สถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 ทั่วโลกยังคงดำเนินไป และการเว้นระยะห่างทางสังคม กักตัวอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยง ก็ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจต้องซบเซาลงไป สิ่งหนึ่งที่หายไปจากโลกนี้แบบสิ้นเชิงเรียบร้อยแล้วก็คือ ‘คอนเสิร์ต’ เพราะไม่เพียงแต่เป็นเหตุการณ์-สถานที่ที่ทำให้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน คอนเสิร์ตยังเป็นที่ที่ผู้คนพร้อมใจกันเปิดปากเปล่งเสียง ซึ่งเป็นทั้งช่องทางในการแพร่กระจายเชื้อและรับเชื้ออย่างดีด้วย

คำถามที่ตามมานอกเหนือจาก โควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ ก็คือ คอนเสิร์ตจะกลับมาเมื่อไหร่? (เพราะไม่ใช่ว่าพอสถานการณ์โลกดีขึ้นปุ๊บ ผู้คนจะหายกลัวแล้วพร้อมออกมาเข้าสังคมกันเหมือนเดิมปั๊บ) ล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเอาไว้แบบคร่าว ๆ อย่างยาวไกลว่า น่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง (fall) ของปี ค.ศ. 2021 หรือก็คือตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป

Zeke Emanuel นักชีวจริยธรรมชาวอเมริกันวัย 62 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ผู้เชี่ยวชาญที่ทาง The New York Times จับมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ให้ความเห็นว่าคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้การรวมผู้คนไว้ในที่เดียวกัน เช่นการจัดการประชุม หรือกีฬา น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยมากกว่า 1 ปี ในการกลับมาดำเนินธุรกิจได้ดังเดิม

“การกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งมันต้องทำแบบเป็นขั้นเป็นตอนไปครับ และมันจะต้องเริ่มจากการเว้นระยะห่างกันในพื้นที่ทำงาน ที่อนุญาตให้ผู้คนกลุ่มความเสี่ยงต่ำกลับมาทำงานก่อน พวกงานก่อสร้าง สายงานผลิต หรืองานในสำนักงานอะไรแบบนี้ ซึ่งคุณสามารถเว้นระยะห่าง 6 ฟุตจากกันและกันได้ มันสมเหตุสมผลที่จะเริ่มต้นจากสิ่งเหล่านี้ก่อน”

“ส่วนการชุมนุมที่ใหญ่กว่านั้น เช่นการจัดประชุม คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมกีฬาเนี่ย เวลาผมเห็นใครบอกว่าจะเลือนแผนการตารางงานต่าง ๆ ออกไปเป็นเดือนตุลาคมปีนี้ ผมก็งงเหมือนกันทำไมพวกเขาถึงคิดว่านั่นเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ ผมคิดว่างานพวกนี้มันน่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่กลับมาเลยครับ พูดกันตามความเป็นจริงเลย ผมคิดว่าแบบเร็วที่สุดก็คงเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2021 โน่นเลย”

“ร้านอาหารที่เว้นระยะห่างโต๊ะได้ อาจจะกลับมาไวหน่อย ยกตัวอย่างในฮ่องกง สิงคโปร์ หรือที่อื่น ๆ มีการฟื้นตัวและอนุญาตให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ยอดมันจะขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้ไปซักพัก แต่คำถามก็คือ ตอนที่ยอดมันขึ้น เราจะสามารถทำการทดสอบและติดตามผลได้ดีกว่านี้หรือเปล่า เพื่อที่เราจะได้โฟกัสไปที่กลุ่มคนที่ตรงจุด และแยกพวกเขาออกมา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องบังคับกันด้วยนโยบายให้ทุกคนกักตัวอยู่บ้านเหมือนที่เราทำมาก่อนหน้านี้?”

ความเห็นของ Zeke สอดคล้องกับที่ Daniel DeFonce แห่งบริษัท Continental Touring ซึ่งเป็นตัวแทนด้านการบุ๊กกิ้งคอนเสิร์ตให้กับวงเมทัลมากมายในสหรัฐอเมริกาที่ทวีตไว้ก่อนหน้านี้ ว่าวงการทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาน่าจะฟื้นตัวกลับมาในช่วงราว ๆ ต้นปี 2021 หากวงดนตรีเริ่มกลับมาทัวร์กันอีกครั้งในปลายปีนี้ แต่หากคอนเสิร์ตกลับมาช้ากว่านั้น ทุกอย่างก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก ส่วนหนึ่งจากทวิตเตอร์ของ Daniel บอกว่า:

“ในความเห็นของผมเรื่องทัวร์คอนเสิร์ตจะเริ่มฟื้นตัวเหรอ? ต้นปี 2021 มั้งครับ ถึงแม้ว่าจะมีการทัวร์คอนเสิร์ตกลับมาเกิดขึ้นปลายปีนี้ก็ตาม…”

“ถ้าทัวร์คอนเสิร์ตมันกลับมาปลายปีนี้ ผลลัพธ์ของมันจะถูกตัดออกไปครึ่งนึงเลย ความจุของสถานที่จัดจะหายไปครึ่งนึงหรือต่ำกว่าน้น หมายถึงว่าถ้าพวกเขายังทำธุรกิจกันอยู่นะ ผู้คนก็ยังหวาดกลัวที่จะออกไปข้างนอกอยู่ดี ต่อให้การเว้นระยะห่างทางสังคมจะดีขึ้นแล้ว”

“จะมีผู้จัดซักกี่รายที่มีทุนโปะส่วนที่หายไปจากแต่ละโชว์? ผมเจอมากับตัวเองเลยว่าหลาย ๆ ดีลที่ตกลงไว้ถูกเปลี่ยนมาเป็นแบบแบ่งค่าบัตร*แทน จะมีวงดนตรีซักกี่วงที่สามารถออกจากบ้านมาเล่นดนตรีในงานที่ต้องลุ้นกับค่าบัตร?”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นความเห็นของผู้คนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเผชิญกับโควิด-19 หนักยิ่งกว่าประเทศใด ๆ ในโลก ณ เวลานี้ ส่วนในประเทศไทย แม้จะคาดหวังการรับมือวิกฤตที่ดีจากรัฐบาลไม่ได้ แต่ด้วยพฤติกรรมการล้างมือ ใส่หน้ากาก ที่รณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ธุรกิจในบ้านเราดูมีความหวังมากกว่าฝั่งมะกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าหลังจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย จะเหลือวงดนตรี ผู้จัด และคนดูที่ยังไปต่อไหวอีกมากน้อยแค่ไหน เพราะในความเห็นของผู้เขียน โลกจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว ไม่ว่าเราจะรักษาโรคนี้หายได้หรือไม่ก็ตาม


ที่มา


*หมายเหตุ: ‘door deal’ คือการทำข้อตกลงจ้างงานแสดงกับวงดนตรีโดยมีสัญญาว่าจะแบ่งรายได้จากการขายบัตรในวันนั้น ๆ ให้กับทางวง อาจเป็น 100%, 80% หรือ 50% ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน ซึ่งมีความเสี่ยงขาดทุน หากงานนั้นมีผู้ชมน้อย โดยปกติแล้วการดีลวงดนตรีมักกำหนดค่าจ้างที่ตายตัวแต่แรกมากกว่า