แจ็ค โรเจอร์ส คอนทริบิวเตอร์ของเว็บไซต์ Rocksound.tv ได้เขียนบล็อกเล่าเหตุผลที่เขาเดินทางถึง 4,000 ไมล์ (ประมาณ 6,400 กม. จากอังกฤษ-สหรัฐอเมริกา) ไปยังฟิลาเดลเฟีย เพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตฉลอง 10 ปีของวงป๊อปพังก์ชื่อดัง The Wonder Years เขาเล่าถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ไปเยือนตามที่วงได้เขียนเล่าไว้ในเพลง, ไปกินชีสสเต็ก, ไปสัมผัสบรรยากาศของโชว์ในบ้านเกิดของวง, ไปพบเจอเพื่อน ๆ ที่เดินทางข้ามโลกมาเช่นเดียวกัน และเพื่อไปเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษมาก ๆ ของวง ลองไปอ่านกันดูค่ะ

หมายเหตุ: บางช่วงที่ยกเนื้อเพลงของวงมาจะขอแปลในวงเล็บเพื่อความเข้าใจและอรรถรสในการอ่านนะคะ – ผู้แปล

The Wonder Years เป็นวงโปรดของผมมายาวนาน ผมรักทุกสิ่งที่พวกเขาทำ ตั้งแต่ยุคแรก ๆ ที่เต็มไปด้วยท่อนเบรกดาวน์ง่าย ๆ และเสียงซินธ์ในอัลบั้ม Get Stoked On It! จนถึงผลงานชิ้นเอกแห่งปี 2013 The Greatest Generation ดังนั้นเมื่อพวกเขาประกาศว่าจะแสดงคอนเสิร์ตฉลองโอกาสครบรอบ 10 ปีของวง ผมซื้อบัตร จองตั๋วเครื่องบิน และแล้วผมก็มาถึงยังเมืองแห่งความรักของพี่น้อง ก่อนที่คุณจะพูดคำว่า I’m Not Sad Anymore ทันซะอีก พวกคุณอ่านที่ผมเขียนแล้วอาจจะคิดว่าผมบ้า แต่ผมมีเหตุผลดี ๆ ตั้งหลายข้อมาบอกว่าทำไมผมจึงเดินทางมาครึ่งโลกเพื่อ Six dudes from the Keystone State (หกหนุ่มจากรัฐ Keystone)

ผมได้ท่องเที่ยวไปตามเพลง

The Wonder Years รักบ้านเกิดของพวกเขา เพลงหลาย ๆ เพลงมีเนื้อหาที่อ้างอิงถึงสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น การไปที่ฟิลาเดลเฟียนั้นคล้ายกับการจาริกแสวงบุญของผม ที่นั่นมีหลายสถานที่ให้ไปสำรวจ Washington Square Park to see if the tides would turn for me? วอชิงตัน สแควร์ พาร์ค ผมไปมาแล้ว Melrose Diner ร้านอาหารโทรม ๆ ที่ ซินเดอร์ อะเวนิว ที่มาของเพลง เอ่อ…ก็ เพลง Melrose Diner นี่แหละ และจากที่แดน ‘ซุปปี้’ แคมป์เบล บอก ร้านนี้จริง ๆ แล้วก็ซอมซ่อตามนั้นจริงๆด้วย? สุดท้ายผมก็ไป Logan Circle เพื่อไปดูว่าเขาเปิดน้ำพุหรือเปล่า พวกคุณน่าจะเดาออกว่าผมไปมา (ป.ล. เขาไม่ได้เปิดน้ำพุจริง ๆ ด้วย)

“All I’ve got left are these handfuls of fuck you

เพลง Melrose Diner

เพราะชีสสเต็กไง

อาหารการกินในฟิลาเดลเฟียนั้นพิเศษมาก ๆ มีตั้งแต่เพรทเซลจนถึงไอศครีมและหมูอบสุดพิเศษ (mental roasted pork) เมืองเมืองนี้มีทุกอย่างที่กล่าวมา แต่กระนั้นก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับการกินชีสสเต็กสูตรดั้งเดิมของร้าน แพท’ส คิง ออฟ สเต็กส มื้อนั้นอร่อยจนทำให้อาหารมื้ออื่น ๆ รสชาติเหมือนกระดาษไปเลยทีเดียว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะแมตตี้ (A Loss For Words)

“I’m staying in eating take-out food by TV light”

เพลง Washington Square Park

เพราะไม่มีบรรยากาศโชว์ที่ไหนที่ดีเท่าที่บ้านเกิดของวงอีกแล้ว

ในโชว์ทุก ๆ โชว์ตลอดสามอัลบั้มของ The Wonder Years ที่นี่เป็นที่ที่คนดูบ้าพลังมากที่สุด เซิร์ฟข้ามรั้วกั้น, ต่อยอากาศกันเมามัน และทุกคนร้องตามตลอดทั้งสามคืนของคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะอัลบั้ม The Upsides, Suburbia I’ve Given You All And Now I’m Nothing หรือ The Greatest Generation ซึ่งแม้แต่ที่เมืองของคุณคนดูก็ยังไม่สนุกเท่านี้เลย

“For the first time this year I feel whole, because I’ve been so afraid of being alone”

เพลง Summer In PA

เพราะเพื่อน ๆ

The Wonder Years มีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับคนดูทุกคนที่มาดูโชว์ และผมก็ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่เดินทางครึ่งโลกมาดูพวกเขา พวกเราที่ดูโชว์ทั้งสามคืนต่างมีความผูกพันเดียวกันนี้ ผมอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่พวกเขาล้วนเป็นคนที่ผมสามารถสนิทได้อย่างรวดเร็ว โชว์นี้เป็นวิถีสำหรับสังคมแบบนี้ ที่พวกเขาจะใช้บอกขอบคุณกับพวกเรา มันเป็นสุดสัปดาห์ของมิตรภาพ ซึ่ง TWY ได้รวบรวมเพื่อน ๆ วง Fireworks, Koji, A Loss For Word และ Modern Baseball มาเล่นเปิดให้ แม้กระทั่ง อีวาน ไวส์ จากวง Into It. Over It. ก็ได้รียูเนียนกับวง The Progress เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“I don’t need to pump my fists to look sweet”

เพลง This Party Sucks

เพราะโอกาสครบรอบสิบปีเป็นวันที่พิเศษมาก

The Wonder Years เริ่มจากการเล่นดนตรีให้คน 15 คนฟังในชั้นใต้ดินของบ้านและโรงยิมโรงเรียน ร้องเพลงเกี่ยวกับโจรสลัดและนักบินอวกาศ พวกเขาไม่เคยปล่อยอะไรผ่านไปเปล่าประโยชน์ ทั้งต้องลุยและฝ่าฟันกว่าจะมาถึงจุดนี้ ทั้ง ๆ ที่ถ้าเป็นวงอื่นก็อาจจะยอมแพ้ เลิกพยายามไปแล้ว แต่ The Wonder Years ลุยต่อและยืนหยัดสู้ รางวัลของพวกเขาคือการที่บัตร 3,600 ใบ สำหรับงานฉลองครบรอบ 10 ปี ขายหมดเกลี้ยงใน 10 นาที โชว์ทั้งหมดคือการฉลองที่แท้จริงของสิ่งที่วงได้รับมาตลอดสิบปี จากมุมที่ผมยืน มันเป็นสุดสัปดาห์ที่พิเศษสำหรับคนบนเวทีพอๆกับคนดู ฉลองให้กับอีก10ปีของ The Wonder Years

ที่มา : บล็อก Rocksound.tv โดย Jack Rogers โพสต์เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2015

ภาพจากอินสตาแกรมของซุปปี้ นักร้องนำ ชอบแคปชั่นมาก ๆ ค่ะ

หมายเหตุผู้แปล

– Brotherly Love คือความหมายของชื่อเมืองฟิลาเดลเฟีย

“I’m not sad anymore” ประโยคเด็ดจากเพลง “My Last Semester” ที่วงเขียนเล่าชีวิตปีสุดท้ายในโรงเรียน ว่าอยากให้มันจบ ๆ ไปซักที ที่นี่มีแต่คนเฟค ๆ พวกเขารอแทบไม่ไหวที่จะออกทัวร์ เล่นดนตรีกับเพื่อน ๆ ในวง

– Keystone State เป็นชื่อเล่นของรัฐเพนซิลวาเนีย ที่ตั้งของเมืองฟิลาเดลเฟีย

– “Washington Square Park” มีท่อนที่ร้องเกี่ยวกับการปั่นจักรยานมาที่นี่

“We rode our bikes over to 6th Street
to Washington Square Park
to see if the tides would turn for me”

– “Logan Circle” มีท่อนประสานเสียงว่า

“They turned on the fountain today at Logan Circle,
They turned on the fountain today,
They turned on the fountain today at Logan Circle,
I felt something in me change,”