ถ้าให้พูดถึงวงดนตรีร็อกใต้ดินที่กำลังมาแรงในตอนนี้แล้วไม่มีชื่อของวง Lasthoper อยู่ด้วยต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ผิดมาก ห้าหนุ่มจากจังหวัดนนทบุรีที่มาพร้อมกับดนตรีที่ครบเครื่องทั้งความมันและความเพราะละเมียดละไม สมาชิกทั้งห้าคนประกอบไปด้วย อาร์ต ทวีทรัพย์ อาจอำนวย นักร้องนำ, เต้ ปัฎฐสิทธิ์ ห้วยห้อง และพง จักรพงษ์ จันทร์กุล กีตาร์, งู องอาจ สายป้อง มือเบส และพัน จักรพัน จันทร์กุล มือกลอง พวกเขาเพิ่งวางจำหน่ายอัลบั้มเต็มชุดแรกชื่อ While I Breathe ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วซึ่งหลายคนก็คงจะมีในครอบครองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อะไรนะยังไม่มี? ไปสั่งซื้อเลยครับ) ทางเราก็ไม่พลาดที่จะจับเขามานั่งพูดคุยให้ได้ทราบถึงรายละเอียดของอัลบั้มและเรื่องราวอื่นที่น่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน

ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลยครับ

Headbangkok: อัลบั้มใหม่มีผลตอบรับเป็นยังไงบ้างครับ?

อาร์ต: เอ่อ ตอนนี้ดีครับ อยู่ในขั้นดี แล้วก็ยังขายได้เรื่อย ๆ ครับผม ทั้งในเพจแล้วก็ทางร้านที่ไปฝากไว้
เต้: ทางร้านที่เราไปฝากไว้ก็พวกร้านน้องท่าพระจันทร์ ร้าน ProPlugin แล้วก็ร้านอื่นจะมีวางอีกเรื่อย ๆ ครับ อาจจะเป็นที่ไลฟ์เฮาส์สตูดิโอ ด้วย ตอนนี้ฟีดแบคก็ค่อย ๆ มานะ วงการแบบเราก็ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ร่วมงานกับค่าย La’zaro Records ครับ?

งู: ก็สนุกสนานดีครับเป็นกันเอง พี่เปาเขาค่อนข้างปล่อยให้เราทำงานอย่างอิสระแต่เขาจะมาเคาะ จะมาเครียดตอนเคาะเพลงเฉย ๆ แต่ส่วนใหญ่แกจะไม่ค่อยมาบรีฟตอนทำดนตรีอะไรแบบนี้ครับ

ใช้ระยะเวลาในการทำอัลบั้มนานแค่ไหนครับ

งู: จริง ๆ ต้องตอบว่าอัลบั้มนี่มัน… มันใช้เวลามาเรื่อย ๆ อะ เพราะว่ามันเหมือนเป็นการเดินทาง ถ้าสังเกตดูเพลงแรกที่ทำมันก็หลายปีแล้วในนั้น เพราะว่ามันเหมือนเราก็แค่เอาปล่อยซิงเกิล ซิงเกิล ซิงเกิล ถ้าคนที่เคยติดตามเราก็จะเห็นว่ามีเพลงที่เคยฟังไปบ้างแล้วในอัลบั้ม ก็ถ้าเกิดนับจริง ๆ มันก็หลายปี แต่ถ้าเกิดช่วงหลัก ๆ ก็…
อาร์ต: เริ่มตอน “รอการพบเจอ” ปะ?
งู: รอการฯ เพลงแรกป่ะ รอการฯ?
เต้: “18 Years” ก่อน
งู: ถ้า “18 Years” ก็ประมาณ 4 ปี
เต้: คือต้องบอกว่าเราเป็นระบบซิงเกิลมาก่อน พอมายู่ La’zaro ปุ๊บ พี่เปาก็เลยว่า ‘เฮ้ย พวกมึง ทำอะไรที่เป็นอัลบั้มได้แล้ว แล้วก็ยืนหยัดตัวตนว่าพวกมึงยังอยู่นะ’ เป็นเหมือนหลักไมล์กิโลแรกของพวกเราอะไรประมาณนั้น สำหรับเพลงใหม่ที่อยู่ในนี้ก็มันมีประมาณ 4 เพลง เราสละเวลากันทุกคน มาประมาณ 1 ปีนี่แหละครับที่ทำกัน ก็ออกมาเป็นอัลบั้มนี้

โอเค แล้วก็แต่ละคนชอบเพลงไหนในอัลบั้มมากที่สุด?

อาร์ต: ตัวอาร์ตชอบเพลง… เพลงอะไรดีวะ (หัวเราะกันทั้งวง) ชอบเพลง “พยาน” ครับ ชอบเพลง “พยาน” เพราะว่าเป็นเพลงที่มัน… ทุกคนได้รู้สึกกับเพลงนี้ แบบมันทำแล้วมันรู้สึกมีความสุขอะ เออ มันไหลลื่นอะไรขนาดนี้ แล้วก็พอดีมันทำให้นึกถึงคนที่จะมา feat. อย่างพี่ว่าน วันวาน แล้วแบบมันเข้าที่ไปหมดอะไรแบบนั้น ก็เลยชอบ
พัน: เอ่อ “Ohana” ครับ เป็นเพลงที่ดนตรีเดือดมาก มันมาก ฟัลสะใจครับผม ชอบ ชอบเป็นพิเศษครับ จังหวะจะโคน เครื่องกระทบทั้งหลายใช้ได้ครับ
พง: ผมก็น่าจะเป็นเพลง “แลก” ครับ เพลง “แลก” ก็คือเพลงแรกในอัลบั้มครับ ชื่อเพลง “แลก” อ่ะครับ ที่ชอบเพลงแรกก็เพราะเพลงนี้มันเกิดขึ้นในห้องซ้อมครับ ผมเป็นคนแบบเริ่มเล่นริฟฟ์ลูกกีตาร์อะไรขึ้นมาสักอย่างนึง แล้วก็บอกให้เพื่อนต่อ ๆ คอร์ดเอาครับ ก็เลยเกิดเพลงนี้ขึ้นมา แล้วก็ผมรู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคสำหรับผมเวลาเล่นอ่ะ มันเลยทำให้ผมแบบ เออ กับเพลงนี้มันเลยแบบยังไงล่ะ ผมต้องจริงจังกับมันให้มากขึ้น เพลงนี้ผมเลยแบบชอบเป็นพิเศษครับผม
เต้: เต้ชอบเพลง “มรสุม” ครับ ที่ชอบก็คือไลน์กีตาร์กับพวกดีเลย์ ลูกสะท้อนอะไรต่าง ๆ ครับ แล้วเนื้อหามันก็ทิ่มแทงใจดี ก็ปัญหาชีวิตทุก ๆ คนแม่งมีกันหมด ใครที่ท้อแท้ก็มาฟังเพลงนี้ได้ น่าจะช่วยได้

น่าจะท้อกว่าเดิม?

เต้: เออ หนักกว่าเดิมด้วย (หัวเราะกันอีก) อาจจะช่วยได้ไม่รู้กี่เปอร์เซ็นก็น่าจะ… สักหน่อยก็ยังดีนะ เพลงนี้ก็เต็มที่กันทุกคนครับ
งู: ส่วนตัวผมชอบเพลง “ตราบที่ยังหายใจ” ครับ มันเป็นเพลงในอัลบั้มที่ไม่ได้ปล่อยไป คนที่ได้ฟังจะเป็นคนที่ซื้อแผ่นเท่านั้นครับตอนนี้ คือเพลงนี้ผม เอ่อ… เราพยายามทำมันไม่ให้เป็นเพลงสูตร คือ ไม่ให้แบบเป็น verse/hook/verse/hook/bridge จบ อะไรแบบนั้น เราพยายามวางส่วนมันให้เป็นเป็นอะไรที่มันแตกต่างจากที่เราเคยทำบ้าง แล้วด้วยเนื้อเพลง ด้วยดนตรีนะ ผมรู้สึกว่าเออ มันน่าจะเป็นอะไรที่เป็นแนวทางที่เราเริ่มจะเบี่ยงเบนไปทางนั้น เหมือนเป็นทิศทางที่เราจะไปถ้าเกิดจะทำงานต่อไป ผมว่าถ้าเกิดทุกคนได้ฟังเพลงนี้แล้วจะรู้ว่า เพลงต่อไปเราน่าจะเป็นยังไงครับ

lasthoper

แรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนอยากเล่นดนตรีครับ

อาร์ต: มันก็เกิดจาก… ของผมนะครับ ฟังเพลง ฟังเพลงแล้วรู้สึกว่าแบบ เฮ้ย เราก็ร้องเพลงได้ เออ แล้ววันนึงก็ได้ลองไปประกวดร้องเพลง แล้วก็ได้เอาเพลงของแรงบันดาลใจที่วงที่เราชอบอะไรอย่างนี้ แล้วไปประกวด แล้วก็ได้มาเจอพวกพี่ ๆ ในวง

เพลงอะไรที่ร้องตอนแรก

อาร์ต: ตอนนั้นร้อง “Zombie” ถ้าย้อนไปตอนนั้นคือมันแบบ คือดนตรีที่เตรียมมาอะ พอไปเปิดปุ๊บมันไม่เล่น ทีนี้ทำยังไงดีวะ ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ก็เลยแบบ เฮ้ย เอาวะ กูร้องแล้วนะ เราก็ร้องเลยเว้ย แล้วร้องเสร็จ แล้วแบบตอนนั้นก็คือตามฟีลเลย ก็แบบร้องแล้วก็โยกไปด้วยอะไรงี้ คือแบบนึกถึงความรู้สึกตอนนั้นคือมันมีความสุขอะ ร้องอะไรเล่นอะไรไปแล้วเรารู้สึกกับมันแบบนั้นเราก็ทำไปเถอะ แล้วพี่เต้ก็มาเจอพอดี พี่เต้กับพี่งูมาเจอ
พัน: แรงบันดาลใจเหรอ พื้นฐานก็ต้องมาจากตัวเองก่อน ความชอบเรา เราอยากเล่น เราสนใจในสิ่งนี้อะไรอย่างนี้ เราฟังแล้วเราเข้าใจมันและเราสื่อมันออกไปได้ เราเล่นได้ เราแกะได้ นั่นแหละมันเลยทำให้เรารู้ว่าเราแม่งเดินทางนี้ได้เว้ย เออ เราไปได้ แล้วเราก็ทำในสิ่งที่วงเราคิด ทำในสิ่งที่อยากจะสื่อออกไป แล้วก็แรงบันดาลใจ ผมว่าทุกคนก็มีหมดแหละ แต่ว่าหลัก ๆ เลยคือน่าจะเริ่มจากตัวเองก่อนเลย ผลักดันตัวเองก่อนเลย ถ้าไม่ผลักดันตัวเองแล้วใครจะมาผลักดันเราวะ เออ ใช่ไหม ก็ประมาณนี้ครับ
พง: ผมก็คล้าย ๆ กันครับ ก็เหมือน ๆ กันก็คือตัวผมเองผมชอบในดนตรี ก็คือเล่นกีตาร์มาอยู่แล้ว ก็คือมันรักอยู่แล้ว ใจมันรักอยู่แล้วด้วยตัวเองอยู่แล้วด้วย
พัน: ตอนมัธยมมึงเป่าทรัมเป็ตไม่ใช่เหรอ (หัวเราะกันอีกตลบ)
อาร์ต: เฮ้ย ใช่เหรอ ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย
พัน: พอตัวเองมันรักในเครื่องที่เราเล่นอยู่แล้ว เราไปเห็นวงนอกที่เขาเล่นมาแล้วเรารู้สึก เฮ้ย เพลงเขาสวย เพลงเขาทำไมเพลงดูดีจัง ก็เลยทำให้เราอยากที่จะหาลูกเล่นกีตาร์ของเราต่อไป มันก็มาจากตัวเราเองอยู่ดีแหละครับ ที่ว่าชอบดนตรีมันก็เลยต้องเล่นดนตรีต่อไปแค่นั้นครับ

แล้วเต้ล่ะ?

เต้: แรงบันดาลใจของผม ที่เล่นกีตาร์ก็เพราะพี่ชายครับ พี่ชายกับพ่อ ก็คือว่าเห็นเค้าเล่นแล้วเท่ดี เราก็อยากหัดเล่น เล่นไปเรื่อย ๆ มันก็เลยเริ่มชอบ เราก็หัดเล่นไปสักพัก มันก็อยากฟอร์มวง แล้วก็ไปเจอพี่ชายเปิดวีดิโอของพี่เคิร์ท (Nirvana) ด้วย เฮ้ย ทำไมต้องทุบกีตาร์ด้วย ทำไมมันปลดปล่อยจังวะ มันเพราะว่าเขาเป็นผู้เปลี่ยนโลกของยุคเก้าศูนย์ด้วยมั๊ง เขาเกือบจะทำลายพวกวงแฮร์แบนด์ด้วย แม่ง ปลดปล่อยดีว่ะ แล้วแบบได้ฟังพวกโมเดิร์นด็อกอะไรงี้ แต่หลัก ๆ ก็จากพี่ชายแหละ เห็นแล้วเท่ดีก็เลยแบบ… วัยรุ่นอะ อยากให้หญิงกรี๊ดอะไรงี้อ่ะ หัดเล่นกีตาร์เว้ย ก็มาจากปัญญาอ่อนแบบนั้นแหละครับ แต่ก็เล่นมาเรื่อย ๆ มันก็มีความสุข ก็เลยเล่นมาจนทุกวันนี้
งู: นี่เป็นคำถามที่ผมอยากตอบมานานแล้วนะนี่ แต่ไม่เคยมีที่ไหนถามเลย … พ่อผมเคยถามตั้งแต่ตอนประถมว่าเล่นกีตาร์ไหมเดี๋ยวพ่อสอน ผมส่ายหน้าเลย ไม่ ตอนนั้นก็ไม่ได้อยากเล่น ยังไม่รู้สึกว่าอยากเล่นอะไร แต่พอเข้ามัธยมมันมีผู้หญิงอยู่คนนึงที่ผมแอบชอบ วันนึงเขามาถามผมว่า องอาจ (ผมชื่อจริงชื่อองอาจ) องอาจเล่นกีตาร์เป็นไหม ผมก็บอก ไม่เป็นอะ แล้วเค้าก็ไม่คุยกับผมอีกเลย หลังจากนั้นมันก็เลยเป็นเหมือนแรงผลักดันผมว่า เออ เล่นดนตรีอยากจะให้ผู้หญิงคนนั้นน่ะกลับมามองผมอีกทีนึง เราก็ไปหัดไปซ้อมไปเล่น ๆ แต่สุดท้ายเขาก็ไปคบกับคนอื่นแล้ว หลังจากนั้นก็เล่นมาเรื่อย ๆ ก็มาเจอเพื่อน หลังจากนั้นก็เริ่มหลงรักมันมาเรื่อย ๆ ผูกพันกับมันแล้วก็เริ่มมีความฝัน เริ่มฟังดนตรีในแบบที่คนอื่นเขาไม่ได้ฟังกัน เริ่มมีแนวทางที่ตัวเองชอบ แล้วก็เล่นมาเรื่อย ๆ กับวงวงนี้อ่ะครับ
อาร์ต: นี่หลายคนยังไม่รู้นะว่าแต่ก่อนนี่เขาเป็นแร็ปเปอร์มาก่อนนะครับ
งู: คือเมื่อก่อนร้องแร็ปด้วย เล่นกีตาร์ด้วยครับ

“วัยรุ่นอะ อยากให้หญิงกรี๊ดอะไรงี้อ่ะ หัดเล่นกีตาร์เว้ย ก็มาจากปัญญาอ่อนแบบนั้นแหละครับ แต่ก็เล่นมาเรื่อย ๆ มันก็มีความสุข ก็เลยเล่นมาจนทุกวันนี้”

สมัยยุคนูเมทัล?

งู: ใช่ ช่วงที่ฟอร์มวงแรก ๆ มันเป็นยุคนูเมทัล Linkin Park, Papa Roach, Limp Bizkit อะไรงี้

ทำไมทุกคนจึงควรฟังอัลบั้ม While I Breathe ครับ

งู: เพราะอะไรใช่ไหมครับ มันเป็นเหมือนหนังสือเดินทางของเราครับ มันเป็นบันทึกการเดินทางของวง Lasthoper ว่าเราเริ่มมายังไง เริ่มมาจากอะไร แล้วกำลังพยายามจะเสนออะไรให้คนฟัง แล้วคุณจะได้รับรู้ว่าความตั้งใจของเรามันมีมากขนาดไหนครับผม แล้วอัลบั้มนี้เราพยายามที่จะดึงคนในตลาดบนให้ลงมาฟังให้มาอยู่กับกลุ่มคนฟังใต้ดินของเราให้มันมากขึ้น พยายามให้มันกว้างขึ้น ก็จะเป็นเหมือนวงทางเลือกอีกวงนึงครับที่คนฟังเพลงป๊อบ ๆ ก็อาจจะสามารถฟังได้
อาท: คือเราพยายามที่จะไม่ทิ้งสิ่งที่เราเริ่มต้นมาก็คือ อันเดอร์กราวด์ แล้วก็แนวดนตรีที่เราทำแบบหนัก ๆ แล้วก็ทำยังไงเพื่อที่จะ… ผมร้องคลีนได้ โอเคตรงนี้ผมก็รู้ตัวเองว่า เฮ้ย เราก็ร้องคลีนได้ เราก็ต้องใช้ตรงนี้ให้มันเป็นประโยชน์ เพราะว่า … (เด๊ดแอร์ไปหลายวินาที) … เออนั่นแหละ ใช่ แบบนั้นแหละ

รู้สึกยังไงบ้างที่เพลง “พยาน” ประสบความสำเร็จมาก

เต้: โห ประสบความสำเร็จเหรอ ผมว่ายังนะ

ในแง่ของยอดวิว

อาท: ในแวดวงอันเดอร์กราวด์ถือว่ามันเป็นเพลงที่ทะลุมาก ถ้าในแง่ของยอดวิวก็คือประสบความสำเร็จที่สุด ตอนนี้
งู: เมื่อวานเพื่อนส่งไลน์มาให้ดู ดีเจทีแปดริ้วเขาเปิดเพลง “พยาน” ด้วย ก็ดีใจ
เต้: มันเป็นอะไรที่เราไม่กล้าพูดว่าประสบความสำเร็จแต่แบบว่า มันเซอร์ไพรส์ เออ มันเซอร์ไพรส์นะ เราก็ต้องตั้งใจทำอะไรแบบนี้ มันก็ทุกเพลงแหละแต่เพลงนี้มันแป็นโจทย์ที่เราได้มาด้วยแบบว่า มีรุ่นพี่คนนึงเป็นช่างภาพถ่ายรูปวงให้เรา เขาบอกว่า ทำไมพวกสายร็อก ๆ หนัก ๆ ไม่มีเพลงแบบเพลงรัก ๆ ที่ใช้ในงานแต่งงานได้บ้างวะ เขาบอกมีแต่แบบ… Groove Riders อะไรอย่างนี้
งู: ทำไมต้อง “ลูกอม” ทำไมต้องเพลง “หยุด”
เต้:ได้โจทย์ไปปุ๊บ งูก็ปั้นขึ้นมาปั๊บ ๆ งูก็เล่นให้ฟัง ความรู้สึกแรกของผมที่งูเล่นให้ฟังก็คือว่า เฮ้ย โดนว่ะ แค่ ‘บรรจงสวมแหวน แทนคำสัญญา จะรักจนกว่า วันที่ฟ้าดินจะสลายไป’ แบบ เฮ้ย แบบพอเลยอ่ะ เออ ความรู้สึกมันบอกว่าพอ แม่งต้องโดนแน่ ๆ อะไรอย่างนี้ มันจะมีความปิ๊งอยู่นะ อย่างพอเราเจอหญิง มันต้องปิ๊ง แม่งได้แน่ ๆ นี่ก็ดีใจที่ทุกคนเห็นเพลงเพลงนี้ ชอบในงานของเรา พวกเราก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ก็ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไงนะแต่… ขอบคุณมากที่ฟังเพลงพยาน

Lasthoper มีอะไรอยากจะฝากถึงแฟนเพลง รวมถึงน้อง ๆ ที่มี Lasthoper เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรี

อาท: อยากจะฝากถึงน้อง ๆ ที่เดินทางตามความฝันในเรื่องของดนตรี คือผมค่อนข้างจะซีเรียสในเรื่องประมาณว่า เฮ้ย อย่าเพิ่งหยุดดิวะ นี่มันคือสิ่งที่เรารักอ่ะ ยังไงก็แล้วแต่อย่าเพิ่งหยุดทำอย่างเพิ่งหยุดหวังกับมันดิวะ แล้วเราไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าเราจะสำเร็จไหม เราไม่มีวันรู้ แต่ในวันนี้เราทำมันไปเถอะ แล้วก็พยายามให้มันสอน ประสบการณ์น่ะที่มันสอนเรา เราเก็บมาแล้วก็มาคุยกับวงให้เยอะ คือผมคิดว่าหลาย ๆ วงที่มีปัญหา อาจจะมีปัญหาในเรื่องการคุยกัน แตกวงกันไปอะไรอย่างนี้ แต่แบบถ้าเรายังรักในวงเรา รักในเพลงของเรา รักในความฝันของเราอะ เฮ้ย คุยกันเพื่อความเข้าใจเถอะ แล้วก็แก้ไขทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

“นี่มันคือสิ่งที่เรารักอ่ะ ยังไงก็แล้วแต่อย่าเพิ่งหยุดทำอย่างเพิ่งหยุดหวังกับมันดิวะ”

วง Lasthoper มีมุมมองต่อวงการอันเดอร์กราวด์บ้านเราตอนนี้ยังไงบ้างครับ

งู: ซบเซาครับ ซบเซา
ซบเซา?
พัน: อยากให้กับมาเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนนี่เราแบบอยากจะเล่นแม่งทุกงานน่ะ ไม่ว่าจะฟรีจะได้เงินหรือจะอะไร พวกเราซัดเรียบครับ คือมันอยากให้กลับมา เทียบกับปัจจุบันนี้มัน มันน้อยมากที่คนจะจัดงานแบบนี้แล้ว
งู: คือคนไม่กระตือรือร้นเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งถ้าเกิดเทียบกับต่างประเทศแล้ว ที่ผมไปศึกษาดูงานมา มาลงมาเล อะไรงี้ที่เขาจัดกัน
เต้: ตอนไหนวะ (หัวเราะ) มาเลไหนอ่ะ มึงไปตอนไหนมึงอยู่กับกูนี่
งู: ไม่ใช่ ๆ ก็คือเห็นวงอันเดอร์กราวด์ต่างประเทศอะไรงี้ แบบวงเล็ก ๆ อะเขาสามารถดึงคนดูได้เป็นหมื่นอ่ะ คือเหมือนเป็นเฟสติวัล เขาสามารถจัดเฟสใหญ่ ๆ ได้เลยอ่ะ ซึ่งถ้ามาเทียบกับวงการของเรา โห เพื่อนบ้านเราโตกว่าเราเยอะมากครับ
เต้: คือผมที่ผมชอบจริง ๆ ในตอนนี้ผมชอบญี่ปุ่นมาก ญี่ปุ่น
งู: ญี่ปุ่นเขามีคำขวัญนี่
เต้: อะไรวะ
งู: “เอวีดี ดนตรีเพราะ”

(หัวเราะกันอีกรอบ)

เต้: ญี่ปุ่นตอนนี้เหมือนกลายเป็นผู้นำของเอเชียไปแล้วอะ ไปบุกไปตีพวกอเมริกาอะไรได้แล้ว พวก Crossfaith อะไรงี้ มันแบบ… เออ เขาทำได้อ่ะ เขาทำได้จริง ๆ อ่ะ
งู: แล้วยังมี BABYMETAL ด้วยนะ
เต้: เออ มันแบบ เขาเจ๋งจริง ๆ มีอีกหลายวงที่แบบกำลังขึ้น ๆ มา เขาพัฒนาแบบก้าวกระโดดจริง ๆ อะญี่ปุ่น มันเป็นเพราะหลายองค์ประกอบ แล้วก็คนดูมีจิตสำนึกในการสนับสนุนผลงานลิขสิทธิ์ แล้วมีการฟังที่มาตรฐาน เกินมาตรฐานไปอีกมั๊ง คนฟังหลากหลายมีมิติในการฟังมาก เขาซัพพอร์ตทุกแนว เรากลับไปดูในยูทูบได้เลย มีงานสมัยก่อนที่ Slipknot ไปเล่น เรายังเป็นเด็กน้อย แต่คนญี่ปุ่นเขาไปกระโดดโลดเต้นกันแล้ว เขาได้ดู blink-182 กันแล้ว คนญี่ปุ่นเขากระโดดกันสนุกเลยตั้งแต่ตอนนั้น งานแบบนั้น ซัมเมอร์โซนิค หรือเปล่า

ซัมเมอร์โซนิค ใช่ ๆ

เต้: แปลว่าเขามาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วอะ มาตรฐานการฟังเพลง และเขาก็สนับสนุนเรื่อยมา แล้วทำให้ทุกวันนี้เขาเหมือนไปแข่งอเมริกาได้สบายมากเลย อยากให้… ไม่รู้มันอาจจะไม่มีผลก็ได้มั๊งคำพูดครั้งนี้ แต่ก็ช่วย ๆ กัน นักดนตรีก็จะทำเพลงให้มันได้มาตรฐานให้ดีที่สุดเพื่อคนฟังเหมือนกัน แต่คนฟังก็มาสนับสนุนพวกเราด้วยนะ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า โอเคครับ ประมาณนี้

ถ้าให้เลือกได้สมาชิกในวงอยากร่วมงานกับศิลปินระดับโลกคนไหน

งู: ผมอยากฟีทเจอริ่งกับ เทย์เลอร์ สวิฟต์ อะ เพราะว่าตอนนี้ฟังเพลงเขาค่อนข้างบ่อย เขาน่ารักแล้วก็เสียงดีเล่นดนตรีเก่ง
อาร์ต: แหม ผู้หญิงอย่างเดียวเลยนะตอนนี้

แล้วไม่สน ไมลีย์ ไซรัส?

งู: ไม่เอา เกรียนไป
เต้: ไอ้นั่นก็โป๊ไป
อาร์ต: เออ ผมนึกออกแล้วผมอยากฟีทเจอริ่งกันเอ็มมิเน็ม

(ร้องโหพร้อมกันทั้งวง)

*ทำเสียงมือป้าบ ๆ*

อาร์ต: ไม่ใช่! คือชอบสำเนียงแร็ปของเขามากเลย
เต้: ของผมเหรอ ผมมีอยู่สองคนนะ เอาฟุ้ง ๆ เลยนะ คนแรกถ้าได้มาแบบมาฟีทด้วยกันน่ะ เชสเตอร์ Linkin Park แบบพวกเราฟังกันมาอยู่แล้วอ่ะ ผมก็เด็กกบฏอะไรงี้ ฟังเพลงแหกปาก พอ ๆ กับเชสเตอร์ด้วยเลยมั๊ง เออ ถ้าได้มาร้องด้วยก็คงจะเท่น่าดูนะ แล้วก็อีกคนนึงก็พี่เคิร์ท แต่ตายไปแล้ว อยากได้แบบลูกกบฏของเขา ความเมาของเขาแบบลูกโซโลแบบเมา ๆ ของเขาอ่ะนี่แหละ ก็ประมาณนี่แหละของผม

โอเค ขอบคุณมาก Lasthoper ขอบคุณมาก ขอบคุณมากเพื่อน แต้งกิ้ว ๆๆ

หากต้องการรสั่งซื้ออัลบั้ม While I Breathe เข้าไปซื้อกับวงโดยตรงได้ที่ facebook.com/lasthoper.band ตามขั้นตอนในภาพด้านล่างได้เลยครับ

lasthoper-while-i-breathe-order