ไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสสัมภาษณ์ศิลปินฝั่งแร็ปเลยจริง ๆ เพราะซีนดนตรีเหมือนอยู่คนละมุมโลก ทั้งที่จริง ๆ แล้วดนตรีแร็ปกับเมทัลมันผูกพันธ์กันมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยุคนู เมทัล

ครั้งนี้เป็นแรกที่ทาง Headbangkok ได้มีโอกาสสัมภาษณ์แร็ปเปอร์ชื่อดังของวงการ YOUNGOHM ที่จะมาเปิดเผยเรื่องราวของ Drill, การอดออมเงินในวัยเรียนเพื่ออัดเพลง และวงเมทัลที่เคยชื่นชอบ

รูปโดย แชมป์ Headbangkok และแฟนเพจ YOUNGOHM

เรื่องโดย Jeddy

Bust Down Thailand

เพลงนี้ก็เริ่มมาจากกระแส UK Drill แร็ปฝั่ง UK ผมเห็นเด็กใหม่ ๆ เค้าแร็ปกัน ผมก็เอ๊ะมันคืออะไร ผมก็พยายามไปศึกษา พยายามฟัง ซึมซับวัฒนธรรม ผมชอบมาก แล้วเผอิญไปเจอน้องคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากลอนดอน เค้าก็แร็ปฟีลนั้นเลย ชื่อ KINGLING สำเนียงนั้นเลย ผมก็อยากลองทำ มันใหม่มากสำหรับผมกับการแร็ปกับบีตฟีลนี้ บีตมันจะมี Drill กับ Rhyme จังหวะบางแบบที่แตกต่างจากอเมริกาที่หนักทาง Trap แต่ตอนนี้ Drill เริ่มซึมไปทางอเมริกาแล้ว ทำให้ทั่วโลกก็เริ่มรู้จัก Drill แล้วครับ

กระแสตอบรับอัลบั้ม BANGKOK LEGACY

ดีครับ ดีเลย ถือว่าประสบความสำเร็จครับ มันท้าทายมากครับ ผมไม่เคยคิดเรื่องการทำอัลบั้มมาก่อนเลยครับ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ FIIXD ผมได้เห็นทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอนที่เค้าทำเพราะอยู่กับเค้าบ่อย ผมก็รู้สึกว่ามันน่าสนุก และเราควรจะมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง เพราะมันสามารถสื่อเรื่องราวออกไปได้เต็มที่ ครบรสกว่าที่จะปล่อยไปทีละเพลง มันเป็นเป้าหมายของผมด้วย ตอนแรกมันมองว่ามันยากมาก เพราะผมทัวร์เยอะ แต่มาเจอช่วง Covid-19 พอดีก็เลยมีเวลาทำได้เต็มที่ อัลบั้มนี้ใช้เวลาไปประมาณ 5-6 เดือนได้ครับ

ขั้นตอนการทำเพลงในสไตล์ YOUNGOHM

ส่วนมากผมจะเริ่มหาบีตเป็นโครงไว้ก่อน เป็นบีตพวกตามยูทูปที่เราสามารถแร็ปตามได้ ซึ่งเราปกติเล่นเครื่องดนตรีไม่ได้ ก็ขอให้มันมีจังหวะกลอง มันก็ง่ายสำหรับผม เราก็จะคิดเมโลดี้ตามได้ บางทีเราไม่ได้ฟังบีต แต่เข้ามาในหัวเองก็มี แต่ส่วนมากจะนั่งแต่งกับบีตมากกว่าครับ

จุดเริ่มต้นของความสนใจต่อ RAP และ HIP HOP

ช่วงกำลังจะขึ้นม.1 เลยครับ ช่วงนั้นเริ่มจาก Justin Bieber ก่อน มันจะมีเพลงที่ฟีตกับพวกแร็ปเปอร์ รวมถึงเพลงที่แนะนำในยูทูปมันก็จะมีพวกศิลปินแร็ปกับฮิพฮอพขึ้นมา พอเราได้เข้าไปฟังก็รู้สึกเออมันเท่ มันเปิดโลกผม อันแรกที่ทำให้ผมอึ้งคือ 50 CENT เป็นคนแรกที่ผมหลงรัก ผมก็คลั่งเค้าเลยช่วงนั้น แล้วก็มีฟังฝั่งโอลด์สคูลพวก 2Pac ครับ หลังจากนั้นช่วงม.ต้น ผมก็แร็ปมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้โชว์ใคร เราแร็ปคนเดียว พอช่วงม.ปลายก็มีเพื่อนที่แร็ปด้วยกัน เริ่มมีรายการที่ไปประกวดได้ เรารู้สึกว่าที่ทำอยู่มันก็ดีนะ ทำไมเราไม่เอาออกไปโชว์คนบ้าง

การรับมือต่อเสียงวิจารณ์กับคำครหา

ผมว่าเป็นธรรมดาของสังคมไทยสมัยก่อนตอนเด็ก ๆ เวลามีคนทำอะไรแปลก ๆ ก็จะมีเพื่อนรังเกียจแบบไอนี่มันทำอะไรวะ มึงทำอะไรของมึงวะ แต่ที่อเมริกาผมเห็นว่าเด็ก ๆ ที่นู่นเค้ามีความคิดเป็นของตัวเอง เค้ามีเวย์ของตัวเอง มันคนละแบบกับที่นี่ ผมก็เลยไม่สนใจใคร ผมก็ทำในเวย์ของผม ผมก็ทำในสิ่งที่ผมต้องทำต่อไป อย่างอื่นก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ครับ

กว่าจะประสบความสำเร็จ

คือผมคิดว่ามันต้องกล้ามากกว่าครับ ตอนที่ผมทำก็ไม่ได้คิดหรอกครับว่ามันจะประสบความสำเร็จ แต่ผมต้องทำ ผมรู้สึกว่ามันคือสิ่งเดียวที่ผมอยากทำ ไม่ได้คาดหวังกับมันเยอะ แค่รู้ว่าเราชอบและอยากทำมันให้ดีที่สุด สมัยมัธยมผมได้เงินไปโรงเรียนเดือนละ 5,000 บาท แล้วตอนนั้นการอัดเพลง ๆ นึงก็ประมาณ 2,000 บาท ผมก็ต้องรู้จักใช้เงิน ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปขอเงินพ่อแม่เพิ่มนะ เค้าให้มาเท่าไหร่ผมก็จะใช้แค่นั้น เพราะผมรู้สึกว่าไม่อยากไปเบียดเบียนเค้าในเรื่องที่เค้ารู้สึกไร้สาระ ผมก็ต้องมา Manage เงินเอง ตอนนี้เราทำได้แล้วก็พยายามทำที่เรามีไปเรื่อย ๆ มีแค่ไหนก็ทำแค่นั้นไป

เคยผ่านการฟังเพลงเมทัลมาด้วย

มีบ้างครับ ที่จำได้คือของวง Suicide Silence ครับ ตอนนั้นฟังแล้วชอบ รู้สึกว่ามันเจ๋ง ผมอาจจะไม่เข้าถึงทั้งหมด แต่ผมชอบความสุดของมัน รู้สึกว่าจะเป็นเพลง “You Only Live Once” ครับ ช่วงนั้นผมชอบดูแคสเกมส์แล้วเค้าจะชอบเปิดเพลงเมทัล ผมก็ไปตาม ๆ ฟัง ผมชอบวง Avenged Sevenfold ด้วย ผมเคยไปดูคอนเสิร์ตเมทัลด้วยเหมือนกัน จำได้ว่าจัดที่เจเจ กรีนครับ ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่องเลยรุ่นพี่ชวนไป ผมก็ไป คนเค้าจะอยู่ขอบ ๆ แล้วก็วิ่งชนกัน เป็นครั้งแรกที่ผมไปแล้วก็รู้สึกว่าแม่งเจ๋งหว่ะ หลังจากนั้นไม่นานรุ่นพี่ที่เป็นแร็ปเปอร์ด้วยกันก็พาคนดูมอชด้วยครับ

ความเหมือนระหว่าง “เมทัล” และ “ฮิพฮอพ”

อืม เท่าที่ผมสัมผัสได้นะ มันมีเรื่องของความรุนแรง การส่งอารมณ์ความโกรธแค้น เกรี้ยวกราด ทางเมทัลมันไปถึงอารมณ์นั้นแบบสุดมาก ส่วนฮิพฮอพมันก็แบบเราพูดกันตรง ๆ ได้ ด่ากันตรง ๆ ได้ ครับ

ฝากผลงานและช่องทางการติดตาม

ฝากอัลบั้มล่าสุด BANGKOK LEGACY มีให้ฟังทุกช่องทาง ติดตามผมได้นะครับ เจอกัน จุ๊บ ๆ

ทาง Headbangkok ต้องขอขอบคุณ YOUNGOHM และทีมงานทุกส่วนที่อำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ด้วยครับ