เพิ่งผ่านพ้นไปสด ๆ ร้อน ๆ กับเวทีประกวดสาวงามระดับประเทศ Miss Thailand World 2019 หลายคนน่าจะทราบผลการแข่งขันไปเป็นที่เรียบร้อย แต่นอกเหนือจากผลการแข่งขัน

ยังมีบางสิ่งที่น่าสนใจและน่าติดตามมาก ๆ สำหรับสาวก Headbangkok เพราะว่าหนึ่งในผู้เข้าประกวดมีชาวร็อกซ่อนตัวอยู่ด้วย! เธอคนนั้นคือ เนิส-ดุสิตา ทิพโกมุท ผู้เข้าประกวดหมายเลข 18 ผู้คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 (เรียกบ้าน ๆ ก็คือที่ 3) และพ่วงรางวัลความสามารถด้านทักษะนางแบบ รางวัลความสามารถพิเศษอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เนิสได้สร้างความฮือฮากับโลกโซเชียลด้วยการส่งคลิปโซโลกีตาร์เพลง “Run the World” ของ Beyoncé จนทำให้หนุ่ม ๆ นักดนตรีสายร็อกต่างพากันเทใจให้กับเธอ นอกจากนั้นแล้วเธอยังมีศิลปินโปรดเป็นวงเมทัลอีกด้วย เรามาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกว่าเดิมจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ดีกว่าครับ

*หมายเหตุ บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นก่อนวันตัดสินการประกวดที่ฉายทางโทรทัศน์


แนะนำตัว

ชื่อเนิส ดุสิตา ทิพโกมุท อายุ 21 ปีค่ะ 

จุดเริ่มต้นการเข้าร่วมประกวด

ก็สมัครเข้ามาประกวดปีนี้เป็นปีแรกค่ะ คือการประกวดของ Miss Thailand World เค้าจะมีเป็นแบบเหมือนโครงการจิตอาสา แล้วเรามีตรงนี้อยู่แล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าคาแรกเตอร์เราเหมาะกับเวทีนี้ค่ะ

ช่วงประกวดทำงานหนักขนาดไหน

ช่วงประกวดคือเข้ากองทุกวันค่ะ ตื่นตั้งแต่เช้าสุดที่เคยตื่นก็ตี 3 สายสุดก็คือ 6 โมงเช้า ส่วนนอนก็ไม่เคยต่ำกว่าเที่ยงคืนถึงตี 1-2 

ภารกิจระหว่างการประกวด

ภารกิจของ Miss Thailand World ก็จะมีไปเก็บตัวที่เขาใหญ่และพัทยา ตอนที่ไปเก็บตัวที่เขาใหญ่ก็มีกิจกรรมก็คือการแข่งขันด้านกีฬา อย่างเช่น ด้านความสามารถพิเศษ ที่เขาใหญ่เราก็ไปทำด้านกีฬา แล้วก็ที่พัทยาก็จะมีกิจกรรมใส่เสื้อผ้าเดินแบบเกี่ยวกับการแต่งตัวในชายทะเลค่ะ ก็ได้ความสนุกมากค่ะ เข้มข้นมาก ก็คือทุกคนมีพลังให้กับภารกิจตรงนี้ ทุก ๆ คนแบบใส่ใจกับทุกอย่าง มันเหนื่อยมาก ๆ แต่ว่าไม่มีใครพลังลดเลยอะ มีความมุงมั่นมาก 

ตอนเข้ามาแรก ๆ กดดันค่ะ แต่ไม่ได้กดดันขนาดนั้น แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ เนิสรู้สึกแบบเหมือนเป็นคอมมูนิตี้ไปแล้วอะ เหมือนเป็นครอบครัวนึงแล้ว เรารู้สึกว่าโอเค เราแค่จะทำทุกวันให้ดีที่สุดเราจะไม่คอมแพร์กับใคร ความกดดันมันก็หายไปกลายเป็นความตื่นเต้นที่แบบจะได้ทำกิจกรรมแต่ละอย่าง 

คาดหวังกับการประกวดครั้งนี้มากแค่ไหน

คาดหวังมงกุฎ ฮา ๆ แต่ถ้าไม่ได้เนี่ย สมมุติไม่ได้มงก็คาดหวังอยู่ใน Top 5 หรือ Top 3 และก็สิ่งที่อยากทำก็คือเราอยากทำเพลงต่อจากนี้ด้วยค่ะ

ทราบว่าเนิสเป็นครูด้วย

ใช่ค่ะ ที่บ้านเป็นโรงเรียน

“ครูเนิส” ต่างจากครูทั่วไปไหม

เนิสเป็นครูที่ไม่เหมือนครูทั่วไปค่ะ ห้องเรียนของเนิสจะแปลกมาก บางคลาสจะไม่มีการหยิบหนังสือขึ้นมาเลย คือบทบาทการเป็นครูของเนิสเราจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กรู้สึกสนุกกับการที่จะได้รู้กับสิ่งตรงหน้า ถ้าวันไหนเด็กไม่สนุกเนิสจะไม่สอน

สอนวิชาอะไรเป็นหลักและสอนวัยไหน ?

สอนวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าที่โรงเรียนจะสอนอนุบาลค่ะ และก็มีสอนพิเศษตั้งแต่เด็กเลยจนถึงเด็กโตเลยค่ะ

สไตล์การสอน

ของเราเข้าคลาสไปจะต้องปรับมายด์เซตกับเค้าก่อน วันนี้อีโมชันเค้าเป็นยังไง เค้าคิดอะไรอยู่ เมื่อปรับกับเสร็จแล้วเราก็จะบอกว่าเราจะสอนอะไร เค้าอยากเรียนเรื่องนี้ไหม คือมีการจูนกันอะไม่อยากให้เด็กรู้สึกแบบยัดเยียด อยากให้เด็กเรียนเพราะเค้าอยากรู้ ไม่ใช่เรียนเพราะเค้าต้องรู้

หายไปจากโรงเรียน บอกเด็ก ๆ ว่าอะไร

คือเนิสมาเนิสไม่ได้บอกเด็กนักเรียน คือบอกแค่ว่า “เนี่ย ครูจะไม่ว่างนะ เดี๋ยวครูจะไม่มาสอน 1 เดือน” เสร็จปุ๊บเด็ก ๆ ก็ไปเห็นเราในทีวี อยู่ในโซเชียลมีเดีย ก็แคปหน้าจอมาบอกว่านี่ครูใข่ไหมคะ ฮา ๆ แล้วคือมันแตกต่างกับเราที่โรงเรียน คือเราแต่งหน้าอะไรอย่างนี้ แล้วเด็กก็แบบ ครูสวยจัง นู่นนี่นั่น

เหตุผลที่แสดงฝีมือด้วยการโซโลกีตาร์

ก็เพราะเนิสชอบเล่นดนตรีค่ะ จริง ๆ แล้วอีกปัจจัยนึงที่แบบมาประกวด Miss Thailand World เพราะว่าเวทีนี้เปิดโอกาสให้คนได้แสดงความสามารถพิเศษด้วย ซึ่งเวทีอื่นไม่มี อันนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งด้วย แล้วแบบเรามีแพชชันมาก ๆ กับดนตรี เราอยากเป็นนักดนตรี อยากเล่นดนตรี อยากมีคอนเสิร์ตของตัวเองค่ะ

พอเห็นฟีดแบ็กคลิปแล้วรู้สึกยังไง

ผลตอบรับดีมากค่ะ เนิสประทับใจมาก ที่ทำให้ผู้ชายมาเป็นแฟนนางงามได้ ทำให้แบบมือกีตาร์มาเป็นแฟนนางงามได้เรารู้สึกประทับใจ รู้สึกดีที่วันนี้มีคนมาสนใจกับสิ่งที่เราทำค่ะ

เริ่มเล่นดนตรีตั้งตอนช่วงไหน

เนิสเล่นตอน 7 ขวบ เล่นไวโอลินค่ะ เล่น ๆ หยุด ๆ เพราะที่บ้านคิดว่ามันเป็นงานอดิเรก เค้าไม่ค่อยได้ส่งเราไปเรียนดนตรีเท่าไหร่ แล้วก็พอเราไม่ได้เรียนเราก็เล่นไม่เป็น ก็ไม่ค่อยได้ต่อยอด จนกระทั่งเข้ามัธยมเราก็ยังอยากเล่นดนตรีอยู่ ก็เลยไปบอกครูที่โรงเรียนว่าอยากเล่นวงดนตรี ครูก็ให้เข้านะเพราะเห็นแพสชั่นของเรา แต่ว่าไวโอลินมันเล่นได้ไม่กว้าง ก็เลยให้ไปฝึกกีตาร์ก็เลยเริ่มฝึกประมาณ ม. 2-3 ค่ะ

เพลงแรกที่หัดแกะกีตาร์

จำได้ค่ะ เพลง “จำทำไม” ของ Tattoo Colour คือมีแค่ 4 คอร์ด คือแบบง่ายสุดแล้ว

เรียนกีตาร์เพิ่มเติมหรือเปล่า

ไปเรียนอยู่นิดนึงค่ะ เพราะว่าสัปดาห์ต่อมาเราต้องไปขึ้นโชว์เลย วงโรงเรียนเค้าสร้างมาตราฐานไว้ดี ทำให้มีงานเข้ามาเยอะ วงก็จะมีเล่นทุกอาทิตย์ ทีนี้เราก็ต้องเป็นให้เร็วที่สุด เพลงต่อมาที่ฝึกก็เป็นเพลง “ความรัก” ของ Bodyslam ที่เนิสเคยเรียนจะมีที่ Crescendo ค่ะอยู่ที่สยาม เรียนอยู่ได้แป๊บนึงก็ย้ายไปเรียนที่ปราชญ์มิวสิค (PMG) ค่ะ

กีตาร์กับแนวที่ชอบเล่น

เนิสชอบเล่นร็อกค่ะ แต่เนิสฟังทุกแนวนะคะ ฟังดนตรีหลากหลายมาก แต่ชอบเล่นร็อกเพราะว่าเล่นแล้วสนุกมันมันส์มากอะค่ะ

ฝึกกีตาร์โซโลนานขนาดไหน

ฝึกนานนะคะ คือเนิสเรียน ๆ หยุด ๆ คือต้องเก็บเงินตัวเองเรียนดนตรี แล้วเด็กมันก็ไม่มีเงินอยู่แล้ว คือเรียนได้เดือนนึงก็หมดเงินก็ต้องหยุดไป ทำให้เนิสไม่ได้ฝึกจากพื้นฐานแต่ฝึกเพลงต่อเพลง ก็เลยอาจจะนานกับการขึ้นเพลงใหม่ เพราะว่าถ้าเราพื้นฐานดีมันก็ขึ้นเพลงใหม่ง่าย

ไอดอลในการเล่นกีตาร์

Synyster Gates วง Avenged Sevenfold คนนี้ชอบมากค่ะ เพิ่มเติมก็จะเป็น Eric Clapton แล้วก็ Hide วง X Japan คือ Hide นี่คือแบบชอบที่สุดค่ะ

วงเมทัลที่เนิสชอบฟัง

ก็จะมี Slipknot ค่ะ นอกนั้นจะเป็นวงที่ไม่ได้แรงเท่า Slipknot อะค่ะ จะเป็นอย่างเช่น Breaking Benjamin, Five Finger Death Punch, Black Veil Brides แล้วก็ฟัง Gary Moore ด้วยค่ะ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักกับดนตรีเมทัล

มันเริ่มจากเนิสค่อนข้างเก็บกดนะตั้งแต่มัธยม เพราะแบบที่บ้านไม่ค่อยโอเคกับการเล่นดนตรี คือเหมือนเรามาอยู่วงเราค่อนข้างซีเรียสกับการซ้อม ก็ทำให้กลับบ้านดึก แล้วบางทีก็ต้องนอนโรงเรียน แล้วมันเหมือนการกระทำมันขัดแย้งกับที่บ้าน เค้าอยากให้เราเข้าสายวิทย์ อยากให้เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นครู เป็นหมออะไรอย่างงี้ พอทีนี้ความกดดันเยอะ ๆ เราอยากระบายอารมณ์ พอเราได้มาฟังเพลงร็อกแล้วมันเหมือนตอบโจทย์ ฮา ๆ แล้วทีนี้เริ่มฟังเพลงร็อกเยอะ ๆ เลยตอนม.ปลาย ช่วงนั้นฟังเพลงร็อกอย่างเดียว เราก็หาฟังเอาเองค่ะ ตอนนั้นจะออกแนวแร็ป แต่เค้าเป็นแร็ปแบบร็อก ๆ หน่อย ก็เหมือนเจอมาเรื่อย ๆ จำได้ว่าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่เป็นเรดิโอ แล้วก็จะมีให้เราเลือกว่าเราอยากฟังเพลงอะไร แล้วเราก็เลือกพวกพังก์ ร็อก พวกแบบเมทัล ก็เลยเจอวงพวกนี้ค่ะ

อยากทำวงตัวเองออกมาแบบไหน

เนิสอยากทำวงที่เนิสร้องด้วยและเล่นกีตาร์ด้วย ถ้าเป็นวงยังไม่เคยคิดว่าเป็นลักษณะไหนนะ แต่น่าจะออกแนวพังก์ ๆ หน่อย ๆ นึกถึง Avril Lavigne ค่ะ

ศิลปินที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

Synyster Gates วง Avenged Sevenfold เค้าเก่งมากเลยอะ ชอบทุกอัลบั้มเลยค่ะ

เพลงโปรดของ Avenged Sevenfold

ชอบ “Dear God”, “Afterlife”, “Nightmare” ก็ชอบ เพลงแรกที่ฟังคือเพลง “Welcome to the Family”” ค่ะ

ฝีมือดนตรีของเราจะส่งผลกับการประกวดครั้งนี้ไหม

เนิสคิดว่ามันทำให้เรามีจุดเด่นและก็มีจุดแข็ง การที่เรามีแพชชันกับอะไรสักอย่างมันทำให้เรามีความมุ่งมั่น มันสตรองมาก ๆ แต่ตั้งแต่เด็ก ๆ เนิสไม่ได้ถูกที่บ้านสนับสนุนให้เล่นดนตรี แต่เนิสต้องเก็บเงินไปเรียน เก็บเงินซื้อกีตาร์ คือมันทำให้คนเห็นได้ว่าในเส้นทางที่ลำบาก เด็กคนนี้ไม่เคยสูญเสียแพชชันของเค้า มันเช่นเดียวกันกับการทำภารกิจนี้เนิสก็ไม่สูญเสียแพชชันเหมือนกันค่ะ

คอนเสิร์ตร็อกที่เคยไปชมมา

ก็ Avenged Sevenfold ตอนมาไทยรอบที่ 2 ค่ะ เนิสจะเป็นคนแบบเงินน้อยอะ ก็เลยไม่ค่อยได้ไปดูคอนเสิร์ดเพราะว่าไม่มีเงิน

เล่าเรื่องเล่นดนตรีให้เด็กออทิสติกฟังหน่อยครับ

ก็คืออย่างเด็กออทิสติกเนี่ยเค้าสมาธิไม่ค่อยนาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เค้าสนใจเราได้ก็คือนดนตรีค่ะ และเค้าก็ชอบคนที่เล่นดนตรี เหมือนเราดึงความสนใจเค้ามาได้ เค้าจะเริ่มจดจ่อกับเรา แล้วทีนี้พอไม่ว่าเราจะใส่อะไรไปให้เค้าเค้าจะพร้อมที่จะรับมากขึ้น และก็มีเด็กมาขอลองเล่นกีตาร์ กล้าที่จะขอเราเล่น เค้าอยากเล่น คือเรามีความรู้สึกว่าเด็กกลุ่มนี้เค้าชอบศิลปะกับดนตรีมาก ๆ แล้วก็เราใส่อะไรไปให้เค้าเค้าตื่นเต้นตลอด

อธิบายเกี่ยวกับตัวเองแบบสั้น ๆ

เนิสมีความคิดเป็นของตัวเอง และเนิสก็จะเชื่อความคิดของตัวเอง มันอาจจะเหมือนคนดื้อนะ แต่คือเราก็หัวอ่อนและก็ฟังคนอื่น แต่ว่าเราจะมีความเชื่อของเรา และเราก็ค่อนข้างเชื่อในความเชื่อของเรา

ฝากถึงแฟน ๆ Headbangkok

โห ต้องขอบคุณมากเลย เรารู้สึกดีมากที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผู้ชายมาดูนางงาม ตอนนั้นเนิสรู้สึกเหมือนเราสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง ความสำเร็จตรงนี้คือเราได้โชว์ความเป็นตัวของตัวเองด้านดนตรีและทุกอย่าง แล้วคนรักเราในด้านที่เราได้โชว์ออกไป เนิสอยากของคุณมาก ๆ ที่พี่ ๆ อุตส่าห์มารอ และก็ขอบคุณที่มาสนใจ เนิสไม่ใช่คนเก่งแต่เนิสแค่เป็นคนที่แบบมีแพชชันของเราอะและเราไม่เคยสูญเสียตัวตนตรงนี้ และก็ขอบคุณที่เห็นคุณค่าของคนคนนี้ค่ะ

ช่องทางการติดตามผลงาน

ก็มีเพจชื่อ Dusita Tipgomut ชื่อ-นามสกุลเนิสเลย และก็อินสตาแกรม @dusita.tipgomut ค่ะ แล้วก็สิ่งที่คาดว่าจะทำแน่ ๆ ก็คือทำเพลงหลังจบการประกวดก็รอติดตามในช่องทางเหล่านี้ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ


ทาง Headbangkok ขอแสดงความยินดีกับน้องเนิส ที่ได้รับรางวัลตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้มงจะไม่ลงบนเวที แต่ลงตรงหัวใจชาว Headbangkok และชาวร็อกหลาย ๆ คน คนอย่างแน่นอนครับ

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานทุก ๆ ท่าน สำหรับการอำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วยครับ

รูปโดย น้องตัวเล็ก