หากใครติดตามซีนดนตรีเมืองไทย น่าจะเคยเห็นโปสเตอร์คอนเสิร์ต-เทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ อย่าง เด็กเทป, Sunset Beach, Thailand Hiphop Festival หรือ Paradise Fest กันบ้าง ผลงานเหล่านี้เกิดขึ้นในนามทีม Heavy Organizer ที่มีแกนนำเป็นผู้จัดงานสุดบ้าผู้เคยสร้างตำนานกับเทศกาล ‘โคตรอินดี้’ มาแล้ว เขาคือ เฮง-บุรินทร์ทร แซ่ล้อ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ เฮง-โคตรอินดี้

ลูกบ้าของพี่เฮง (ชื่อที่เราเรียกจนคุ้นเคย) ถือว่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีขีดจำกัด และล่าสุดเจ้าตัวก็กำลังจะพาเทศกาลร็อก-เมทัลแห่งชาติ Paradise Fest ย้ายจากกรุงเทพมหานครออกไปจัดกันท่ามกลางป่าเขา ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหลายคนมองว่าเสี่ยงมากเอาเรื่อง และเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความสงสัย ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้เจ้าตัวลุกขึ้นมาทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งการอดทนต่อความเห็นสไตล์ ‘มึงทำไม่ได้หรอก’ ‘เจ๊ง’ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย และคำตอบเหล่านั้นก็พร้อมให้ทุกท่านได้อ่านกันใน Heavy Talky ตอนล่าสุดแห่งนี้แล้วครับ


ชีวิตในวัยเด็ก

ผมเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว หลังจากนั้นก็มาอยู่ห้วยขวางพักหนึ่ง จนย้ายไปจังหวัดกาญจนบุรี ตอนนั้นก็ยังจำความอะไรไม่ได้นะ บ้านอยู่ในป่า เป็นบ้านมุมจาก ไม่มีประปา ใช้น้ำจากบ่อรุน ถ้ามื้อไหนได้กินปลาถือว่าโคตรเจ๋ง เพราะถือว่าช่วงนั้นลำบากมาก กินกิ้งก่าไรงี้ คือเป็นเด็กบ้านนอก ถนนก็เป็นลูกรังแดง ๆ ไม่มียางมะตอย อยู่ที่หนองปรือ หลังจากนั้นก็มาอยู่นครปฐม ยายเป็นคนเลี้ยง แม่ก็เย็บผ้า ป๊าก็ทำอู่ซ่อมรถแถวสีลม เป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กบ้านนอก 100% ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปาใข้ อยู่แบบนั้นอะ

ดนตรีกับทุกช่วงเวลาของชีวิต

ตอน ป.6 ประกวดร้องเพลง ใช้เพลงของบิลลี่ โอแกน คือเพลง “ผิดจนเกินอภัย” แต่พอวันชิงชนะเลิศ ทางโรงเรียนดันไม่มีเอฟเฟกต์ เลยให้เปลี่ยนมาร้องเพลง “ผู้ชนะสิบทิศ” แบบ แม่เจ้า! มันคนละเรื่องเลย ได้ที่ 3 มานะ แต่จุดเริ่มต้นเลยคือลูกอีแต๋วเต้นทั้งคืน พอนี้แฟนน้าเค้าทำแตรวง ยุคชาโดว สมัยนั้นมีรุ่งนภา เทอร์โบ อะไรพวกนี้ ปิดวิกที่วัด เราก็เต้นฟรีเพราะน้าเค้าทำวง แล้วตาก็เล่นกลองยาวด้วยที่นครปฐม นั้นแหละ เราก็อยู่แบบนั้นแหละ อยู่กับแตรวง เห็นกีตาร์คิวมัสเป็นกีตาร์ไฟฟ้าของน้า เห็นกลองชุด เห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ น่าจะถูกฝังมาช่วงนั้น แล้วก็มาช่วง ป.6 เรียนที่พร้อมพรรณ มีพี่เอก Blackhead และพี่ดิษฐ์ Smile Buffalo เป็นรุ่นพี่ด้วย ส่วน ม.ต้น มาเรียนที่อุดมศึกษา มาหนัก ๆ เรื่องดนตรีช่วงนี้ เราเห็นรุ่นพี่ ม.3 เล่นเราก็ชอบ แล้วรุ่นพี่พวกนั้นก็ออก ห้องดนตรีก็เลยว่าง เราก็เลยขออาจารย์ขอเล่นดนตรีวันแม่ คือจริง ๆ มันก็อยากเล่นดนตรีนะ แต่อีกเรื่องหนึ่งคือเราอยากหาที่เก็บหนังสือ เพราะเราจัดตารางสอนไม่เป็น ทำให้เรามีเซฟเฮาส์ไว้เก็บหนังสือของตัวเอง เพื่อน ๆ ก็เอามาเก็บกันไม่ต้องขนมาจากบ้าน หลังจากนั้นก็ซ้อมกันไปเล่นวันแม่ ปกติจะมีขิม รำ ๆ ดนตรีไทย แล้วทางอาจารย์ย้ำมาว่า “เล่นเพลงไม่ต้องหนักนะ” เราก็มาเพลงเฮฟวีเลยทั้ง “นางแมว” “เกินห้ามใจ” “ค้างคาวไฟ” “พลังรัก” “ร็อกเกอร์” ช่วงนั้นก็จะมีพวกรุ่นพี่มายกป้าย จะมียอด เพื่อนผม คนจัดงาน RCA ’90 แล้วก็พี่บอล จัด White Party งานเกย์ที่เซนทรัล แก๊งเดียวกัน มาช่วง 16-17 มาเรียนที่เทคนิคกรุงเทพ เรียนเคหะภัณฑ์ ช่วงนั้นก็ไม่ได้เล่นดนตรีจริงจังมาก เวลามีงานเปิดโลกดนตรีผมจะเป็นคนเปิดฟลอร์ ผมจำได้มีงานประกวด มีพี่แดกซ์ อดีตนักร้อง Big Ass มาประกวด เอาพวก Metallica มาเล่น บางวงก็เล่น Nirvana สนุกมาก พอช่วงหลังจากก็มาอยู่วัดตะพาน ดินแดง ออกจากเทคนิคกรุงเทพ ขายเสื้อผ้าที่รับจากประตูน้ำมาขายตรงป้ายรถเมล์แรกตรงสวนสมเด็จใกล้อนุสาวรีย์ ใช้กล่องกีตาร์วางแล้วเอาเสื้อผ้าขาย หลังจากนั้นก็ย้ายไปขายสะพานพุทธกับสวนจตุจักร เราก็ได้ฟังเพลงสบายเลย แต่จุดที่ชัดเจนคืองาน A Day เค้าเปิดรับวงไปเล่นในงาน Live in a Day ครั้งแรก เราก็ส่งเทปไปอัดที่ร้านเป็ดคลองสาน ปรากฏว่าเพลงที่เราแต่งเอง ใช้ภาษาเราเอง ก็มั่วกันในห้องซ้อม ผ่านเฉย แบบผ่านได้ไงวะ ใช้ชื่อวงว่า “เย็นสุข” ชื่อมาจากชื่อหมู่บ้านไม่มีอะไรสร้างสรรค์เลย แล้วเค้าก็ให้ไปออดิชันเล่นสดให้ดูที่ผับอิมเมเจอร์รี่ แถวสุขุมวิท ตอนนั้นมีหลายวงเลยนะ มี Magenta Slur ภูมิจิต แล้วพวกเราก็ผ่านเข้าไปเล่น แล้วเค้ามีการจับคู่ให้เล่นด้วย จับได้พี่ริก วชิรปิลันธ์ แต่สุดท้ายพี่ริกเค้าติดภารกิจไม่ได้มาเล่น ก็ต้องไปเล่นเอง

เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตที่ไม่มีวันลืม

ก่อนจะถึงวันงาน A Day สมมติว่าวันเสาร์เล่น เราไปซาวด์เช็กวันศุกร์ตรงศูนย์วัฒนธรรมไทย ปรากฏว่าตูน มือกลอง ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เค้าเพิ่งได้งานเป็นบุรุษพยาบาล ที่โรงพยาบาลแถวโชคชัย 4 เราจะได้เล่นประมาณ 3-4 โมงเย็น เราก็แบบต้องเลือกแล้วว่ะ ระหว่างงานกับเพื่อน ต้องเลือกระหว่างชีวิตจริงและความฝัน สุดท้ายเราก็เลือกเพื่อน เราก็เลยโทรหาพี่เพ็ญ ผมขอเลื่อนได้มั้ย วงเด็กน้อยผ่านออดิชันมาโทรไปขอเล่นตอนสองทุ่ม ซึ่งจริง ๆ มันไม่ควรไง ฮ่า ๆ เราไม่รู้ไง เราก็โดด ๆ ไปเลย ไม่สนอะ ต้องให้เพื่อน ก็อธิบายเหตุผลไป ซึ่งความเป็นจริงมันก็ไม่ได้ ไม่ควรพูด วันนั้นเราคิดมุมเราไง ไม่ได้คิดมุมคนจัด เพราะฉะนั้นน้อง ๆ เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตต้องคิดสองมุมด้วย แต่ตอนนั้นเราเพิ่ง 25-26 เราก็คิดแค่มุมเรา ก็ตามนั้นเค้าไม่ให้ พี่ก็เลยบอกพึ่เพ็ญว่า “งั้นเย็นสุขก็ขอบายครับ” ตอนพูดก็โคตรเท่ พอเดินออกมาเนี่ยแบบแม่งหวิวว่ะ ตัวเล็กเลย ฮ่า ๆ มองหน้าเพื่อนแล้วแบบเพื่อมันว่ะ ต้องให้เพื่อน เพื่อนพึ่งเข้าไปทำงานด้วยจะลาก็ยังไงอยู่ ก็กลายเป็นว่าโอกาสหายไปแล้วเอากลับมาไม่ได้แล้ว ก็เหมือนเรามีเงินเป็นล้านแต่ก็ซื้อเวลากลับมาไม่ได้ สิ่งที่เป็นทุกอย่างของชีวิตก็คือเวลา นั่นคือสิ่งที่ผมได้ในวันนั้น เราก็หมดหวังไปแล้ว ช่วงนั้นก็กำลังทำเสื้อผ้าส่งโรบินสัน 11 สาขากับเพื่อนอยู่ ก็มีโทรศัพท์มาจากเก่ง นักร้อง “เฮง วงเย็นสุขได้เล่นแล้วนะ” เราก็แบบเชี่ยเกิดอะไรขึ้นวะ ช่วงเวลา 4 โมงเย็น กีตาร์ก็ไม่มีก็ต้องวิ่งไปยืมเพื่อน ยืมเอฟเฟกต์มา แล้วมันเกิดขึ้นได้เพราะเก่งไปที่งาน ไปนั่งจ๋องตั้งแต่บ่าย ๆ เพราะเสียดาย หน้าเศร้า แล้วมี บก. A Day เดินมาเห็นแล้วพูดว่า “พวกมึงเรื่องเยอะนักหรอ พวกมึงจะเล่นมั้ย” เก่งก็บอกว่า “เล่น” นั่นแหละเค้าก็เลยโยกเวลาให้เล่นตอน 2 ทุ่ม ต้องขอบคุณเก่งเลยนะ ถ้าไม่มีเก่งก็ไม่มีผมวันนี้ แล้วก็จะไม่มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ให้ทุกคนได้สนุกในวัน ต้องขอบคุณพี่ ๆ A Day มาก ๆ นะที่ให้โอกาส แล้วก็ได้เล่น 2 เพลง เราก็รู้สึกคุ้มค่าแล้ว สุดแล้ว เราก็แฮปปี้ทุกงานได้เล่นเพลงเดียวบ้างอย่างงานแฟต แต่เราก็สนุกกับมันมากนะ บางทีเราจัดงานก็จะมีผู้ใหญ่บอกว่าทำไมให้เล่นแค่นี้ แล้วน้อง ๆ จะรู้สึกยังไง เราบอกเราไม่รู้แต่เมื่อก่อนเพลงเดียวเราก็สุดได้ แล้วมันก็จะขยับตามความสามารถ

ชีวิตที่ผูกพันกับคอนเสิร์ต

มีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตบันเทิงคดีของพี่มาโนชย์ พุฒตาล ไปคนเดียวเลยเพราะเด็กแถวบ้านมีแต่พวกดมกาว เล่นเกม Contra บัตร 500 มี The Rain, The Olarn Project กับพี่มาโนชย์ พุฒตาล ข้างนอก Moderndog เล่น พอเล่นเสร็จเค้าก็จะเข้าไปข้างในกัน แล้วเราไม่มีเงินดูไง ก็เลยใช้หูแนบกำแพงฟังเอา ก็เก็บกด แต่ไม่ได้แบบทำลายล้างอะไรนะ แบบทำไมไม่มีวะ แต่เราก็แอบไปขอบัตรสตาฟจากลุงเข็นน้ำนะ พอไปถึงจุดตรวจเค้าเห็นเราเด็ก สตาฟแจ้งว่า “น้องไปเอาบัตรมาจากไหน” ด้วยความไม่เป็นมวยเราก็บอกเค้าไปว่า “ไปขอเค้ามาครับ” ก็เลยไม่ได้เข้า ฮ่า ๆ ก็น่าจะเป็นจุดสร้างแรงบันดาลใจก็ว่าได้ แล้วก็มีไปงานของพี่สุกี้ โกนหัวให้เข้าฟรี ถ้าจำไม่ผิดมี Growning Pain มี Moderndog เล่นปิด แล้วก็มีพี่อรอรีย์เล่นเพลง “แล้วเธอ” ถอดรองเทาขึ้นไปเล่น มีพี่โป้ โยคีเพลย์บอยเล่นเบส พี่เคน วง Zeal ตีกลอง ตอนเล่นคนโห่กันใหญ่ ประมาณอยากดู Moderndog กัน แต่พี่คิดไปโห่เค้าทำไม เค้าออกมาร้องก็ดูเค้าสิ ในใจวันนึงพวกมึงจะต้องการผู้หญิงคนนี้ งาน Rock on Earth ก็ไป โอ้โหตีกันยับ ฮ่า ๆ แต่พี่ไม่ได้ตีนะ แต่หนักสุดงาน Short Charge Shock ซัดกันยับ จนตกบันไดกัน พี่นี่โดนลูกหลงหัวปูด ตีกันต่อหน้า อินกับอะไรไม่รู้ตีกันเนี่ย พี่ก็ไปคนเดียวเหมือนเดิม Pirate Rock ก็ไป 3 ครั้ง รอบที่ RCA ก็ตีกันยับเหมือนกัน ฮ่า ๆ เราก็เห็นเหตุการณ์แล้วก็มาคิดว่าวันนึงเราจัดงานจะไม่ให้มีแบบนี้ Hot Wave Rock Marathon ก็ไปด้วยนะ ตอนนั้นก็ใส่ขาเดฟขาวมีซิปด้วย ไม่ได้ซื้อนะจ้างปากซอยเย็บ ฮ่า ๆ ใครแต่งยังไงเราก็แต่งอีกแบบ เราสาย D.I.Y. อยู่แล้ว มีอะไรในตู้ใช้ได้ก็จับมาใส่ กางเกงสปีดก็ใส่นะแต่พี่ไปซื้อกางเกงฟิตเนสผู้หญิงมาใส่นะ รัดกว่า เงากว่า ไม่ร้อนด้วย สบาย ประหยัด ฮ่า ๆ ใส่เสื้อมิกกี้เมาส์ เราไม่มีโอกาสได้ใส่รองเท้า Converse, Palladium, Dr. Martens ก็เลยไปเอารองเท้าลายดอกมาใส่ ไปซื้อมาจากสำเพ็ง รองเท้าจีน ฮ่า ๆ กูใส่กับกางเกงกูนี่แหละ เข็มขัดแม่ ใส่เสื้อเนตรนารีสีฟ้าผู้หญิง โหนรถเมล์ 92 ไป ยุคอัลเทอร์เนทีฟสนุกมาก ๆ อ่อแล้วได้มีโอกาสดู Skid Row ด้วย 3 เพลงสุดท้าย เข้าฟรีเค้าปล่อยเข้า

คนบ้าในมุมมองของเฮง

คนบ้าก็ต้องเป็นคนที่ทำจริง คนจริง มีตัวตนจริง ๆ ไม่หยุดที่จะทำ ล้มแล้วต้องลุก คนบ้าที่แท้จริงต้องทำให้สำเร็จครับ

จุดกำเนิดโคตรอินดี้

ถ้าไม่มีภูมิจิตก็ไม่คงไม่มีโคตรอินดี้นะ พุฒ วงภูมิจิตโทรหาพล่ากุ้ง โทรหาเก่ง แล้วก็ 8 วงที่เล่นงาน Live in a Day มารวมกันประชุม หุ้นเงินกัน ใช้เวลา 3 เดือนในการจัดงานโครตอินดี้ มี ภูมิจิต Magenta เย็นสุข ที่ยังเล่นกันอยู่ในปัจจุบัน มี Winky ที่เล่นบ้างไม่เล่นบ้าง ฮ่า ๆ มือกีตาร์ไปเล่นกับ Tuan Army แล้วก็มีโปรเจกต์ของตัวเอง มีวง Murderer หมอนวด.com เพ้อเจ้อ Ciniplex อ่อ มี Playground มาร่วมด้วย ตอนนั้นเค้าเรียนกันอยู่ ม.บูรพา ก็ต้องนั่งรถมาประชุมกรุงเทพที่สวนสันติชัยปราการ มีงานแถลงข่าวด้วย จัดที่โรงหนังเก่านิวแหลมทอง ก๋วยจั๊บนายอ้วน ถ้าถามถึงความเหมาะสมจัดงานตอนนี้ต้องบอกไม่มีเลย ทั้งที่จอดรถ ทางวันเวย์ แอร์ไม่มี แต่ตอนนัน้เราไม่ได้มองเรื่องนี้เลย คิดว่าแค่เจ๋งว่ะ แม่งน่ามันส์ ขนาดทีมงานยังหลังเกือบครึ่งนึงเลย ฮ่า ๆ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่คิดจะจริงจังกับเรื่องจัดงานนะ แค่ทำให้มันดีที่สุด ไม่ได้มีแผนการอะไรเลย ก็ช่วยกันทุกคนก็มีหน้าที่ ไม่มีวงเฮดไลน์เท่ากันหมด ปรากฏว่าโรงหนังแตก คนมาน่าจะ 500 กว่าคน มีความสุขมาก คนแน่นจนล้นออกมา คนอยู่ชั้นลอยต้องลงมาไม่งั้นถล่ม บัตรน่าจะ 69 บาทเองนะ มี A Day มี DDT มีต้าเจียห่าว มี Music Help TV ช่วยโปรโมตให้ เราก็ทำโปสเตอร์ใบปลิวไปแจกกัน นั่งเขียนกันเอง ทุกอย่างด้วยมือ ด้วยใจหมด ก็ไม่ขาดทุนนะเหลือเงินกินข้าวกัน ลงขันกันไปคนละ 1,999 บาท พอมาครั้งที่ 2 เราก็คุยกันในกลุ่มว่าสนุกดี เอาต่อกันหน่อย ก็ไปจัดที่ธนบุรีรามา คนมาเกือบพัน แต่ตำรวจมาปิดงานตอนเที่ยงคืน 5-6 วงไม่ได้เล่น เราก็ขออนุญาตทุกอย่างถูกต้องนะ เพียงแต่เราไม่มีเส้น จริง ๆ ไม่มีก็จัดได้ แต่ตอนนั้นไม่มีไง แต่ถ้ามีจะดีกว่า ฮ่า ๆ ครั้งที่ 3 ไปจัดตรงสะพานควาย คนมาไม่ถึง 300 จัดวันศุกร์ เจอทั้งฝนตก เด็กติดสอบ เจอครบเลย ก่อนจัดครั้งที่ 4 เราก็ไปดูคอนเสิร์ต 10 ปี โจอี้บอย ที่ทศภาคอารีนา เราก็คิกว่าซักวันเราต้องมาจัดงานที่นี่ให้ได้

คอนเสิร์ตโคตรอินดี้ครั้งที่ 4 ที่เกือบไม่ได้จัดจนวินาทีสุดท้าย

ก่อนจะมาจัดที่ทศภาคอารีนา ทางทีมก็ค้านกัน แต่เราก็อยากรู้ว่ามีคนรักเรากี่คน จะรอก็ไม่รู้ต้องทำเลย ปักหมุดไปประสานงานกับทศภาคอารีนา ได้ฮอนดา สไปรท์ มาเป็นสปอนเซอร์ให้ จัดแถลงข่าวที่เซนเตอร์พอยต์เรียบร้อย ช่วงที่เหลือเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนจัดงานเราก็ไปดูสถานที่ ไปสำรวจกันกับยอด กับพล่ากุ้ง ภาพที่เราเห็นคือคนกำลังขนแอร์ออก พื้นที่กำลังโดนรื้อถอน เราก็งงแบบเกิดไรขึ้นวะเนี่ย เราก็เลยไปคุยกับทางทศภาค เค้าบอกว่า “คืนพื้นที่ให้การท่าเรือไปแล้ว” แล้วงานปีนั้น 2 เวทีด้วยนะ มี Paradox Playground ภูมิจิต Rastafah มีกล้วยไทยด้วย มีหลายวงเลยมาช่วยกัน แล้วทำไงอะเจอแบบนี้ เราก็ทำจดหมายไปหาการท่าเรือ ก็ปรากฏว่าไม่ได้ เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของคดีความอยู่ เพราะทศภาคออกก่อนกำหนดในสัญญา ก็เลยเป็นพื้นที่ต้องห้ามก็เลยไม่ได้ แล้วเหลือเวลาจัดงานอีก 3 วัน ซึ่งทุกคนที่มางานไม่รู้นะว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ ศิลปินบางคนก็ไม่รู้ เราก็ไม่รู้จะทำไงแล้ว เราก็โพสต์ลงในเวบไซต์เลยว่า “เราจะไปประท้วงที่ลานพระบรมรูปทรงม้า!!!” ก็ต้องไปขอความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ที่กระทรวงคมนาคมในรูปแบบเรา ก็ไปเจอกันตอนเช้าเกือบ 30 คน ก็เตรียมป้ายจะเดินแล้ว ต้องกดดันอะ ขอความช่วยเหลือใครก็ไม่มีใครช่วย ปรากฏว่าพล่ากุ้งโทรมาหาบอกว่า “ท่านโทรมาแล้ว” เราก็คุย “เออ ๆ สวัสดีครับท่าน ผมมนตรี เป็นที่ปรึกษากระทรวงคมนาคม พวกคุณไม่ต้องเดินไปประท้วงแล้ว จัดการให้แล้วน้องไปการท่าเรือได้เลย” พออีกวันเราก็เข้าไปเจอผู้ใหญ่ เค้าก็ถือกุญแจมา แล้วเค้าเราเรียกไปประชุมกัน ก็สรุปกันได้ว่า “การท่าเรือจะเอากุญแจนี้นะน้องให้คนธรรมดาเอาไปแจ้งความว่าเจอกุญนี้มา แล้วน้องก็ไปเอา ให้ไปแจ้งว่าทำกุญแจหายครับจากทศภาคจะจัดงาน” เราก็ไปโรงพักตามนัดหมาย ปรากฏว่าคดีพลิกอีก “ตำรวจบอกว่าไม่เห็นมีกุญแจเลย” โห เหวอเลย นั่งไปประมาณ 10 นาทีก็มีคนแก่เดินถือกุญแจเข้ามาบอก “ผมเจอกุญแจแถวนี้ครับ” ผมก็ชี้เลย “นี่กุญแจผม” ทางคนแก่ตอบกลับมา “บอกว่าไม่ใช่กุญแจเธอ พี่เจอแถวนี้” เราแบบเชี่ยไรเนี่ย จากนั่งห้องข้างนอกต้องเข้าไปห้องสืบสวนเจอดาวอีก ตอนนั้นมียอดอยู่ด้วย ตำรวจถาม “พี่รู้ข่าวว่าทศภาคมีปัญหากับการท่าเรือแล้วมาจัดงานกันได้ยังไง” แล้ว ณ เวลานั้น พวกซับพลายเออร์จะต้องเซ็ตงานแต่เข้าไปไม่ได้ เพราะเปิดประตูโกดังไม่ได้ ทางตำรวจบอกต่ออีกว่า “น้องต้องไปเอาเอกสารเซ็นรองรับมาว่าน้องเป็นผู้จัดงานจริง” พี่ก็โทรไปเลยแล้วได้คำตอบมาว่า “เออ เฮงพี่ช่วยไม่ได้ ถ้าพี่ทำก็ทำผิดในแง่ของคดี” เราก็นั่งอยู่ตรงนั้นจนมีโทรศัทพ์เข้ามาถามว่า “ตัดกุญแจออกเลยมั้ย” เพราะฝั่งสปอนเซอร์จี้มา ผมก็ตัดสินใจบอกว่า “ตัดเลย!” แต่ค่อย ๆ ตัดนะ ตัดออกไปดอกนึงยังไม่ตัดทั้งหมด พอเจรจากับฝั่งทศภาคไม่ได้ ก็ติดต่อเข้าไปทางการท่าเรือ เค้าก็ถามหาคนรับรองให้เรา ซึ่งมีเหตุการณ์บังเอิญตอนเราเข้าไปที่การท่าเรือ มีผู้หญิงคนนึงเค้าให้เรียกว่า แม่ เพราะลูกเค้าเป็นเด็ก Fat Radio เหมือนกัน ท่านเป็นผู้อำนวยการกองสวัสดิการกองท่าเรือแห่งประเทศไทย เคยบอกเราไว้ว่า “มีอะไรให้แม่ช่วยบอกได้เลยนะ” เราก็โทรหาเลย และที่สำคัญคุณแม่อีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณแล้วนะ เป็นเราคงไม่มาเสี่ยงแน่นอน แต่คุณแม่เดินทางมาหาเรา “บอกว่าเดี๋ยวแม่ช่วย” มาถึงก็เซ็นให้เลย ตำรวจก็ให้กุญแจ แล้วคุณแม่ก็เดินมาตบไหล่แล้วบอกว่า “ทำให้ดีที่สุดนะลูก” วินาทีนั้นเราน้ำตาไหล เหมือนคุณแม่เป็นแสงสว่างให้กับเรา เข้าใจในสิ่งที่เราทำ หลังจากนั้นก็เอากุญแจไปให้แล้วเหมือนฉากในหนังทุกคนเฮกันหมด แต่ดราม่ายังไม่จบนะวันงานเล่นไม่จบ ตอนเที่ยงคืนตำรวจมาปิด Paradox Playground กับ Supersub ไม่ได้เล่นอีก แต่งานนั้นคนดูมา 4,000 คนได้ หลังจากนั้นก็อย่างที่เห็นมาจัดกันที่สนามม้านางเลิ้งยาวอย่างที่เราเห็นกัน

เสียงด่า เสียงวิจารณ์ต่องานโคตรอินดี้

เรารับฟังทุกปัญหานะ เราก็คิดว่าวันนึงเราจะทำสิ่งที่เค้าอยากให้ทำให้ได้แต่ไม่ใช่วันนี้ อดทนไปกับเราหน่อย ผมก็โดนด่านะว่า “ทำไมไม่รอให้พร้อม” ผมก็หน้าชานะ แต่ถ้าเราพร้อมแล้วเมื่อไหร่จะได้ทำ ยอมโดนด่าไปก่อน ชั่วโมงนั้นโคตรอินดี้ผมฟังเสียงใครไม่ได้ จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ เคยมีนิตยสารลงว่าเป็นงานที่มลภาวะทางเสียงมากที่สุด จะหาว่าดื้อ หรือจะหาว่าบ้า หรือจะหาว่าอะไรก็ตาม แต่ช่วงเวลาที่จุดเริ่มต้น ผมบอกทุกคนเลยว่า “ถ้าเรามั่นใจและบริสุทธ์ใจในสิ่งที่ทำ แน่วแน่ ทำแม่งไปเลย ทำเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้ห่วยจริง” เราก็มาดูว่าอยากทำเพราะอะไร แล้วผู้ใหญ่ที่พร้อมกลับไม่ทำไง ทำไมไม่เปิดโอกาสอย่างต่อเนื่อง พอไม่มีสปอนเซอร์ก็ไม่ทำ แต่โคตรอินดี้ขาดทุนครั้งนึงเฉลี่ยปีละ 2-3 แสน สิบกว่าปี แต่เราไม่หยุด ต้องไปหาเม็ดเงินมาสนับสนุน พูดตรง ๆ คือมาถมความฝันให้พื้นที่ดินมันเต็ม ทุกวันนี้ข้อครหาก็ค่อย ๆ ลดลง ผู้ใหญ่ก็มองเห็นเรา สิ่งที่ดีที่สุดคือเสียงของงาน คือผลงาน เราไปบอกให้ใครไปเชื่อเราไม่ได้ เราทำงานและพัฒนางานไปเรื่อย ๆ ผมไม่เคยโพสต์ด่าใครที่ด่าผม มีแต่โพสต์เรื่องความฝัน การต่อสู้ ผมเชื่อว่าคิดบวกจะได้บวก ถ้าคิดลบมันจะได้ลบ ผมคิดบวกไง ปีนี้ไม่ดีเหรอ ปีหน้าต้องพัฒนา จนวันนี้พี่แจ๊ค JSS ก็ให้ความไว้วางใจ พี่โหน่ง Coconut Sunday ด้วย แต่เอาจริง ๆ ผมเคยท้อมาก ร้องไห้ ฆ่าตัวตายก็เคยคิด แต่ในกระจกมันจะบอกพี่เสมอว่า “มึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จนวันมึงตาย” แต่ทำไมถึงสู้มาขนาดนี้เพราะงานคือทุกสิ่งของผม เมื่อวานขายงานทำพรีเซนต์ที 50-60 แผ่น เดี๋ยวนี้ทำแค่ 3-4 แผ่นก็ได้เค้าก็เชื่อจากผลงานที่ผ่านมา แล้วผมจะทำอะไรคือทำเลย ไม่ต้องรอฟีล รอสถานที่ดี ๆ เรารอไม่ได้ เป็นจุดที่ผมยึดมั่นถือมั่นว่าจะไม่รอให้พร้อม ต้องทำไปจนมันพร้อมเอง และการทำงานเราต้องไม่ยึดรูปแบบเก่า ๆ ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ ไม่งั้นเตรียมตัวพังได้เลยไม่อยู่ถึงยกสิบสองแน่นอน โดนแซง มีอีกจุดทีผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงชีวิตคือตอนป๊าเสียแล้วผมไปโกยกระดูกของป๊า ทำให้ผมมีกราฟพลังเพิ่มขึ้นอีกล้านเท่า

โคตรอินดี้ จุดเริ่มต้นของหลาย ๆ วงบนเส้นทางดนตรี

เราก็เป็นบันไดก้าวหนึ่งอะนะ ทุกคนก็ผลักดันตัวเอง โคตรอินดี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ผู้ใหย่บางคนมองว่าเป็นงานวันเดียว แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นงานทั้งปี เพราะแต่ละวงต้องซ้อมกันมาตลอดจนถึงวันงาน มันเป็นงานแห่งจิตวิญญาณไม่มีเรื่องการตลาดเลย มีคนเคยบอกว่าอุดมการณ์มันกินไม่ได้ ถูกครับ แต่มันทำให้ชีวิตเราอยู่ได้ เป็นแรงผลักดันให้เราอยากมีชีวิตอยู่ โชคชะตาเรากำหนดได้เอง ซึ่งมันกำหนดได้จริง ความฝันมันก็มีตัวตน ความเพ้อเจ้อก็เหมือนกัน ไม่งั้นเราคงไม่มีเครื่องบินไว้ใช้

จากโคตรอินดี้สู่ Heavy Organizer

มันถึงเวลาที่ผมจะปล่อยพลังครั้งสุดท้ายของชีวิตแหละ ฮ่า ๆ เหมือนเราเก็บกดมาเยอะ คือไม่ต้องตกใจนะว่าทำไมงานเยอะ เราคิดกันมาเป็นสิบปี งานมันมาจากความลุ่มหลง เราไม่ได้เอากลุ่มเป้าหมายมาตั้ง เอาการตลาดมารองรับ มันมาจากความหลงไหล ตั้งแล้วทุกอย่างก็ตามมา ถามว่าเสี่ยงไหมก็เสี่ยง แต่คนมันมีตั้ง 70 ล้านคนมันจะไม่มีใครเชื่อเราเลยหรอ แล้วที่เห็นมันมีหลากหลายแนวเพราะสมัยก่อนเทปผมโต๊ะผมมีทุกแนว ที่บ้านผมก็คนบ้าน ๆ ไง ป๊าก็ฟังแนวนึง น้าก็ฟังแนวนึง เราก็เลยได้ฟังทุกแนว ก็ถือเป็นความโชคดีที่จุดนี้มันหล่อหลอมเราขึ้นมา ผมอาจจะไม่รู้ลึกรู้จริงเป็นกูรู แต่เราชอบจริง รักจริง พี่เหมือนเป็นยูสเซอร์ เป็นผู้จัดที่หลงใหลในดนตรี และเชื่อว่าต้องมีคนชอบเหมือนเรา ไม่รู้เอาสูตรไหนมาคิดเหมือนกันนะ ฮ่า ๆ

การสัมผัสถึงพลังงานของชาวร็อกและเมทัลจนเกิดขึ้นมาเป็น Paradise Fest

ผมเห็นพลังงานนะ พลังานชีวิต ใส่กันเต็ม ทั้งคนดู ทั้งนักดนตรี ไม่มีวงไหนมายืนนิ่ง ๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันงานที่เป็นร็อกสายหนักมันยังไม่มีใครทำอย่างจริงจัง จนมาเมื่อสิบปีที่ผ่านมาก็จะมีแค่งาน Demonic ซึ่งเราแอบมองและชื่นชมพี่เอฟ หลักฟ้า (มือกีตาร์-นักร้องนำวง Carnivora ผู้จัดงาน) มาตลอด มีงาน Yos Fest ของพี่ยศ มีงาน อ๊าก ว้าก จ๊าก ตอนหลังก็มีงานบานาน่ามหาชน เราก็คิดแบบทำไมไม่มีใครจัดให้เป็นบิ๊กเฟสจริง ๆ เลย เพื่อขับเคลื่อนให้มันสุด ถ้ายังไม่มีใครทำก็ถึงเวลาแล้วแหละที่เราจะทำ เราก็โอเค เราต้องทำให้ เป็นอีกหนึ่งงานที่รันวงการ ตอบสนองจิตวิญญาณ มันไม่ใช่งานของ Heavy แต่มันเป็นงานของทุกคน ในแง่ธุรกิจก็รู้ ๆ กันว่ามันไม่ควรจัดเลย แล้วปีนี้หนักกว่าเดิมไปจัดที่เขาใหญ่

ทำไม Paradise Fest 5 ถึงเลือกจัดที่เขาใหญ่

เอาตรง ๆ นะ เสียงหัวใจมันร่ำร้อง ฮ่า ๆ เรารู้สึกว่าทำไมไม่ไปธรรมชาติบ้าง ทำไมร็อกต้องอยู่แต่ในเมือง ธรรมชาติมีแต่งานป๊อป ๆ สวย ๆ ผมก็แอบส่องต่างประเทศก็มีคอนเสิร์ตร็อกจัดในเขาเหมือนกัน แล้วทำไมคนไทยไม่มี งานนี้เหมือนการประกาศอิสระภาพว่าพวกเรามีตัวตน อยากให้วงต่างประเทศบินมาเล่นบ้านเราด้วย ปีนี้มีวงทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน จีน อย่างที่บอกถ้าเราไม่เริ่มก็ไม่รู้จะได้เริ่มเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่ผมที่คิดหรอก มีหลายคนคิด แต่นี่ไงผมได้ทำให้เป็นรูปธรรมแล้ว ถ้าใครไม่มาผมก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว มันโทษกันไม่ได้ ที่นั่นอากาศดีตอนเย็น ภูเขาล้อมรอบบนพื้นที่ 100 ไร่ บัตร 500 บาทไม่แพงเลย มีรถรับส่งด้วย รวมค่ารถไปกลับพันนิด ๆ กับ 50 วง 3 เวที ระบบแสง สี เสียง เต็มที่ ผมก็คงต้องพูดว่า “ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย” เราจัดเพื่อให้มันคงอยู่ อย่างน้อยปีนึงเราก็มารวมตัวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้คนไทยได้เห็นว่าพวกเรามีศักยภาพ ฝีมือของพวกเราในเอเชียก็ไม่น้อยหน้า เราสู้ได้เลย ไม่มีใครผลักดันเราก็ผลักดันตัวเอง ง่ายมากครับ

เบื้องหลังคอนเสิร์ตอินดี้อินทาวน์ ณ เซนเตอร์พอยต์

หลังจากจบงานโคตรอินดี้ครั้งที่ 2 พอดีพี่ฝน เซนเตอร์พอยต์โทรมาหาชวนไปทำอินดี้อินทาวน์ พอดีเลยเรามี 5 วงยังหาที่ลงไม่ได้ เราก็เลยได้มาทำตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยงบประมาณ 3,500 บาท แล้วพี่ ๆ ก็ติดใจให้ทำอีก จัดงานในงบนี้แค่เครื่องเสียงก็ไม่พอแล้ว แต่พี่ทำไง ขาดทุนอาทิตย์ละ 5,000 บาท ผมรู้สึกว่า เซนเตอร์พอยต์นะมึง แค่ค่าที่ก็ห้าหมื่นแล้วมั้ง แต่เราได้ที่ฟรี ๆ จัดงานฟรี ๆ แต่ใช้ชื่อเค้านะ แล้วก็เป็นพิธีกรเอง รันคิวเอง หาของเอง วงไหนมาเล่นต้องเสียเงินด้วยวงละ 200 ตอนนั้นก็มีทั้ง Dezember มาเล่น วงค่ายมอนสเตอร์มาเล่น เก็บเงินบ้างไม่เก็บบ้าง เข้าเนื้อทุกอาทิตย์ เรารู้สึกแบบได้ทำ เราต้องการที่ยืน เราก็ต้องทำ เราไม่ได้มีเครดิต มีคอนเนกชันใด ๆ แต่ก่อนที่พี่ฝนจะโทรมาพี่ทำป้ายงาน Extreme Dream Concert ประกวดวงดนตรีที่เซนเตอร์พอยต์มาก่อน ได้เงิน 800 บาท ซื้อนู่นนี่มาทำหักไปมาเหลือ 200 บาท จริง ๆ ก็ไม่เหลือหรอก ฮ่า ๆ ให้เพื่อนเพาะช่างมาช่วยทำช่วงแรก ๆ แต่ตอนหลังมันไม่ไหวเพราะมันไม่ได้ตังค์ ฮ่า ๆ เราก็เลยลุยเอง ตัดโฟม ลงสีเอง เพราะดูแล้วมันไม่ยาก นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่เราต้องอบโกยประสบการณ์ มันสำคัญมาก เหมือนเราต้องชาร์จแบตถ่านอัลคาไลน์อะ เราต้องชาร์จไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่ได้รับ

ให้ลมหายใจ ให้ชีวิต ให้มิตรภาพ ได้พาผมไปเจอในสิ่งที่ผมไม่เคยเจอ ได้พาผมไปภูเขา ทะเล และอาจจะได้ไปต่างประเทศด้วย ผมอยากไปจัดงานไทยในต่างประเทศ ทำให้ผมได้เจอกับ Headbangkok ด้วย ดนตรีมันพาเราไปเจอหมดเลย ให้ครบในชีวิตดี บทสรุปคือชีวิตช่วงนี้มีความสุขแบบสุก ๆ ดิบ ๆ ทุกข์บ้าง สุขบ้าง พอดี ๆ ผมว่าแฺฮปปี้ดีนะ ทำให้เราได้เห็นทุกโซลูชั่นของชีวิตทุกองค์ประกอบ พูดตรง ๆ ว่าคนที่จะไปได้ดีต้องไม่ลืมราก ไม่ลืมกำพืด ไม่ลืมพี่น้อง ไม่ใช่สำเร็จแล้วมาหยิ่งใส่พวกนี้ไม่ได้ไม่ไกล คอยดูเลย ถึงเวลาจะไม่มีเพื่อน สำหรับผมมันไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพวกกัน ถ้าเป็นคนดีจริง ๆ ผมก็ช่วยได้หมด เพราะเราเคยเจอไงถ้าไม่ใช่พวกกันก็จะโดนปฏิเสธ เราเห็นแล้วเราก็บอกตัวเองว่าจะไม่เป็นแบบนั้น ณ ตอนนี้ถ้าเราทำอะไรก็อยากทำให้ดีที่สุดครับ

ฝากถึงคนจัดงานหน้าใหม่

อยากให้ตั้งใจทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จก็ต้องทำใหม่ให้สำเร็จ ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างแต่ต้องลุกมาทำต่อ แล้วต้องมาดูจุดประสงค์เราให้ชัดว่าจะจัดเพื่ออะไร เพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง หรือทั้งสองอย่าง หรือแค่อยากให้เพื่อนมีเวทีเล่น ต้องกำหนดขีดให้ชัดเลย ต้องพร้อมแบกรับความรับผิดชอบ คอนเซปต์ผมคือ “จ่ายให้ครบ นำคนกลับบ้านให้ปลอดภัย” สองอันนี้สำคัญมาก ไม่งั้นเดินต่อลำบาก เป็นหนี้ต้องเปิดโทรศัพท์อย่าหนีให้พูดความจริง เพราะผู้จัดทุกรายต้องเจออยู่แล้วเกือบทุกรายในประเทศครับ โดยรวมขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ เพราะใบไม้ต้องร่วงหล่นอยู่แล้ว รุ่นใหม่ ๆ ต้องเข้ามาแทน แต่ผมคงจัดไปจนวันตายอยู่แล้ว ฮ่า ๆ อยากได้คำแนะนำอะไร ขอให้จริงใจนะ ขอให้เข้ามาคุยกัน เราเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ให้จอยได้ทุกรูปแบบ ปีหน้าเราก็มีเตรียมไว้แล้ว 100,000 คน ไม่ทะเลก็ภูเขา แล้วก็ขอให้ Headbangkok ประสบความสำเร็จด้วยนะครับ


เทศกาลดนตรี Paradise Fest 5 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคมนี้ ที่ 8 Speed เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานจะมีการแสดงจากวงร็อก-เมทัลทั้งไทยและต่างชาติกว่า 50 วง 3 เวที ให้ชมกันตลอดทั้งวัน มีทั้ง The Sun, Paradox, Silly Fools (+Dax), Retrospect, Ebola, Sweet Mullet เรื่อยไปจนถึงวงต่างประเทศเช่น Paledusk และ Endzweck จากญี่ปุ่น Dagger จากฮ่องกง Life Awaits จากจีน พร้อมวงร็อก-เมทัลไทยฝีมือดีรอแจกความโหดอีกมากมาย (ดูไลน์อัพทั้งหมดได้ที่โปสเตอร์ด้านล่าง)

บัตรเข้างานราคาใบละ 500 บาท ซื้อได้ทั้งที่ All Ticket ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือ http://bit.ly/prdf5ticket เวบไซต Eventpop https://www.eventpop.me/e/5758 และทางเฟซบุ๊กเพจ Paradisefest ที่ลิงก์ http://bit.ly/2GODSW0