Ill Nino ละติน นู เมทัล จากเมืองยูเนียน ซิตี้ รัฐนิว เจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ “All Or Nothing” ซึ่งได้ Sonny Sandoval นักร้องนำวง P.O.D. มาร่วมแจมด้วย ซึ่งเพลงนี้จะอยู่รวมในอัลบั้ม IllMortals ที่จะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ครับ

บอกก่อนว่าวง Ill Nino เปลี่ยนไลน์อัพแทบยกชุด เหลือเพียง Dave Chavarri มือกลองและ Lazaro Pina มือเบส ที่เป็นสมาชิกดั้งเดิมเท่านั้น โดยได้ Sal Dominguez อดีตสมาชิกวง Upon A Burning Body มารับหน้าที่มือกีตาร์ริธึ่ม, Jes De Hoyos อดีตสมาชิกวง Sons of Texas มาเป็นตำแหน่งลีด กีตาร์, Daniel “Danny” Couto ตำแหน่งเพอร์คัสชั่น และ Marcos Leal อดีตสมาชิกวง Shattered Sun มารับหน้าที่ร้องนำแทน Cristian Machado

แม้ว่าไลน์อัพจะเปลี่ยน แต่แนวทางดนตรีของพวกเค้ากลับย้อนไปสู่ยุครุ่งเรืองในสมัยนู เมทัล ทุกพาร์ต ทุกริธึ่ม ทุกริฟฟ์ ทุกจังหวะ มันได้ดึงบรรยากาศที่ทุกคนคุ้นเคยกลับมาหมด กลิ่นอายละติน ซุ่มเสียงการเคาะเพอร์คัสชั่น ยังคงโดดเด่นในแบบฉบับ Ill Nino แถมยังได้เสียงร้องของ Sonny Sandoval มาช่วยแร็ปยิ่งพีค เติมเต็มอารมณ์นู เมทัล ได้สมบูรณ์แบบ

สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมคือเสียงร้อง Marcos Leal ที่ทำได้ดีไม่แพ้นักร้องคนเก่าเลย แต่เอาจริง ๆ Leal มีโทนเสียงและวิธีการร้องที่คล้ายคลึงกับ Machado มากเลยทีเดียว

ทาง Sonny นักร้องนำวง P.O.D. ได้ออกมาพูดถึงความรู้สึกกับเพลงนี้ว่า

“P.O.D. กับ Ill Nino ได้ผสมผสานวัฒนธรรม, รากเหง้าและมรดกตกทอดทางดนตรี ซึ่งได้สร้างความแตกต่างในวงการดนตรีเมทัลมานานกว่า 2 ทศวรรษ”

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติและรู้สึกพิเศษที่ได้มีส่วนร่วมในเพลงนี้ หลังจากที่รู้จักพวกเค้ามา 20 ปี ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราไม่ทำงานร่วมกันเร็วกว่านี้ครับ”

ส่วน Marcos Leal ก็ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลงนี้ด้วยเช่นกัน

“การเขียนเพลง ‘All Or Nothing’ มันท้าทายต่อตัวผมเองมาก ๆ ครับ ผมรู้เลยว่าตอนที่ผมมาเป็นสมาชิกวง Ill Nino จะต้องเจอกับคนที่คิดในแง่ลบแน่นอน, เจอการเปรียบเทียบและการดูถูเยาะเย้ย มันทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองเลยนะ ผมถามตัวเองว่าเราดีพอกับโอกาสนี้หรือไม่ มันท้าทายตัวผมเองเหมือนกับที่ผมกำลังท้ายทายพวกคุณ คุณจะทำอย่างไรถ้าได้รับโอกาสดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิตแบบผม? ส่วนผมเลือกที่ได้รับโอกาสนั้นครับ ผมอยากจะขอบคุณ Sonny Sandoval ฮีโร่ของผม ที่มอบความสดในเพลงนี้และสร้างแรงบันดาลให้ผมมาโดยตลอดครับ

ที่มาของบทสัมภาษณ์ : blabbermouth