถูกเปิดเผยออกมา Wilcock อ้างว่าเป็นคนเขียนเนื้อเพลง “Prowler”, “Charlotte the Harlot”, “Phantom of the Opera”, “Iron Maiden” รวมถึงอ้างว่าร่วมแต่งเนื้อเพลง “Prodigal Son” กับ Steve Harris อีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าเนื้อเพลงที่ตัวเองแต่งจะถูกนำมาใช้ในอัลบั้มแรก ๆ ของวง Iron Maiden เพราะเขาไม่เคยฟังเพลงของวงอีกเลยนับตั้งแต่ออกจากวงในปี 1978

นอกจากการฟ้องร้องของ Wilcock แล้ว McKay ก็ย้อนกลับไปหาเรื่องเพลง “Hallowed By Thy Name” รอบใหม่ด้วยการอ้างว่าเนื้อร้องท่อน “Catch my soul cos it’s willing to fly away.” ถูกลอกมาจากท่อนหนึ่งในเพลง “Rainbow’s Gold” ของวง Beckett เช่นกัน (Iron Maiden เคยคัฟเวอร์เพลงนี้ไว้ในอัลบั้ม Powerslave ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 1984)

จากการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นทำให้ทางวงตัดสินใจหยุดเล่นเพลง “Hallowed Be Thy Name” ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต The Book of Souls Tour ที่กำลังดำเนินอยู่ และนำเพลงอื่นมาเล่นแทน แแต่ ณ ปัจจุบันแม้จะมีการฟ้องร้องกัน เพลง “Iron Maiden” ก็ยังคงอยู่บนเซ็ตลิสต์ของโชว์เหมือนเดิม แม้ว่าจะมีการยื่นเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้วก็ตาม

ด้านสำนักข่าว The Sun ของประเทศอังกฤษอ้างว่าได้ติดต่อกับตัวแทนของวง Iron Maiden แล้ว และทางโฆษกแจ้งว่าการฟ้องร้องครั้งนี้เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความ ‘อุกอาน’ และ ‘โคตรน่าขัน’ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะนำมารายงานให้ทราบกันในอนาคตต่อไปครับ

[ ที่มา – Loudwire, The Sun ]