ช่วงนี้ลินคิน พาร์คกำลังรีบปั่นงานอัลบั้มใหม่ให้เสร็จทันซัมเมอร์นี้ เพื่อที่จะได้เอาเพลงไปโชว์ตามเทศกาลดนตรีในยุโรป และตอนนี้พวกเขาก็มีเพลงใหม่ 1 เพลง (Guilty All the Same), ชื่ออัลบั้ม (The Hunting Party), ปกอัลบั้ม, วันวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (17 มิถุนายน)

จากเพลงใหม่ที่ปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้สัมผัสกับความหนักแบบยุคแรก บวกกับบทสัมภาษณ์ของแบรด เดลสันที่บอกว่าอัลบั้มนี้จะมีกีตาร์โซโล ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้น่าสนใจว่าพวกเขาจะเลิก ‘ป๊อป’ แล้วกลับมาเดินทางเดิมใช่หรือไม่

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของไมค์ ชิโนดะ หนึ่งในสองฟรอนต์แมนของวงที่เล่ากับทาง Rolling Stone น่าจะช่วยยืนยันความหนักครั้งนี้ให้มากขึ้นไปอีกได้

“มันควรจะออกมาจากภายใน” เขาพูดไปหัวเราะไป “เราต้องการเอาพวกอารมณ์เบา ๆ ออกไปจากดนตรีของพวกเรา และเราต้องเราเอาทุกอย่างที่ทำให้เรารู้สึกก้าวร้าวออกไปเพื่อประโยชน์ในเชิงรุกด้วย เราไม่ใช่เด็กอายุ 18 ที่มานั่งทำอัลบั้มเสียงดังไปวัน ๆ – เราคือผู้ใหญ่อายุ 37 ปีที่กำลังทำอัลบั้มเพลงเสียงดัง และสิ่งที่ทำให้คนอายุ 37 โมโหมันก็ต่างไปจากสิ่งที่เคยทำให้เราโมโหในอดีต”

ไมค์ยังบอกต่อไปว่าเขากำลังอินกับดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจก่อนจะมีวงลินคิน พาร์คอย่างวงรีฟิวส์, เฮลเม็ต, แอต เดอะ ไดรฟ์-อิน รวมไปถึงวงดนตรีที่ทำให้เขาเริ่มฟังเพลงหนัก ๆ เช่นอินไซด์ เอาต์และกอริลลา บิสกิน

“ผมกำลังคิดถึงอัลบั้มที่มีมาก่อนยุคนูเมทัล ถ้าไม่มีอัลบั้มพวกนั้นก็ไม่มีลินคิน พาร์ค”

และจากแรงบันดาลใจพวกนั้นก็ทำให้อัลบั้มนี้มีแขกรับเชิญจากยุคนั้นมาร่วมสร้างสีสันในอัลบั้มใหม่ของวงกันเพียบครับ เช่น เพจ ฮามิลตัน นักร้องนำ/มือกีตาร์วงเฮลเม็ต ที่จะมาร้องในเพลง “All for Nothing, ดารอน มาลาเคียน มือกีตาร์วงซิสเทม ออฟ อะ ดาวน์จะมาร่วมงานในเพลง Rebellion และราคิม แร็ปเปอร์ชื่อดังที่ได้มาโชว์ผลงานในเพลง “Guilty All the Same” ให้ได้ฟังกันไปแล้ว

อัลบั้มนี้อาจไม่ได้หนักที่สุดตลอดกาลของวงการเพลงเมทัล แต่มันจะหนักที่สุดที่ LP เคยทำมา อาจจะไม่หนักเท่าบอทช์ (วงแมทคอร์ที่อยู่ในวงการช่วงปี 1993-2002 ยุบวงไปแล้ว) หรือเมชูกกาห์ แต่มันหนักแน่นอน

“ผมรู้ดีว่ามันมีวงดนตรีเฮฟวีเมทัลที่หนักโคตร ๆๆๆ ที่ทำเพลงได้ดีมากจริง ๆ อยู่เต็มไปหมด” เขาหัวเราะ “เราไม่ได้จะทำอัลบั้มแบบบอทช์ เราไม่ได้จะทำอัลบั้มแบบเมชูกกาห์ เราทำอัลบั้มของลินคิน พาร์คที่โคตรหนักและก้าวร้าว มันน่าจะหนักที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา”

อ่านเนื้อความเต็ม ๆ ได้จากที่มาท้ายข่าวครับ

ที่มา – Rolling Stone