มาต่อกันที่เรื่องราวของโจอี้ จอร์ดิสัน อดีตมือกลองวง Slipknot อีกซักหน่อยครับ ล่าสุดเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าคงจะ ‘เจ๋งโคตร ๆ’ ถ้าเขาสามารถกลับไปเจอกับเพื่อนสมาชิกเก่า ๆ ในวงและพูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการกลับมารียูเนี่ยนกันอีกครั้ง

หลังจากที่ออกมาเผยเรื่องราวของการเป็นโรคไขสันหลังอักเสบในพิธิประกาศรางวัล Metal Hammer Golden Gods Awards ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าช่วงท้ายของชีวิตกับวง Slipknot นั้นป่วยหนักถึงขั้นต้องถูกหามขึ้นเวทีกันเลยทีเดียว ก่อนที่จะถูกไล่ออกจากวง Slipknot ในภายหลังผ่านอีเมล จอร์ดิสันบอกกับนิตยสาร Metal Hammer ว่า:

“ข่าวอะไรจากฝั่งผู้จัดการเหรอ? ไม่มีเลยครับ สิ่งที่ผมได้รับทั้งหมดคืออีเมลโง่ ๆ ฉบับนึงที่บอกว่าผมถูกไล่ออกจากวงที่ผมทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตสร้างแม่งขึ้นมา นั่นแหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น และมันเจ็บมาก ๆ ผมไม่สมควรได้รับอะไรแบบนี้หลังจากที่ได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างมาและจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยผ่านมา พวกเขาสับสนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของผม ซึ่งแม้แต่ตัวผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำในทีแรก พวกเขาคิดว่าผมติดยาจนเสียศูนย์ ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้น

“ผมผ่านอะไรกับพวกเขาเหล่านั้นมามากมาย และผมก็รักพวกเขามาก ๆ สิ่งที่มันเจ็บมาก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแม่งไม่ถูกต้องเลยซักนิด นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก วิธีการที่พวกเขาทำกับผมแม่งขี้ขลาดเหี้ย ๆ ผมรู้สึกพังไปเลย”

แต่ถึงกระนั้นแล้วเขาก็บอกว่าคิดถึงเพื่อนเก่า ๆ ในวงและยังอยากกลับไปร่วมงานกันอีกครั้งเหมือนในวันวานครับ:

“ว่ากันตามตรง ผมไม่ได้พยายามจะดราม่านะครับ แต่ถ้าต้องพูดกันถึงเรื่องนี้ สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ผมอยากจะเจอพวกเขา แค่ได้กอดกันแล้วก็สัมผัสถึงพลังที่พวกเราเคยมีเหมือนในสมัยที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง อยากจะกลับไปคุยกันแล้วก็ทำอะไรแบบที่เคยทำมาร่วมกัน… แต่มันจะต้องเจอกันต่อหน้าก่อน ถ้ามันเกิดขึ้นได้ มันจะโคตรเจ๋งเลยครับ มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้ได้”

และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมในอัลบั้มล่าสุดของ Slipknot อย่าง .5: The Gray Chapter เพราะทางวงเลือกตัวเจย์ ไวน์เบิร์ก มือกลองวัยกระเตาะที่เป็นแฟนเพลงพันธ์แท้ของเขา ลูกชายของแม็กซ์ ไวน์เบิร์ก มือกลองบรูซ สปริงทีน เข้ามาทำหน้าที่แทน จอร์ดิสันบอกว่า “ผมฟังอัลบั้มนี้วนไปวนมาหลายรอบมาก และผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก มันโคตรเจ๋งเลยและผมก็ดีใจมากที่พวกเขาก้าวไปต่อ ผมดีใจที่พวกเขายังคงรักษาชื่อของวงนี้ไว้ เพราะมันสำคัญมากสำหรับแฟน ๆ”

ที่มา – Blabbermouth.net [1], [2]