นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์เอ็ม ชาโดวส์ ฟรอนต์แมนวง Avenged Sevenfold ที่ตัดออกมาจากนิตยสาร Revolver ฉบับเดือนสิงหาคม/กันยายน 2014 สำหรับเนื้อหาทั้งหมดในฉบับนี้ต้องไปสั่งซื้อมาอ่านกันเองครับ สัมภาษณ์โดยแดน เอพสไตน์

ก่อนหน้านี้ทางวง Avenged Sevenfold ได้ปล่อยแอนิเมชั่นเรื่อง “Hail to the King” ออกมาให้ชมกันออนไลน์ เป็นเรื่องราวของตัวละคร Deathbat มาสค็อตของวง และพอแอนิเมชั่นจบก็พบว่ามันเป็นการเกริ่นนำก่อนจะเข้าสู่เกมมือถือเกมแรกของวงที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ ชื่อเกมว่า “Hail to the King: Deathbat” ที่เราจะได้ดำเนินเรื่องเป็นตัวค้างคาวแห่งความตายตัวนี้ เกมนี้พัฒนากันร่วมกับ Subscience Studios มาเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว โดยในเกมจะมีตัวละครที่สร้างจากสมาชิกทั้งหมดในวงด้วย แถมยังจะมีระบบอันล็อกเพลงประกอบใหม่ ๆ รวมไปถึงปลดล็อกตัวละครมือกลองผู้ล่วงลับอย่างจิมมี่ “เดอะ เรฟ” ซัลลิแวนด้วย

“ผมโคตรเหนื่อยเลยเพื่อน” เอ็มพูดไปหัวเราะไประหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ส่งตรงจากสนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก “ผมเพิ่งเสร็จสิ้นวันอันยาวนานในซานฟรานซิสโกในการเปิดตัววิดีโอเกม!”

R: Hail to the King ดูเหมือนจะมีอะไรที่มากกว่าพวกเกมแนว ‘ยิงแม่งเข้าไป’ หรือ ‘ฟันแม่งให้ตาย’ อะไรพวกนั้น

M: ถูกต้องแล้ว และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากจะมาที่ซานฟรานซิสโกด้วยตัวเอง มาพบกับผู้คนแบบต่อหน้าต่อตาและยัดเกมใส่มือพวกเขา มันคือเกมที่ใหญ่มากสำหรับแพลตฟอร์มมือถือ เราสร้างมันออกมาในรูปแบบเกมคอนโซลก่อน แล้วก็พยายามลดทอนมันลงมาให้มากที่สุดเท่าที่จะยัดลงไปในโทรศัพท์ของคุณได้ และก็ลงในอุปกรณ์อื่นที่สูงกว่านี้ด้วย เรากำลังพยายามจะเล่าเรื่องราวผ่านเกมของพวกเรา และมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีวงดนตรีวงไหนทำมาก่อนเลย

เราต้องการทำมันเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่ เพราะผู้คนส่วนมากมีสมาร์ทโฟน นี่คือหนทางที่จะนำเรื่องราวเจ๋ง ๆ เข้าไปอยู่ในมือของพวกเขา ถ้าคุณคิดจะทำเกมคอนโซลระดับสามดาวออกมา การพัฒนามันจะตกอยู่ที่ราว ๆ ห้าหรือหกปีและใช้ทุนราว ๆ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเราไม่ต้องการจะสร้างชื่อเสียกับอะไรแบบนั้นเพื่อให้ผู้คนที่ลงทุนกับเรามาบอกเราว่าเกมมันกำลังจะเจ๊ง

อะไรประมาณนั้นแหละ เราสามารถออกทุนกันเองได้ไง เราพัฒนามันด้วยตัวเอง เราปล่อยมันออกมาด้วยตัวเอง และเราก็ควบคุมมันทั้งหมดเลย ทุก ๆ อย่างในเกมนี้มันออกมาจากเรา และการทำเกมมือถือมันอนุญาตให้เราทำแบบนั้นได้

คุณจะอธิบายถึงคอนเซ็ปต์คร่าว ๆ เบื้องหลังเกมนี้ได้มั้ย?

คุณก็ออกไปข้างนอกนั่นแล้วก็สู้กับปิศาจที่ยึดครองโลกของคุณไปและฆ่าผู้คนของคุณ มันเป็นเกมแนวแอคชั่น-แอดเวนเจอร์ แนว ๆ เกม Zelda หรือ Gauntlet นั่นแหละ มันมีความเป็นโอลด์สคูลอยู่เต็มไปหมด สำหรับคนในยุคของผมที่เติบโตมากับเกม Nintendo แล้วก็พวกเกมตลับ แต่มันก็จะมีกลิ่นอายแบบนิวสคูล เราบันทึกเพลงใหม่แปดเพลงสำหรับแต่ละด่าน ซึ่งมันก็จะออกมาในแนว 8 บิตแบบดนตรีในเกม Castlevania นั่นแหละ

นี่ไม่ใช่วัตถุดิบที่คุณจะปล่อยออกมาในอัลบั้มของ Avenged Sevenfold ใช่มั้ย?

มันเป็นแนวเพลงที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง – มันเหมือนพวกนีโอคลาสสิคัล แต่ออกมาในซาวด์แบบ 8 บิต แต่คุณสามารถสู้ไปจนถึงแทร็กจริง ๆ ของเพลง “Nightmare”, “Afterlife” หรือ “A Little Piece of Heaven” ได้ ขึ้นอยู่กับระดับของตัวคุณ และเราได้สร้างโลกไว้ให้เกี่ยวกับเพลงดังของเราด้วย ตัวอย่างเช่น มันมีด่านที่ชื่อว่า “Bat Country” ซึ่งจะออกมาเป็นทะเลทรายที่มีถ้ำอยู่ และเมื่อคุณสู้กับราชาค้างคาว (Bat King) เพลง “Bat Country” ก็จะเล่นขึ้นมา คุณสามารถเล่นเป็นสมาชิกในวงก็ได้ ถ้าคุณต้องการ และเราก็ยังมีตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นที่ออกมาให้คุณได้พูดคุยด้วยในระหว่างเล่นเกมอีกด้วย เช่นแฟนเพลงของ Avenged Sevenfold ในด่านด่านนึงที่ออกมาพูดจนตัวคุณนั้นหายเศร้า เวลาที่คุณสร้างโลกเสมือนแบบนี้ขึ้นมา คุณจะทำอะไรก็ได้ทีุ่คณต้องการ พวกเราสนุกกับมันมาก

จบครับ ถ้าอยากอ่านต่อ ก็ขอให้มุ่งหน้าไปสั่งซื้อ Revolver ฉบับนี้มาอ่านกันโดยพลัน

ที่มา – Revolver